บทที่ 13 จุดเริ่มต้น
จากนั้นผมก็ถอดเสื้อแจ๊สเก็ตของตัวเองให้เจนิสทันที ถ้าขืนเป็นแบบนี้ก็ไม่สบายกันพอดี
“ขอบคุณนะ” เสียงขอบคุณเบาเอ่ยขึ้นเบาๆ
“แล้วก็มานี่!”
เป็นแบบนี้ก็ไม่ไหวเหมือนกัน สำหรับผมทำไมร้านอาหารของน้องสาวตัวเองถึงไม่มีการจัดการบริหารกันให้ดีนะ ถึงได้มีการแกล้งกันเกิดขึ้นจากเพื่อนร่วมงานในระดับที่รุนแรงถึงขั้นลงมือ
ผมจับมือของเจนิสก่อนที่จะลากเธอเข้ามาร้านอาหารทันที
เจนิส?
เมื่อเข้ามาทุกคนต่างเรียกชื่ออเจนิสอย่างพร้อมเพียงกันและมองมาทางผมกับเจนิสเป็นจุดศูนย์กลาง ผมเบือนหน้าตรงไปที่ผู้จัดการร้านและสั่งเขาทางสายตาว่าให้เงียบ!
“ใครสาดน้ำใส่เธอ”
ผมไม่สนใจอะไรทั้งนั้นจึงพูดขึ้นอย่างเสียงดัง พนักงานทุกคนที่กำลังนั่งพักร่วมกันอยู่ต่างก็ตะลึงไม่น้อยก่อนที่จะมีเสียงพูดขึ้น
“คุณเป็นใครทำไมต้องทำเรื่องเล็กให้เป็นเรื่องใหญ่ด้วยคะ ฉันเองแหละที่เป็นคนสาดน้ำใส่มัน นังเจนิสมันชอบอ่อยแฟนฉัน!”
ผู้หญิงพนักงานคนหนึ่งเดินออกมาพร้อมกับใช้สายตาจับจ้องมองเจนิสอย่างแค้นเคืองพร้อมกับมองมาที่ผม ด้วยท่าทีที่คงประเมินอยู่หรือแกล้งทำมัน
ผู้หญิงคนนี้ เธอเป็นที่ทำงานที่ร้านอาหารของน้องผมมาได้มาระยะหนึ่ง แต่เธอคงไม่รู้จักผมว่าผมเป็นใคร ถ้าผมมาทานที่ร้านจะมาในฐานะลูกค้าเท่านั้น
มีคนเดียวที่รู้นั้นก็คือผู้จัดการสมชายเท่านั้น
“ผมเป็นสามีเจนิส ผมไม่พอใจมากที่คุณทำกับเธอแบบนี้!”
ผมตอบเสียงเรียบแบบไม่สนใจใครๆ
“ทำไมก็เป็นแค่พนักงานด้วยกันทำไมต้องแคร์ด้วย”
พนักงานคนนั้นตอบผมอีกครั้งหนึ่ง เธอไม่เคยสำนึกเสียด้วยซ้ำและคนอย่างผมก็ไม่ปรานีใครเสียด้วยสิ
“งั้นแสดงว่าผมก็ทำกับคุณได้ใช่ไหม?”
ซ่า
ผมถามขึ้นโดยไม่ต้องการคำตอบอะไรอีกจากพนักงานตรงหน้าก่อนที่จะคว้าแจกันใบใหญ่เข้าไปรดที่ศีรษะของพี่พนังงานคนดังกล่าวทันทีต่อหน้าพนักงานคนอื่นๆ และต่อหน้าผู้จัดการร้าน
ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ได้แต่ยืนอึ้งในสิ่งที่กำลังเห็นนั้น จากนั้นผมหันหน้าไปที่ผู้จัดการสมชายพร้อมพูดขึ้น
“ผู้จัดการสมชายต่อไปกรุณาอบรมสั่งสอนพนักงานใหม่ทั้งหมดและไล่พนักงานคนดังกล่าวออกด้วย ก่อนที่ผมจะสั่งรื้อพนักงานในร้านนี้ใหม่!”
“ครับคุณโซฟัส”
จากนั้นผมก็เข้ามาจับมือเจนิสก่อนที่จะดึงให้เดินตามออกไปจากนอกร้าน ผมพาเจนิสขึ้นรถและมาส่งเธอที่ห้องพักแต่ทว่าฝนก็ตกลงมาอย่างหนักพอดี เจนิสจึงชวนผมขึ้นไปพักบนห้องพักก่อนที่จะหาเครื่องดื่มอุ่นๆ มาให้ดื่ม
ห้องพักของเจนิสเป็นห้องเล็กๆ ที่มีการแตกแต่งอย่างเรียบร้อย มีการจัดข้าวของอย่างเป็นระเบียบ
“โดนข่มขู่หรือเอาเปรียบแบบนี้มานานเท่าไหร่แล้วเนี่ย?”
เมื่อความเงียบเริ่มปกคลุมผมจึงตัดสินใจถามเธอไปเพื่อให้เจนิสสบายใจไม่อึดอัด
“ครั้งนี้แหละที่แรงก็เธอคงคิดว่าฉันอ่อยแฟนเธอที่มาทานข้าวมั้ง ทั้งๆ ที่ฉันก็แค่ไปเสิร์ฟอาหารกับพี่นิดเท่านั้น”
สิ่งที่เธอตอบมามันทำให้ผมอึ้งอีกครั้ง ครั้งนี้แหละที่แรงแสดงว่าเรื่องพวกนี้มันเกิดขึ้นกับเธอหลายครั้งแล้ว โดนที่เธอไม่คิดจะบอกใคร ถ้าผมไม่เห็นมันก็เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นสินะ
“ครั้งนี้แรงแสดงว่าโดนแกล้งหลายครั้งแล้วทำไมถึงไม่คิดโต้ตอบบ้าง อย่ามัวแต่ยอมสิเจนิส”
เปรี้ยง! ว้าย!
ไม่ทันที่ผมจะได้คำตอบเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นมาอย่างกังวานจนทำให้เจนิสกระโดดขึ้นมานั่งบนตักผมอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอามือปิดหูตัวเอง ผมจึงก้มหน้าลงไปเพื่อจะดูว่าเป็นยังไงบ้างแต่เจนิสกลับเงยหน้าขึ้นมาพอดีมันก็เลยทำให้ปากผมกับปากเธอประทับกันอย่างพอดิบพอดี
ผมจึงค่อยๆ ที่จูบเธออย่างแผ่วเบาแล้วเจนิสก็จูบตอบกลับมาด้วย เราสองคนค่อยๆ จูบกันอย่างดูดดื่มจนกระทั่งมันเลยเถิดออกไป ในคืนนั้นเราสองคนต่างมีอะไรกันด้วนความสมยอมด้วยกันทั้งคู่
“เจนิส ผมรักคุณนะครับ”
ผมเข้าไปโอบกอดผู้หญิงที่นอนข้างตัวเองที่ตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผมอย่างสมบูรณ์แล้วภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่ร่างกายเราสองคนต่างก็ไร้เสื้อผ้าด้วยกันทั้งคู่
“ฉันก็รักคุณโซฟัส”
