บทที่ 7 ล้มป่วย 1.
ตอนที่ 7. ล้มป่วย 1.
“คุณกลับก่อนก็ได้นะคะ” พาขวัญพูดขึ้นเบา ๆ
“ฉันอยู่เองได้”
อัศวินปรายตามองเธอ ใบหน้าหญิงสาวซีดลงเพราะความเครียด ดวงตาก็แดงชัดเหมือนร้องไห้มาหนักมากแล้วจู่ ๆ เขาก็นึกถึงอะไรบางอย่างตั้งแต่แต่งงานมา…เขาไม่เคยเห็นเธออ่อนแอขนาดนี้เลยแม้ตอนโดนเขาทำร้ายจิตใจ เธอยังยิ้มได้แต่อยู่ต่อหน้าพ่อของเธอ…เธอกลับกลัวจนตัวสั่น
“เธอยังไม่ได้กินอะไรใช่ไหม”
พาขวัญชะงัก ก่อนตอบเบา ๆ “ไม่หิวค่ะ”
“โกหก” อัศวินลุกขึ้นทันที “รออยู่ตรงนี้” พาขวัญมองตามเขาอย่างงง ๆประมาณยี่สิบนาทีต่อมาอัศวินก็เดินกลับมาพร้อมถุงอาหารและกาแฟอุ่น ๆ เขาวางมันลงตรงหน้าเธอแบบไม่มองหน้า
“กินซะ” พาขวัญนิ่งไปเลย หัวใจเธอเต้นแรงขึ้นช้า ๆเพราะนี่เป็นครั้งแรก…ที่อัศวินซื้ออะไรให้เธอเอง
แม้สีหน้าเขาจะยังนิ่งเหมือนคนโดนบังคับก็เถอะ
“คุณ…”
“อย่าคิดมาก” เขาพูดตัดทันที
“ฉันรำคาญคนเป็นลมใส่มากกว่า”
พาขวัญเผลอหัวเราะเบา ๆ ทั้งน้ำตา รอยยิ้มเล็ก ๆ นั้นทำให้อัศวินเผลอมองค้างไปชั่ววินาที ก่อนรีบหันหน้าหนีทันที
เพราะเขาเริ่มรู้ตัวแล้วว่า…ตัวเองกำลังแพ้ผู้หญิงคนนี้ทีละนิดพาขวัญค่อย ๆ เปิดกล่องอาหารตรงหน้า เป็นโจ๊กกุ้งร้อน ๆ กับนมอุ่นหนึ่งแก้ว
เมนูธรรมดามาก แต่สำหรับเธอ…มันกลับมีค่าจนหัวใจสั่น
“รีบกิน” อัศวินพูดเสียงเรียบ พลางนั่งลงข้าง ๆ อย่างหงุดหงิด “เดี๋ยวก็ปวดท้องอีก” พาขวัญช้อนโจ๊กขึ้นช้า ๆ ก่อนเผลอยิ้มออกมานิดหนึ่ง
“คุณยังจำได้เหรอคะ ว่าฉันเป็นโรคกระเพาะ”
มือของอัศวินชะงัก เขาเงียบไปสองวินาที ก่อนตอบห้วน ๆ
“แม่บ้านเคยพูด” โกหกอีกแล้วเพราะจริง ๆ เขาจำได้จากคืนหนึ่งหลังแต่งงาน คืนนั้นพาขวัญปวดท้องจนหน้าซีด แต่ยังฝืนลุกมาทำอาหารเช้าให้เขา เขาเห็นทุกอย่างแค่แกล้งไม่สนใจเท่านั้นเอง
หญิงสาวก้มหน้ากินต่อเงียบ ๆ ส่วนอัศวินก็นั่งมองทางเดินโรงพยาบาลนิ่ง ๆ แต่สายตากลับเผลอเหลือบมองเธอเป็นระยะแล้วเขาก็เพิ่งสังเกตว่า… เวลาพาขวัญกินข้าว เธอจะค่อย ๆ เป่าอาหารก่อนทุกครั้ง เหมือนเด็ก น่ารำคาญชะมัดแต่ทำไมถึงดูน่ามองก็ไม่รู้
“คุณอัศครับ” เสียงหนึ่งดังขึ้น อัศวินเงยหน้าขึ้น
ก่อนเห็นคีรินเดินกลับมาอีกครั้ง หมอหนุ่มส่งแฟ้มเอกสารให้
“อาการคุณลุงคงต้องดูใกล้ชิดสักพักครับ ช่วงนี้ห้ามเครียดเด็ดขาด” พาขวัญรีบถามทันที
“แล้วคุณพ่อจะกลับบ้านได้เมื่อไหร่คะ”
“ถ้าไม่มีอะไรแทรกซ้อน อีกสองสามวันก็น่าจะได้ครับ”
หญิงสาวถอนหายใจโล่งอก คีรินยิ้มบาง ๆ ก่อนหันมามองเธอด้วยสายตาอ่อนลง
“แต่คนที่ควรพักบ้างน่าจะเป็นคุณมากกว่า”
พาขวัญชะงัก “ช่วงนี้คุณดูเหนื่อยมากนะ” คำพูดนั้นทำให้อัศวินขมวดคิ้วทันที เหนื่อย? เขาหันไปมองพาขวัญอีกครั้งแล้วก็เพิ่งเห็นชัด ๆ ว่าเธอผอมลงจริง ใบหน้าซีด ใต้ตาคล้ำเหมือนคนพักผ่อนไม่พอหลายวัน
ทั้งที่อยู่บ้านเดียวกัน… แต่เขากลับไม่เคยสังเกตเลย “ฉันไม่เป็นไรค่ะ” พาขวัญรีบยิ้มกลบเกลื่อน คีรินถอนหายใจเบา ๆ อย่างรู้ทัน
“คุณชอบพูดแบบนี้ตลอด” เขายกมือขึ้นลูบหัวเธอเบา ๆ อย่างเอ็นดูและนั่นเอง คือวินาทีที่บรรยากาศรอบตัวอัศวินเย็นลงทันที
ดวงตาคมมองมือของคีรินนิ่ง ๆ ความหงุดหงิดแล่นขึ้นมาอย่างไม่มีเหตุผลอีกแล้ว พาขวัญเองก็รู้สึกได้ เธอจึงรีบถอยออกนิดหนึ่ง
“เอ่อ…เดี๋ยวฉันเข้าไปหาคุณพ่อก่อนนะคะ”
แล้วเธอก็รีบเดินเข้าห้องพักฟื้นไปทันที เหลือเพียงผู้ชายสองคนยืนอยู่หน้าห้อง บรรยากาศเงียบจนตึงคีรินมองอัศวินอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนพูดเรียบ ๆ
“คุณพาขวัญรักคุณมากนะครับ” ประโยคนั้นทำให้อัศวินหรี่ตาลง
“เรื่องของฉันกับเมีย คนนอกไม่ต้องยุ่ง”
คีรินหัวเราะเบา ๆ “ถ้าคุณดูแลเธอดี ผมก็คงไม่จำเป็นต้องยุ่งเหมือนกัน”
ปึก อัศวินกำหมัดแน่นทันทีสายตาคมเย็นลงอย่างอันตราย
“หมอ” เขาพูดช้า ๆ “อย่าทำเหมือนรู้จักเมียฉันดีเกินไป”
คีรินสบตาเขานิ่ง ไม่มีท่าทีกลัวเลยแม้แต่นิดเดียวก่อนพูดประโยคที่ทำให้อัศวินนิ่งไปชั่วขณะ
“แต่ผมรู้จักเธอมาตั้งแต่ก่อนที่คุณจะเห็นค่าเธออีกนะครับ”
คำพูดของคีรินทำให้อัศวินนิ่งไปทันที
เส้นเลือดที่ขมับกระตุกเบา ๆ อย่างคนกำลังสะกดอารมณ์
“เห็นค่า?” เขาหัวเราะในลำคอเย็น ๆ
“หมอคิดว่าฉันควรเห็นค่าอะไรในตัวเธอ”
คีรินมองหน้าเขานิ่ง แววตาของหมอหนุ่มสุขุมกว่าที่อัศวินคิด
“คนที่ยอมทำทุกอย่างเพื่อคุณ โดยไม่เคยเรียกร้องอะไรเลย”
“ไร้สาระ” อัศวินสวนกลับทันที “คนเราทำอะไรต้องหวังผลทั้งนั้น”
“งั้นคุณคงไม่เคยถูกรักจริง ๆ” ประโยคนั้นเหมือนหมัดตรงเข้ากลางอก อัศวินชะงักบรรยากาศเงียบลงทันทีคีรินถอนหายใจเบา ๆ ก่อนพูดต่อ
“คุณรู้ไหม…ทุกครั้งที่คุณมีปัญหา คนที่วิ่งวุ่นที่สุดคือพาขวัญ”
“…”
“เธอแอบไปคุยกับธนาคารแทนคุณหลายครั้ง”
“…”
“แล้วหุ้นที่เอามาช่วยบริษัทคุณ เธอก็ยอมทะเลาะกับผู้ถือหุ้นฝั่งตัวเองเพื่อเอามาให้”
ดวงตาอัศวินเริ่มนิ่งลงทีละนิด
“แต่เธอไม่เคยบอกคุณเลย” คีรินยิ้มจาง ๆ อย่างปวดใจแทน
“เพราะเธอกลัวว่าคุณจะรู้สึกแย่”
หัวใจอัศวินกระตุกแรง ภาพผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่นั่งหลับคาโต๊ะทำงานแวบเข้ามาในหัวอีกครั้ง รวมถึงมือที่โดนน้ำมันลวกรอยคล้ำใต้ตา
รอยยิ้มที่พยายามฝืนไว้ตลอดเวลา
ทั้งหมดนั้น…เพราะเขาเหรอ “แล้วคุณรู้ได้ยังไง” เสียงเขาต่ำลงโดยไม่รู้ตัว คีรินเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบตรง ๆ
“เพราะเวลาพาขวัญเหนื่อยหรือเสียใจ คนที่เธอมาหาคือผม”
ประโยคนั้นทำให้อัศวินรู้สึกบางอย่างแล่นขึ้นมาในอกทันที
ไม่พอใจ และรุนแรงกว่าทุกครั้งเขาเกลียดความรู้สึกนี้ชะมัด
“คุณชอบเธอ?”
อัศวินถามออกมาตรง ๆ คีรินยิ้มบาง ๆ “ถ้าผมบอกว่าใช่ล่ะ”
