บทที่ 2 ข้อเสนอของบอส
Chapter 1
ข้อเสนอของบอส
สองปีก่อน...
"เชิญค่ะ"
เสียงทุ้มนุ่มเอื้อนเอ่ยพร้อมรอยยิ้ม ในจังหวะที่พนักงานสาวกำลังยื่นมือไปผลักบานประตู พริมาก็มองไปรอบกายที่แสนจะเวิ้งว้าง...ใช่แล้ว...มันเวิ้งว้างเพราะห้องทำงานที่หล่อนจะเข้าไปสัมภาษณ์งานนั้นแยกตัวมาซ่อนอยู่อย่างลึกลับ มีเพียงทางเดินที่กว้างไม่เกินสองเมตรขนาบข้างด้วยผนังทั้งสองฟาก ตรงนี้เงียบเสียจนวังเวง...หล่อนอดคิดไม่ได้ นี่มันห้องทำงานหรือห้องลับที่เอาไว้สอบสวนคนร้ายของตำรวจกันแน่
"คุณพริมา...เชิญค่ะ"
เสียงที่ดังเป็นครั้งที่สองปลุกพริมาขึ้นมาจากภวังค์ หล่อนเห็นประตูเปิดรออยู่แล้วจึงหันไปยิ้มขอบคุณแล้วเดินลอดช่องเล็ก ๆ เข้าไป
เพียงพาร่างเข้ามาในห้องกว้างขวางใจก็เริ่มเร่งจังหวะเพราะความตื่นเต้น หล่อนหันกลับไปทางเก่าก็เห็นว่าบานประตูบานนั้นถูกปิดไปแล้ว
'ไม่...ไม่ตื่นเต้นสิพรีม มันไม่ใช่การสัมภาษณ์งานครั้งแรกของเธอนะ'
หล่อนปลอบตัวเอง ซึ่งนั่นก็จริงที่หล่อนผ่านการสัมภาษณ์มาหลายที่ แต่เป็นความจริงที่น่าเศร้า เมื่อไม่เคยมีบริษัทไหนเรียกตัวไปร่วมงานสักแห่ง!
อาจเป็นเพราะมาตรฐานหล่อนยังไม่ถึง หรือเลวร้ายกว่านั้น บางทีอาจมีเด็กเส้น เขาวางตัวไว้แล้ว แค่สอบพอเป็นพิธีเท่านั้น
หล่อนหวังว่าที่นี่จะไม่มีเส้นสาย และหล่อนจะได้งานทำเสียที...คิดยามเดินเข้าไปอย่างมั่นใจเพื่อให้เกิดความประทับใจแรก หล่อนตื่นเต้นไม่น้อย เพราะวันนี้ซีอีโอจะมาเลือกเลขาของเขาด้วยตัวเอง
เขา...อคิราห์ วรธาดา นั่งแท่นซีอีโอในวัยเพียงแค่สามสิบห้าปี ลูกชายคนโตของตระกูลวรธาดาที่มีเลือดผสมไทยสวีเดน มารดาชาวสวีเดนของเขาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุทางรถยนต์ตั้งแต่เขามีอายุได้เพียงห้าขวบเท่านั้น
จากนั้นสองปี บิดาของเขาก็ได้ภรรยาใหม่ เป็นคนไทยด้วยกัน เขาเลยมีน้องชายต่างมารดาที่อายุห่างกันเกือบแปดปี และมีน้องสาวต่างแม่อายุเพียงแค่สิบแปดปีเท่านั้น
ที่หล่อนรู้ก็เพราะศึกษาประวัติของว่าที่บอสคนใหม่มาก่อนหน้า หล่อนหวังว่าเขาจะเลือกหล่อน เปิดโอกาสให้หล่อนได้พิสูจน์ตัวเองในโลกของการทำงาน หลังจากที่เดินเตะฝุ่นมาหลายเดือน
เขานั่งอยู่ตรงนั้น...แววตาที่เริ่มประหม่ามองไปยังชายหนุ่มใบหน้าคมคายในเชิ๊ตขาวที่ไม่ได้คลุมทับด้วยสูทแบบเป็นทางการ เขาดูดีแม้ในเชิ๊ตขาวและเนคไทสีน้ำเงินธรรมดา หล่อนรู้สึกว่ามันเข้ากับเขาแบบบอกไม่ถูก
แค่แรกเห็นสายตาหล่อนก็ถูกดึงดูดเสียแล้ว บุคลิกที่สมกับเป็นผู้นำคน เขานั่งหลังตรงไหล่ผึ่งผาย เอกสารวางอย่างเรียบร้อยตรงหน้า สายตามองมายังหล่อนจนต้องซ่อนความตื่นเต้นเอาไว้ด้วยรอยยิ้ม ทั้งที่ยามนี้มือนั้นชื้นไปด้วยเหงื่อจนเหนียวหนึบหนับไปหมด
ร่างสมส่วนในชุดทำงานที่ไม่โป๊เกินไปแต่ก็ไม่ป้าจนเขาส่ายหน้าเดินไปหยุดยืนอยู่หน้าโต๊ะสัมภาษณ์...โอ...ยิ่งมองใกล้ความหล่อของเขาก็ยิ่งเปล่งประกาย ตัวจริงเขาทั้งหล่อและดูดีไปหมดจนหล่อนประหม่าหนักขึ้น ตอนนี้มือไม้เงอะงะไปหมดจนทำอะไรไม่ถูกแล้ว
นี่น่ะเหรอคนที่ยังโสดไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน หล่อนคิดอย่างไม่เชื่อขณะยกมือไหว้เขาตามมารยาท
"สวัสดีค่ะ ดิฉัน พริมา พึ่งพา ค่ะ"
"สวัสดีครับ...พริมา...พรีม...นั่งก่อนสิ"
โอ๊ย...หล่อนจะบ้าตายเมื่อได้ยินเสียงทักทายจากเขา มันทุ้มนุ่มน่าฟังยิ่งนัก เสียงเขาน่าฟังทั้งยังเหมือนมีอำนาจอยู่ในตัว สะกดให้คนต้องนิ่งฟังด้วยความเต็มใจ
หล่อนจะไม่ได้งานก็ตรงนี้แหละ เพราะกำลังสั่นไปหมดจากเงาอำนาจของเขาที่แผ่มาห่มคลุม ถ้าความมั่นใจหล่อนหดหาย หล่อนอาจตอบคำถามได้ไม่เข้าตาเขาแน่ ๆ
และเหมือนเขาจะอ่านท่าทีออก แววตาเข้มเหลือบมองสบตากับนัยน์ตาสีน้ำตาลสวยที่เหมือนเป็นยีนส์เด่นของหล่อน ริมฝีปากแสนมีเสน่ห์คลี่ยิ้มบาง ๆ
"ทำตัวตามสบาย ไม่ต้องเกร็ง เหมือนคุณกับผม...เป็นเพื่อนกัน"
"ขอบคุณค่ะ"
เขาเปิดเอกสารบนโต๊ะทีละหน้า หล่อนมองมือสะอาดที่นิ้วนั้นเรียวยาวน่ามอง เล็บเขาตัดสั้นและเป็นสีชมพูอ่อน ๆ สิ่งหนึ่งที่หล่อนชอบบนตัวผู้ชาย และมักจะมองเป็นอันดับแรกนั่นคือมือ มันคือเครื่องวัดความสะอาดและความใส่ใจในตัวเอง มันคือเสน่ห์สำหรับหล่อน และหล่อนกำลังแพ้ให้กับมือแสนมีเสน่ห์ของเขาจนไม่อาจละสายตามาได้
อีกอย่างหนึ่งคือนาฬิกาข้อมือ รสนิยมของผู้ชายมักบอกได้จากนาฬิกาที่สวมใส่ สำหรับคนอื่นหล่อนไม่รู้ แต่หล่อนชอบมองนาฬิกาที่ประดับบนข้อมือของผู้ชาย
"นางสาวพริมา พึ่งพา อายุยี่สิบสอง เพิ่งเรียนจบ ทำงานหาเงินเรียนเองและกู้เงินเรียน...พ่อแม่แยกทางกัน พ่อทำงานธนาคาร ตอนนี้อาศัยอยู่กับแม่ มีพ่อเลี้ยงที่มีลูกติดมาหนึ่งคนกำลังเรียนอยู่ ม.4"
".....!"
แววตากลมโตเบิกกว้างเมื่อเขารัวประวัติหล่อนออกมาชนิดละเอียดยิบ คิ้วเรียวสวยขมวดมุ่น เพราะหล่อนจำได้ว่าในใบสมัครไม่ได้กรอกลายละเอียดยิบย่อยขนาดนี้
แล้วเขาไปเอาประวัติหล่อนมาจากไหน คิดพลางจ้องหน้าเขาด้วยความสงสัย มันมาแทนที่ความประหม่าก่อนหน้า
"ดิฉันจำได้ว่าไม่ได้ใส่รายละเอียดส่วนตัวขนาดนี้ คุณไปได้มาจากไหนคะ"
เขาจ้องหน้าหล่อนกลับคืน จ้องเสียจนหล่อนต้องก้มลงมองสำรวจตัวเอง อยากจะวิ่งไปส่องกระจกเสียแล้วว่าต้องปัดแก้มแดงเกินไปแน่ ๆ เขาจึงมองแต่หน้าของหล่อนแบบนี้
มือสะอาดรวบเอกสารซ้อนกันเอาไว้ แล้วสบตากับหล่อนด้วยแววตาจังจริง เริ่มเปิดฉากพูดคุย
"เพราะผมเลือกคุณ...พริมา...คุณคือผู้ถูกเลือก"
