บทที่ 14 พราก
เปรี้ยง! ว้าย!
ไม่ทันที่ผมจะได้คำตอบเสียงฟ้าผ่าก็ดังขึ้นมาอย่างกังวานจนทำให้เจนิสกระโดดขึ้นมานั่งบนตักผมอย่างรวดเร็วพร้อมกับเอามือปิดหูตัวเอง ผมจึงก้มหน้าลงไปเพื่อจะดูว่าเป็นยังไงบ้างแต่เจนิสกลับเงยหน้าขึ้นมาพอดีมันก็เลยทำให้ปากผมกับปากเธอประทับกันอย่างพอดิบพอดี
ผมจึงค่อยๆ ที่จูบเธออย่างแผ่วเบาแล้วเจนิสก็จูบตอบกลับมาด้วย เราสองคนค่อยๆ จูบกันอย่างดูดดื่มจนกระทั่งมันเลยเถิดออกไป ในคืนนั้นเราสองคนต่างมีอะไรกันด้วนความสมยอมด้วยกันทั้งคู่
“เจนิส ผมรักคุณนะครับ”
ผมเข้าไปโอบกอดผู้หญิงที่นอนข้างตัวเองที่ตอนนี้ได้ชื่อว่าเป็นภรรยาผมอย่างสมบูรณ์แล้วภายใต้ผ้าห่มผืนใหญ่ที่ร่างกายเราสองคนต่างก็ไร้เสื้อผ้าด้วยกันทั้งคู่
“ฉันก็รักคุณโซฟัส”
เสียงเล็กๆ ก็ตอบผมกลับมาเหมือนกันพร้อมกับโผเข้ากอดผมแล้วเอาศีรษะเข้าไปซุกที่อกของผม ผมบอกได้อย่างเต็มปากเลยว่าผมรักผู้หญิงที่อยู่ในอ้อมกอดของผมตอนนี้เป็นอย่างมากทั้งรักทั้งแคร์เธอคนเดียวเท่านั้น จนกระทั่งเวลาผ่านมาเกือบสองอาทิตย์แล้วผมยังไปมาหาสู่กับเจนิสเสมอ
ทุกๆ คืนผมจะมานอนที่ห้องของเธอทุกๆ วัน ไม่ว่าจะทำงานเลิกดึกดื่นมากแค่ไหน เมื่อผมมาถึงเจนิสก็คอยทำกับข้าวไว้รอผมตลอด จนมาถึงวันหนึ่งผมมาที่ SOFUS MISCREANT WEAPON เพื่อมาดูอาวุธที่สั่งซื้อมาจากต่างประเทศว่าเป็นยังไงบ้าง
แต่ว่าอาวุธยังไม่มาไอ้พีเคลูกน้องอีกคนจึงขอตัวไปดูก่อน
ผมกับไอ้เควินลูกน้องอีกคนจึงมานั่งรอที่ห้องทำงานของตัวเอง ขณะที่นั่งรออยู่นั้นผมก็เอาโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาไลน์บอกไอ้พวกเพื่อนผมสำหรับเรื่องอาวุธเมื่อเสร็จแล้วก็นำโทรศัพท์วางไว้ที่โต๊ะตัวเอง
“นายครับ ของมาถึงแล้วครับ”
เสียงของไอ้เควินพูดบอกกับผมทันทีที่มันได้รับโทรศัพท์ ผมจึงรีบออกไปจากห้องพักทันที แต่พอมาถึงหน้าห้อง..ก็พบกับวิลาสินี
“โซฟัสขา..ทำไมไม่ไปหานีบ้างล่ะคะรู้ไหมว่านีเหง๊าเหงา”
ผู้หญิงคนนี้เป็นคู่ควงคนล่าสุดของผมเองในตอนเมื่อก่อน เธอเป็นผู้หญิงที่ค่อนน่าเบื่อมากสำหรับผม คอยตามเซ้าซี้ตลอดเวลา เอาแต่ใจในทุกเรื่องเพียงเพราะตัวเองต้องเป็นที่หนึ่ง อยากได้อะไรก็เอาแต่ขอ อีกอย่างก็คือทำตัวเป็นเจ้าของผม สิ่งนี้ผมไม่ชอบสุดๆ แต่ในเมื่อปัจจุบันนี้ผมมีเจนิสเป็นเมียอยู่แล้วทั้งคน
ผมสลัดเธอออกไปจากวงโคจรนานแสนนานแล้วมีแต่เธอเท่านั้นที่ยังคอยตามผมตลอด
“ผมไม่ชอบผู้หญิงเซ้าซี้ ขอตัวนะนี”
ผมพูดตะคอกใส่ใบหน้าของเธอทันที
“แต่โซคะ นีเป็นเมียคุณนะ” เสียงแหลมๆ เถียงผมทันควัน
“ใครใช้ให้คุณเรียกชื่อผมแบบนั้นอย่าสำคัญตัวเองผิดในเมื่อเธอไม่ได้สำคัญมากมายขนาดนั้น อย่าเรียกแบบนี้อีก”
“โซฟัส นีขอโทษ”
เธอเข้ามากอดแขนผมทันทีด้วยความดัดจริต คงกลัวว่าถ้าขาดผมไปแล้วจะทำให้เธอยากลำบากลงมาทันที
“เสียดายที่ไม่ให้โอกาสใครเป็นครั้งที่สอง”
ผมบอกเธอก่อนที่จะสะบัดแขนตัวเองออกจากการกอดของผู้หญิงตรงหน้าทันที ก่อนที่จะรีบเดินออกไปจัดการกับงานที่ค้างคาไว้จนเวลาล่วงเลยตอนเย็นไปมากแล้ว
เมื่อผมจัดการกับงานเสร็จทุกๆ อย่างก็รีบกลับมาที่ห้องพักเพื่อมาเอาโทรศัพท์ของตัวเองที่ลืมไว้ทันที ยังนึกแปลกใจว่าวันนี้ไม่มีสายโทรเข้าจากเจนิสเหมือนทุกๆ วันเลย
ใช่ทุกๆ วันเจนิสจะโทรมาหาผมแล้วถามว่าเหนื่อยๆไหม เย็นนี้จะทานอะไรเป็นพิเศษหรือไม่เธอจะได้ทำไว้ให้ทานสำหรับผมเจนิสเป็นผู้หญิงที่ดีพร้อมไปทุกๆ อย่าง ยอมรับเลยว่าผมรักเธอมากๆ รักแบบที่ไม่เคยรักใครมาก่อน
ผมจึงรีบขึ้นรถและขับรถพุ่งทะยานตรงไปที่ห้องพักของเจนิสทันที
“เจ ผมมาแล้วครับ”
“…”
ผมเปิดประตูห้องพักด้วยกุญแจที่เจนิสเคยเอาไว้ให้ทันทีแต่เมื่อเข้าไปในห้องก็ต้องพบกับความเงียบงันที่ผิดปกติ ข้าวของเครื่องใช้ไม่มีสักอย่างแม้กระทั่งแต่เสื้อผ้าของเจนิส
“เจนิส!”
เสียงของผมตะโกนขึ้นมาก่อนที่จะรีบวิ่งตรงไปที่ห้องน้ำ ห้องนอน เผื่อว่าเธอจะอยู่ที่นั่นแต่ไม่เลยทุกๆ ห้องมันว่างเปล่าไปหมด ไม่เห็นแม้แต่เงาของเธอ
ผมจึงคว้าโทรศัพท์ออกมาโทรเป็นร้อยรอบด้วยความกังวลใจแต่เจนิสปิดเครื่อง ความกังวลใจเริ่มเข้ามาเกาะกัดเซาะที่หัวใจของผมทันที ในหัวคิดเพียงแต่ว่าต้องหาเธอให้ได้ และแล้วน้ำตาของผมก็เริ่มเอ่อล้นจากนัยน์ตาออกมาสู่ขอบตาก่อนที่จะไหลลงแก้มร่างกายผมทรุดลงกับพื้นอย่างช้าๆ ด้วยความหมดหวัง
ตอนนี้มันเหมือนกับหัวใจผมแทบสลายไม่มีชิ้นดีแล้ว ในใจก็คอยแต่ร้องเรียกว่าเธอทิ้งผมไปแล้ว ทิ้งไปโดยไม่พูดอะไรเลยแม้กระทั้งการสั่งเสีย การเห็นหน้าและก็เหตุผล
“โธ่เว้ยทำไมต้องเกิดขึ้นกับกูด้วยวะ!”
ผมตามหาเธอทุกๆ ทางแทบจะพลิกแผ่นดินหาเลยก็ว่าได้แต่มันก็ไร้วี่แววของเจนิสเลย ไม่มีเลยสักนิด แม้กระทั่งถึงในเวลานี้ที่ผ่านมาถึงสามปีแล้วผมยังไม่รู้ว่าเธอทิ้งผมไปเพราะเหตุใด
ทำไมถึงทิ้งผมไปแบบนี้และนี่ก็คืออดีตที่ยากจะลืมของผม... จบ
อดีตสามปีก่อน
SOFUS: TALK END
