บทที่ 10 ยั่วรัก

Chapter​ 3

ยั่วรัก​ (1)

ในห้องทำงานของอคิราห์​ ตอนนี้เขาไม่ได้อยู่เพียงลำพัง​ และสมาธิเขาต้องกระเจิดกระเจิง​ เพียงเพราะการมาของเด็กสาวคนนี้...สลิลทิพย์​ น้องสาวต่างบิดาของพริมา​วัยสิบหกปี

หล่อนอาศัยว่าเป็นน้องสาวของพริมา​ ภรรยาตามกฎหมายของเขาที่สังคมรับรู้​ จึงได้เข้ามาเหยียบถึงที่นี่​ หากเป็นคนอื่นนั้นอย่าหวังว่าจะได้เข้ามาใกล้ชิดเขาในระยะหายใจรดเช่นนี้​ ถ้าเขาไม่อนุญาต

หล่อนชอบมาบีบน้ำตาขอเงินเขา​ และครั้งนี้ก็เช่นกัน...แววตาเข้มมองคนที่นั่งตาแดง​ ๆ​ ตรงหน้า​ อดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้

เขากำลังคิดว่าพริมาไม่ใช่เมียตัวจริง​ เหตุใดจึงต้องอุ้มชูคนในครอบครัวของหล่อนด้วย​ มันไม่ใช่ธุระกงการอะไรของเขา แต่เพราะสลิลทิพย์ชอบบีบน้ำตาให้เขาสงสาร​ จึงลงเอยด้วยการให้เงินหล่อนไปไม่รู้ต่อกี่ครั้งแล้ว

"คราวก่อนก็เพิ่งได้ไป​ คราวนี้เอาไปทำอะไรอีกล่ะทิพย์"

"หนูเดือดร้อนจริง​ ๆ​ ค่ะ​ พี่คินก็รู้ว่าสถานะทางบ้านหนูกำลังย่ำแย่​ คุณพ่อคุณแม่มีค่าใช้จ่ายมากมาย...หนู...หนูไม่กล้าขอพี่พรีม​ เพราะขอทีไรก็ไม่ได้​ แถมโดนดุกลับมาด้วย​ว่าหนูใช้เงินเปลือง​ ทั้ง​ ๆ​ ที่หนูพยายามประหยัดที่สุดแล้ว ฮึก​ ๆ​ ฮือ​ ๆ"

หล่อนสะอื้นออกมา​ ตอกย้ำถึงสถานะความสัมพันธ์กับพี่สาวต่างมารดาว่าไม่ราบรื่นนัก​ และที่ผ่านมามันก็ได้ผล​ หล่อนสูบเงินจากอคิราห์ได้ครั้งละหลักหมื่นเลยทีเดียว

ด้วยภาพลักษณ์ที่เรียบร้อยและใฝ่เรียน​ อาจทำให้อคิราห์ใจอ่อนยอมช่วย​ เพราะเขาเชื่อว่าหล่อนจะนำเงินของเขาไปใช้จ่ายอย่างเกิดประโยชน์ที่สุด​ หล่อนคิดเช่นนั้น

"ถ้าพี่คินไม่ช่วย​ หนูคิดว่าคงจะต้องเลิกเรียนไปหางานทำก่อน​ ทำยังไงก็ได้เพื่อช่วยเหลือทางบ้าน"

เสียงหล่อนสั่นเครือ​ ใจคิดอย่างมีความหวังว่าเขาจะต้องใจอ่อนอีกครั้ง​ เขาซึ่งมีสถานะเป็นพี่เขยของหล่อน​ จะใจดำไม่เหลียวแลน้องเมียเช่นหล่อนก็ให้มันรู้กันไป

"เอาละ​ ๆ​ หยุดร้องได้แล้ว​ทิพย์​ มาถึงขนาดนี้พี่ก็อดช่วยเธอไม่ได้อยู่ดี"

ชายหนุ่มดึงกระดาษเช็ดหน้ายื่นให้หล่อน​ เจ้าตัวรับมาซับไปรอบ​ ๆ​ แววตาแดงช้ำ​ หล่อนยิ้มออกมาได้เมื่อเขารับปากว่าจะช่วยกันอีกครั้ง

อคิราห์หยิบเช็คมาเขียนรายละเอียดลงไป​ ก่อนยื่นให้คนตรงหน้า

"พี่เห็นว่าเธอเอาไปใช้เรื่องเรียนนะทิพย์​ แล้วก็...เพราะ...เพราะเธอเป็นน้องของพรีม​ ถ้าเป็นคนอื่นพี่คงไม่ช่วย"

เขาเชื่อว่าสลิลทิพย์ไม่ได้เอาเงินเขาไปละลายเล่น​ ก็เพราะภาพลักษณ์ใส​ ๆ​ ของหล่อน​ เขารู้ผ่านพริมาว่าสลิลทิพย์นั้นเป็นเด็กเรียนดีคนหนึ่ง

"ขอบคุณนะคะ​ พี่คินดีกับหนูเสมอมา​ หนูจะไม่ลืมบุญคุณเลยค่ะ"

สลิลทิพย์ยกมือไหว้​คนที่เชื่อว่าคือพี่เขย ก่อนรับเช็คมาเก็บใส่กระเป๋าด้วยสีหน้าที่คลายความกังวลไปบ้าง

"เอ่อ...พี่คินคะ"

"ครับ"

"วันนี้พี่คินเลิกงานเร็วมั้ยคะ"

แผงคิ้วเข้มเลิกขึ้น​ เมื่อหล่อนมองมาด้วยแววตาเว้าวอน

"ทำไมเหรอทิพย์​ มีอะไร"

แววตาหล่อนดูเศร้าอีกแล้ว​ เขาสบตากับแววตายาวรีสั่นระริกคู่นั้น

"วันนี้วันเกิดหนู...แต่...แต่ไม่มีใครจำได้เลย​ ทางบ้านมัววุ่นแต่กับการหาเงินจนลืมวันเกิดหนู...มันไม่ใช่แค่ปีนี้...แต่มัน...เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว​ หนูไม่เคยมีโมเม้นท์ฉลองวันเกิดกับคนในครอบครัวเลย"

"....."

"ถ้าพี่คินจะสงสาร​ หนูจะขอฉลองวันเกิดกับพี่คินได้ไหมคะ"

อคิราห์ทำหน้าปั้นยาก​ ไม่เคยมีใครมาอ้อนวอนให้เขาไปจัดงานวันเกิดให้แบบซึ่ง​ ๆ​ หน้าเช่นนี้มาก่อน

"นะคะ​ มันเป็นวันเดียวในหนึ่งปี​ ที่หนูจะมีความสุขกับเขาบ้าง"

แววตายาวรีที่มองมาอย่างออดอ้อน​ ทำให้เขาใจอ่อนอีกครั้งจนได้...เขากำลังคิดว่าตัวเองเป็นอะไร​ เพราะเผลอรักพริมาไปแล้ว​ ก็เลยเห็นสลิลทิพย์เป็นคนในครอบครัวไปด้วยอย่างนั้นหรือ​ ชายหนุ่มเฝ้าถามตัวเองด้วยใจที่สับสน

สลิลทิพย์หลุบตาหนีสายตาที่มองมาอย่างเอ็นดู​ และคำตอบของเขาก็ทำเอาหัวใจพองโต​

"ได้สิทิพย์​ วันนี้เราไปฉลองวันเกิดของเธอกัน"

หล่อนแทบจะโผเข้าไปกอดเขาเสียให้ได้​ แต่เพราะทำไม่ได้​ จึงได้แต่นั่งยิ้มจนแกัมปริ

เขาตอบไปแบบนั้นเพราะเข้าใจความรู้สึกของหล่อนดี...วันเกิดที่ไม่เคยได้รับการอวยพรจากคนในครอบครัว​ มันเป็นเรื่องที่น่าเศร้า​ และเขาจะช่วยลบปมด้อยให้หล่อนเอง

เพราะหล่อนเป็นน้องสาวของพริมา​ มันคือการเล่นละครบทหนึ่งเท่านั้นเอง​ ชายหนุ่มคิดเช่นนั้น

ในบ้านวรธาดา​ ไฟตรงห้องรับประทานอาหารส่องสว่าง​ ดอกกุหลาบสีแดงสดถูกปักลงแจกันเป็นขั้นตอนสุดท้าย...พริมายืนมองผลงานตัวเองด้วยความพึงพอใจ​ อาหารถูกวางเรียงรายเต็มโต๊ะ​ มันถูกปรุงขึ้นมาจากฝีมือของหล่อน​ ตั้งใจจะเซอร์ไพรส์การกลับบ้านของอคิราห์โดยเฉพาะ

เพราะวันนี้คือวันเกิดของหล่อน​ แต่หล่อนไม่แน่ใจว่าเขาจำมันได้ไหม​ และเมื่อเช้าเขาบอกว่าวันนี้อาจกลับเร็ว​ หล่อนจึงเข้าครัวเพื่อเตรียมอาหารสำหรับดินเนอร์มื้อค่ำกับเขาสองคน

เวลาที่ฝาผนังยังคงเดินไปเรื่อย​ ๆ​ หล่อนใจร้อนเมื่อเขายังไม่มา​ จึงเดินไปมาอย่างกระสับกระส่ายระหว่างหน้าบ้านกับโต๊ะอาหาร​ ผุดลุกผุดนั่งอย่างกระวนกระวาย​ เมื่อโทร.ไปแล้วเขาไม่ยอมรับสาย

'คุณคิน...ทำอะไรอยู่นะ...'

หล่อนไม่อยากโทร.บ่อยเพราะกลัวจะเป็นการตามจิก​ แต่...มันก็ผิดเวลาเกินไปแล้ว​ กังวลว่าอาหารจะเย็นชืดเสียก่อน​ และหล่อนไม่รู้เป็นอะไร​ เหตุใดจึงรู้สึกเจ็บปวดกับการรอคอยให้เขากลับมา​ มันยิ่งตอกย้ำว่าใจหล่อนนั้นเผลอเล่นนอกบท​ รักเขาเข้าแล้วจริง​ ๆ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป