บทที่ 10 3 ปีก่อน

ผู้หญิงที่เคยทำให้ผมรู้จักว่าความรักเป็นยังไง เธอเป็นคนแรกที่เป็นคนสอนผมให้ได้รู้จักกับเรื่องแบบนี้ เธอเป็นกำลังใจให้ผมในทุกๆ เรื่อง รอยยิ้มที่แสนสดใสที่เธอยิ้มให้กับผมมันเป็นกำลังใจอย่างดีเลย

เมื่อผมเหนื่อยจากเรื่องต่างๆ นั้นเธอก็จะคอยปลอบใจอยู่เสมอแต่เรื่องมันก็ไม่เป็นแบบนั้น ความสุขมันอยู่กับผมได้ไม่นาน ไม่ยั้งยืนเหมือนกับคนอื่นๆ เธอจากผมไปเมื่อสามปีก่อน... 

สามปีก่อน

ตอนนั้นผมอายุเพียงแค่ยี่สิบเอ็ดปีเท่านั้น วันหนึ่งผมได้จัดเจอเพื่อนตัวเองในกลุ่มทั้งห้าคนไปนั่งอยู่ในร้านอาหารแห่งหนึ่งซึ่งเป็นร้านอาหารกึ่งคลับ ร้านอาหารแถวนี้เป็นที่นิยมของวัยรุ่นและไอ้พวกเสี่ยๆ ทั้งหลาย

ตอนนั้นยังเป็นที่นิยมมาก

เลิกงานจึงเป็นจุดมุ่งหมายของนักดื่ม

“อาหารที่สั่งได้แล้วค่ะ”

มีผู้หญิงคนหนึ่งซึ่งเป็นสาวเสิร์ฟเข้ามาเสิร์ฟอาหารที่พวกผมสั่ง เมื่อผมมองการแต่งตัวของเธอมันต่างจากสาวเสิร์ฟคนอื่นๆ มาก เธอสวมเพียงแค่เสื้อยืดกับกางเกงยีนขายาวเท่านั้น หน้าตาก็ไม่แต่งจัดจ้านเหมือนกับคนอื่นๆ

“เจนิสเธอไปเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะห้าแทนฉันหน่อยสิ ฉันปวดท้องมาก ๆ เลย ขอไปเข้าห้องน้ำก่อน”

เจนิส… ผมรู้ชื่อของเธอแล้ว

ในขณะที่ผมได้แต่มองเธออยู่ก็มีเพื่อนของเธอเข้ามาพูดกับเธอเพื่อขอให้เธอไปเสิร์ฟโต๊ะห้าซึ่งโต๊ะนั่นเป็นไอ้เสี่ยเฒ่าหัวงูตัณหากลับอยู่ ดูก็รู้ว่าเธอถูกเพื่อนตัวเองหลอกเข้าแล้ว อยากดูต่อจริงๆ ว่าเธอจะเชื่อหรือป่าว?

“ได้สิจ๋า เดี๋ยวฉันไปเสิร์ฟแทนให้นะ ขอจัดการโต๊ะนี้ก่อน แป๊บเดียวเท่านั้น”

นั้นไง...

เธอเชื่อจริงๆ ด้วย

ทำไมถึงได้เป็นคนที่ซื่อบื้อได้ขนาดนี้วะ ดูแค่นี้ก็รู้ทำไมยังดูไม่ออกอีกหรือไงเมื่อเธอเสิร์ฟอาหารที่โต๊ะผมเสร็จก็เดินออกไป

“มองอยู่ได้วะ สนใจหรือไงไอ้เชี่ยโซฟัส”

เสียงของไอ้แวนเดอร์พูดขึ้นมาพร้อมกับมองมายังผม ผมเพียงแค่ยิ้มให้กับมันไม่ได้สนใจอะไรนัก ก่อนจะก้มหน้าทานข้าวต่อ เหมือนสิ่งที่ได้รับรู้เมื่อกี้มันผ่านไปเฉกเช่นเรื่องอื่น ๆ แต่แล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่ออยู่ดีๆ ก็มีเสียงดังขึ้นจากโต๊ะด้านหลังของผม

“เพล้ง!”

อ๊าก!

“นังนี่กล้าดียังไงถึงมาทำคนอย่างข้า!”

เสียงของไอ้เสี่ยเฒ่าคนหนึ่งโวยวายขึ้นมาเสียงดังกู่ก้องร้านทำให้คนแถวๆ นั้นต่างพากันหลบหลีกหนีเพราะความกลัว เว้นเพียงแต่กลุ่มของผมเท่านั้นที่ยังนั่งทานข้าวต่อด้วยความไม่สะทกสะท้านใด ๆ กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

เหมือนไม่มีอะไรต้องกลัวด้วยซ้ำซึ่งนั้นเป็นเรื่องจริง

ผมเดาได้โดนไม่ต้องหันกลับไปมองให้เสียเวลา ไอ้เสี่ยคนนั้นคงโดนผู้หญิงที่ชื่อเจนิสเอาอะไรอย่างหนึ่งทุ่มลงบนหัวแน่ เสียงหนักแน่น ยังไงต้องโดน

“ปล่อยฉันนะไอ้เฒ่าหัวงู ปล่อย! ช่วยด้วยค่ะ ช่วยที ใครก็ได้ช่วยด้วย ผู้ชายคนนี้เขาลวนลามฉัน เมื่อกี้เขาจับก้นฉันด้วย”

เจนิสเธอก็พยายามร้องขอความช่วยเหลือจากคนอื่นๆ ที่มองอยู่รอบนอกตัวเธอ มันเป็นพื้นฐานของคนเราอยู่แล้วเมื่อเกิดเรื่องที่แก้ไขด้วยด้วยตัวเองคนเดียวไม่ได้

ในขณะที่มีชายคนหนึ่งพยายามเข้าไปเพื่อช่วยเหลือ ไอ้เสี่ยคนนั้นก็พูดขึ้นมาดักไว้ก่อน นี่ก็คิดว่าฉลาดและเก่งเหลือเกิน  

“อย่ามายุ่ง นังนี่มันเป็นเด็กเลี้ยงของข้า ดื้อจริงนะ มันไม่รักดีแอบหนีมาเที่ยวกับผู้ชายคนอื่น ใช่ไหม?”

คำพูดของเจนิสมันไม่ได้ผล เมื่อไอ้เสี่ยเฒ่าหัวงูคนนั้นกับกระชากแขนของเธอก่อนที่จะเดินออกจากร้าน

“ไม่จริงนะคะ ฉันไม่ได้เป็นเด็กเขาไม่รู้จักเขาเลยด้วยซ้ำ แล้วฉันทำงานอยู่ที่ร้านนี้ไม่ได้หนีออกมาเที่ยวอย่างที่เขาพูด ช่วยฉันด้วยนะคะ ช่วยด้วย!”

เสียงอันสั่นเครือของเธอลั่นวาจาออกมาอีกครั้ง รู้ได้ทันทีว่าเธอจะต้องร้องไห้อยู่แน่ในขณะนี้เพราะดูท่าทางจะไม่มีใครฟังที่พูดเลย

“จะเอาเมียกูไปไหน!”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป