บทที่ 9 สะใภ้คนโปรด (5)

อชิระรู้ว่านั่นคือคำที่พาดพิงมาถึงเขา​ จับได้ถึงความหึงหวงที่ซ่อนอยู่ในแววตาและสีหน้าของคนพูด​ ซึ่งเดิมทีพี่ชายต่างมารดาก็ไม่ค่อยจะสุงสิงกับเขาสักเท่าไหร่​ จึงไม่แปลกที่อีกฝ่ายจะดึงพริมาออกไปไม่ให้สนิทกับเขามากเกิน

"ผมเห็นคุณหายมานาน​ ก็เลยมาตามคุณ​ ยิ่งกำลังแพ้ท้องอยู่ด้วย​ คราวหน้าผมจะไม่ให้คุณคลาดสายตาอีกแล้ว"

อคิราห์คิดว่าเขากำลังแสดงละครตบตาน้องชายต่างมารดา​ การที่เขาแสดงถึงความรักที่มีให้กับพริมา​ ก็จะยิ่งทำให้ทุกคนเชื่อว่ามันไม่ใช่การจัดฉากอะไรทั้งนั้น​

เขาต้องระวังการสนิทสนมของพริมากับอชิระ​ เพราะเขาอาจกำลังถูกล้วงความลับ​ ตอนนี้เขาไม่ไว้ใจใครนอกจากตัวเอง​ และบิดาจะรู้เรื่องใหญ่ขนาดนี้ไม่ได้

"นายมีอะไรอีกมั้ย​ ฉันจะพาเมียฉันไปพักผ่อน"

ว่าแล้วก็คว้าข้อมือพริมาแล้วออกแรงกระตุกเบา​ ๆ​ สบตาให้หล่อนรู้ว่าถ้าไม่ตามเขาไปมีเรื่องแน่นอน

"เชิญครับ​ ตามสบาย"

ร่างของพริมาคล้ายกับถูกลากออกมาจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว​ อคิราห์พาหล่อนกลับขึ้นมาที่ห้องนอน​ เสียงปิดประตูดังตามหลัง​ แล้วเขาก็ยอมปล่อยมือพริมา

"ไอ้เคนมันคุยอะไรกับคุณ"

"เปล่าค่ะ"

แววตาเข้มหรี่มองคล้ายไม่เชื่อ​ ตอนนี้เขาเริ่มหวาดระแวงไปหมด

"เชื่อพ​รีมสิคะ​ ถ้าพรีมไม่พูด​ ก็ไม่มีใครรู้ทั้งนั้น"

พริมาคลี่ยิ้ม​ กล่องถูกส่งต่อให้อคิราห์​ เขาทำหน้างงเล็กน้อย

"มันคืออะไร"

"มันคือเครื่องเพชรของคุณแม่คุณ​ และคุณพ่อก็เพิ่งให้พรีมมา​ พรีมคิดว่า...มันควรอยู่กับคุณ"

"ว่าไงนะ! นี่คุณพ่อเรียกคุณไป​หา​ ก็เพราะเรื่องนี้น่ะเหรอ"

อคิราห์รู้สึกโกรธมาก​ จริงอยู่ที่บิดาเชื่อเรื่องโกหกที่เขาสร้างขึ้น​ และท่านก็รักพริมาจริง​ ๆ​ แต่ท่านก็ควรบอกเขาบ้าง​ ก่อนจะยกสมบัติของมารดาให้คนอื่นไปง่าย​ ๆ​ เช่นนี้​

แววตาของอคิราห์​ ทำให้พริมารู้ว่าเขาไม่พอใจ​ และหล่อนไม่อยากให้พ่อลูกเกิดความรู้สึกไม่ดีต่อกัน

"อย่าโกรธท่านเลยนะคะ​ ท่านคงยกให้หลานแหละค่ะ​ แต่ให้ผ่านทางพรีม"

"จะไม่โกรธได้ไงพรีม​ คุณเป็นคนอื่น​ เป็นแค่ลูกจ้างผม​ คุณไม่มีสิทธิ์ได้อะไรทั้งนั้น!"

อคิราห์กระชากกล่องเครื่องประดับไปอย่างแรง​ แขนของพริมาห้อยตกอยู่ข้างลำตัว​ อีกแล้วที่คมน้ำคำบาดลึกห้วงอารมณ์​ หล่อนรู้สึกหน้าชาที่เขาพูดมันออกมาตรง​ ๆ

"พรีมรู้ค่ะ​ ถึงได้เอามาให้คุณเก็บไว้ไงคะ​"

หล่อนหันหลังหนี​ เดินไปคว้าหนังสือมาสองสามเล่ม​ คิดว่าจะปลีกตัวเองไปนอนอ่านหนังสือในที่เงียบ​ ๆ​ ตอนนี้หล่อนอยากจัดการกับความรู้สึกที่แย่​ ๆ​ ของตัวเองให้ได้เสียก่อน

"จะไปไหนพรีม"

พริมาที่กำลังอ่อนแอไม่ตอบ​ เพราะเขาก็เห็นว่าหล่อนถือหนังสืออยู่

อคิราห์วางกล่องเครื่องเพชรเอาไว้ก่อน​ เขาตามไปดึงแขนเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายออกไปจากห้อง

"คุณจะลงไปหาไอ้เคนอีกเหรอ​ อย่าลืมนะพรีม​ ถึงแม้ความจริงคุณจะโสด​ แต่ตอนนี้คุณกำลังสวมบทบาทเป็นเมียผม​ ฉะนั้นผมขอใช้สิทธิ์ออกคำสั่ง​ ห้ามทำตัวสนิทสนมกับหมอนั่นมากเกินไป"

พริมาบดกรามเข้าหากัน​ กับการที่เขาทำเหมือนหึงหวงประหนึ่งหล่อนเป็นเมียตัวจริง​ มันไม่ยุติธรรมเอาเสียเลย​ ทีเขานั้นมีคนอื่นได้​ แต่กลับห้ามหล่อนติดต่อกับผู้ชาย​ ไม่ว่าหน้าไหนก็ตาม

หล่อนต้องบ้าไปแล้ว​แน่​ ๆ​ บ้าจนกล้าโพล่งความคิดใส่หน้าเขา

"แล้วทำไมคุณไม่แสดงบทบาทสามีที่ดีบ้างคะ​ ทำได้ไหมกับการเลิกยุ่งกับผู้หญิงคนนั้น...หึ​ จริงอยู่ที่เราไม่ได้เป็นอะไรกัน​ แต่คุณคินคะ​ สังคมรู้ว่าเราแต่งงานกัน​ และกำลังมีลูกด้วยกัน นั่นแสดงว่าผู้หญิงที่คบกับคุณอยู่นั้นเต็มใจที่จะเป็นเมียน้อย​ และเธอจะไม่หยุด​ ช่วยไปบอกเธอที​ ว่าเลิกโทร.มาเยาะเย้ยพรีมได้แล้ว!"

ประโยคท้ายทำให้อคิราห์ค่อนข้างตกใจ​ ไม่เคยรู้มาก่อนว่าพริมาต้องเจอกับอะไรบ้าง​ เขามองแววตาจริงจังคู่นั้น​ สัมผัสได้ว่านี่ไม่ใช่คำแต่งขึ้นมาเพื่อใส่ร้ายใคร​

"อย่าให้พรีมทนไม่ไหวนะคะ​ พรีมอยู่ของพรีมดี​ ๆ​ แต่คนรอบข้างคุณก็ไม่หยุดที่จะหาเรื่องกันเลย"

"คุณจะหอบลูกของผมหนีไปไม่ได้​ อย่า...แม้แต่จะคิด!"

"พรีมไม่รับปาก...โอ๊ย!"

"ถ้าอย่างนั้นผมจะฆ่าคุณทิ้ง!"

เขาออกแรงบีบที่ปลายคางเรียว​ เมื่อหล่อนทำหน้าเบ้เขาจึงยอมปล่อยมือ​ ก่อนจะแย่งหนังสือมาจากมือที่กำลังสั่นเพราะอารมณ์ที่ไม่คงที่​ ​เขาจะขังหล่อนไว้ที่นี่​ไม่ให้ไปเจอหน้าอชิระ พยายามบอกตัวเอง​ว่าเพราะกลัวถูกล้วงความลับ​ หาใช่ความหึงหวงแต่อย่างใด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป