บทที่ 8 หึง
ตอนที่ 8. หึง
ปึก กำปั้นของอัศวินกระแทกเข้ากับผนังข้างตัวทันทีเสียงดังจนพยาบาลแถวนั้นสะดุ้ง ดวงตาคมมืดลงอย่างน่ากลัว แม้แต่ตัวเขาเองยังตกใจ เพราะนี่เป็นครั้งแรก…ที่เขาคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่เพราะพาขวัญ
คีรินมองภาพนั้นนิ่ง ๆ ก่อนพูดเบา ๆ
“แต่เธอเลือกคุณ”
“…”
“ทั้งที่คุณไม่เคยถนอมหัวใจเธอเลย”
คำพูดนั้นแทงลึกเกินไปลึกจนคนฟังเริ่มหายใจไม่ทั่วท้อง
ในตอนนั้นเอง
ประตูห้องพักฟื้นก็เปิดออก พาขวัญเดินออกมาพร้อมสีหน้าเหนื่อยล้าแต่พอเห็นอัศวิน มือของเธอก็ชะงักทันทีเพราะเห็นเลือดซึมออกจากกำปั้นเขา
“คุณอัศ!” เธอรีบเดินเข้าไปหาโดยอัตโนมัติ
“มือคุณ…ไปโดนอะไรมา”
หญิงสาวคว้ามือเขาขึ้นมาดูทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและเป็นห่วง ทั้งที่คนเจ็บคือเขาแต่คนที่เจ็บกว่าในสายตา กลับเป็นเธออัศวินมองผู้หญิงตรงหน้าเงียบ ๆ มองดวงตาที่สั่นไหวเพราะห่วงเขา
ทั้งที่เมื่อกี้…เขายังพูดทำร้ายเธออยู่เลย “ฉันไม่เป็นไร” เสียงเขาแหบลงนิดหนึ่งพาขวัญกลับขมวดคิ้ว “เลือดออกขนาดนี้จะไม่เป็นไรได้ยังไงคะ” แล้วเธอก็หันไปหาคีรินทันที
“หมอคีริน ขออุปกรณ์ทำแผลหน่อยได้ไหมคะ”
อัศวินชะงัก หัวใจเขากระตุกอีกครั้งเพราะแม้แต่ตอนนี้…คนที่พาขวัญเลือกจะห่วง ก็ยังเป็นเขาอยู่ดี
สุดท้าย พาขวัญก็ไม่ได้อยู่เฝ้าคุณพ่อทั้งคืนเพราะคีรินยืนยันหนักแน่นว่า ห้องพักฟื้นเป็นห้องปลอดเชื้อ และญาติไม่สามารถเข้าออกได้ตลอดเวลา
“กลับไปพักเถอะครับ” หมอหนุ่มพูดเสียงอ่อน
“ถ้าคุณลุงฟื้นมาเห็นคุณสภาพนี้ ท่านคงไม่สบายใจ”
พาขวัญยิ้มเหนื่อย ๆ “ฉันดูแย่ขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
“มากครับ” คีรินตอบตรงจนเธอหลุดหัวเราะเบา ๆ สุดท้ายเธอจึงยอมกลับบ้าน
เกือบเที่ยงคืน เพนต์เฮาส์เงียบสนิทพาขวัญเปิดประตูเข้ามาช้า ๆ ก่อนถอนหายใจยาวอย่างหมดแรง วันนี้ทั้งวันเหมือนผ่านสงครามมา เธอเดินขึ้นห้อง เตรียมจะอาบน้ำแล้วนอน แต่ทันทีที่เปิดประตูเข้าไป ก็เห็นอัศวินนั่งอยู่บนโซฟายังไม่หลับ
ชายหนุ่มอยู่ในนอนสีเข้ม แขนพาดพนักโซฟา สีหน้าดูนิ่งแต่สายตากลับมองมาทันทีที่เธอเข้ามา
“กลับมาแล้วเหรอ”
พาขวัญชะงักนิดหนึ่ง “ค่ะ” เธอไม่คิดว่าเขาจะรออยู่ เพราะก่อนหน้านี้เขาบอกว่ามีงาน
อัศวินปรายตามองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้าก่อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นยะเยือก
“พ่อเธอเป็นไง”
“อาการคงที่แล้วค่ะ”
พาขวัญยิ้มบาง ๆ “ขอบคุณนะคะ…ที่ไปด้วยกันวันนี้”
อัศวินไม่ได้ตอบแต่สีหน้าเขาดูนิ่งลงกว่าปกติในตอนนั้นเองโทรศัพท์ของพาขวัญก็ดังขึ้น ชื่อบนหน้าจอคือ
“หมอคีริน” อัศวินเหลือบเห็นพอดีแววตาเขาเปลี่ยนทันที
พาขวัญไม่ได้สังเกต เธอกดรับสายตามปกติ
“ค่ะหมอ” น้ำเสียงเธอนุ่มลงโดยอัตโนมัติ
“ถึงบ้านแล้วค่ะ”
ปลายสายคงพูดอะไรบางอย่าง เพราะพาขวัญหัวเราะเบา ๆ
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“…”
“ขอบคุณนะคะ วันนี้ถ้าไม่ได้หมอ ฉันคงแย่มากแน่ ๆ”
รอยยิ้มเล็ก ๆ ปรากฏบนใบหน้าเธอ เป็นรอยยิ้มที่อ่อนโยนสบายใจเป็นรอยยิ้มที่อัศวินไม่เคยได้รับง่าย ๆ แบบนั้น ความรู้สึกหงุดหงิดเริ่มก่อตัวขึ้นในอกทันที โดยเฉพาะตอนที่เธอพูดเบา ๆ ว่า
“ฝันดีนะคะหมอ”
ปึก อัศวินลุกขึ้นทันทีพาขวัญสะดุ้งเมื่อจู่ ๆ เขาเดินเข้ามาประชิดตัว
“คุณอัศ?” ยังไม่ทันตั้งตัว ชายหนุ่มก็แย่งโทรศัพท์จากมือเธอแล้วกดตัดสายทันที
“คุยกันหวานดี” น้ำเสียงเขาเย็นจนเธอชะงัก
“เขาแค่โทรมาบอกอาการคุณพ่อ”
“จำเป็นต้องยิ้มขนาดนั้น?”
พาขวัญเริ่มงง “คุณเป็นอะไรคะ”
คำถามนั้นเหมือนยิ่งจุดไฟในตัวเขา อัศวินไม่ตอบเขาคว้าข้อมือเธอแล้วดึงเข้าหาตัวแรง ๆ
“คุณอัศ…!”
“เป็นอะไรเหรอ เป็นผัวเธอไง !! ”
พาขวัญร้องเบา ๆ ด้วยความตกใจ แต่ยังไม่ทันได้ตั้งหลักร่างเธอก็ถูกผลักลงบนเตียงนุ่มตรงกลางห้อง หญิงสาวเบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงทันที อัศวินคร่อมตัวเธอไว้ ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยอารมณ์ที่เธออ่านไม่ออก ทั้งหงุดหงิด ทั้ง…หวง
“คุยกับมันแล้วมีความสุขมากหรือไง” เสียงเขาต่ำจนหัวใจเธอสั่น
พาขวัญรีบส่ายหน้า “ไม่ใช่นะคะ ฉันแค่....”
“อย่าลืมสิ” อัศวินกดเสียงต่ำ พลางจ้องเธอเขม็ง มือใหญ่กำข้อมือเธอไว้แน่นอย่างไม่รู้ตัว
“เธอเป็นเมียฉัน”
“แค่ในนามนี่คะ” พาขวัญตอบตามความจริง เพราะเธอรู้ว่าเขาจะไม่แตะต้องเธอ แต่ !! ….
“อื้ออ..”
