บทที่ 4: ใครจะแพ้ก็ไม่รู้

ขณะที่พนิตาพูดประโยคนี้ แววตาของเธอก็ฉายแววอำมหิตออกมา

ลูกสมุนสองสามคนที่อยู่รอบตัวเธอ เพื่อที่จะยกฐานะของพนิตาให้ดูสูงส่งและทำให้เอิร์นรู้สึกหวาดกลัว หนึ่งในนั้นจึงเริ่มแนะนำตัวตนของพนิตา

“นังหน้าปลวก ถึงจะตายก็ขอให้ตายตาหลับ จะได้รู้ว่าแกไปมีเรื่องกับใคร”

“คุณพนิตาคนนี้ เป็นถึงลูกสาวสุดที่รักของผู้อำนวยการฝ่ายวิชาการ ที่โรงเรียนนี้จะไล่ใครออก พ่อของเธอเป็นคนตัดสินใจ”

“คุณพนิตาในมหาวิทยาลัยนันดูของเราเนี่ย ถือเป็นบุคคลที่มีอิทธิพล ใครกล้ามีเรื่องกับเธอ แม้แต่โอกาสที่จะคุกเข่าเรียกเธอว่าคุณย่ายังไม่มีเลย ก็ต้องโดนไล่ออกแล้ว”

“ดังนั้น เพื่อไม่ให้แกโดนไล่ออก พวกเราขอแนะนำให้แกคุกเข่าซะ…”

ลูกสมุนสองสามคนประสานเสียงกันอย่างดี ไม่นานก็แนะนำตัวตนของพนิตาจนชัดเจน

เอิร์นถึงได้เข้าใจ อ๋อ ที่แท้ก็มีเส้นสายหนุนหลัง (แบ็ก) นี่เองเหรอ?

แต่พูดอีกอย่าง ถึงแม้จะมีคนหนุนหลัง แต่นี่เป็นวันแรกที่เธอมาเรียน ไม่น่าจะไปมีเรื่องกับเธอได้ เว้นแต่ว่าจะมีคนจงใจหาเรื่องเธอ

สำหรับคนที่อยากจะหาเรื่องเธอ เอิร์นไม่เคยคิดที่จะปรานีอยู่แล้ว

“คุกเข่า?”

“ถ้าแกไม่คุกเข่าอีกนะ ฉันจะตบหน้าแกให้เละในไม่กี่นาทีเลยคอยดู…”

พนิตาเห็นเอิร์นลังเล มือที่บีบคอเอิร์นอยู่ก็เผลอเพิ่มแรงเข้าไปอีก

เธอยกมืออีกข้างขึ้น เตรียมจะตบไปที่ใบหน้าของเอิร์น

เอิร์นเบี่ยงตัวหลบอย่างรวดเร็ว คว้าผมของพนิตาไว้ได้ทันที และก่อนที่เธอจะทันได้ตั้งตัว ก็จับหัวพนิตากระแทกลงกับพื้นเสียงดังปัง!

เพื่อเป็นการแก้แค้นที่เธอโดนบีบคอเมื่อครู่ เอิร์นหยิบถังขยะในห้องน้ำขึ้นมาใบหนึ่ง ครอบลงไปบนหัวของพนิตา แล้วระดมทั้งหมัดทั้งเท้าอย่างบ้าคลั่ง พนิตาถูกอัดจนร้องโอดโอย

ลูกสมุนสองสามคนที่เมื่อกี้ยังล้อมรอบพนิตาอยู่ เดิมทีคิดจะเข้าไปช่วย แต่พอเห็นว่าเอิร์นเป็นพวกโหดจริง พวกเธอก็กลัวจนแทบจะฉี่ราดกางเกง

พวกเธอรังแกคนอื่นในโรงเรียนมาตั้งนานขนาดนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เจอของจริง

หลังจากอัดพนิตาเสร็จ เอิร์นสะบัดมือพลางหันไปถามลูกสมุนพวกนั้นว่า “มาสิ พวกแกน่ะ ใครอยากจะเข้ามา? ใครเก่งพอที่จะทำให้ฉันคุกเข่าเรียกพวกแกกว่าคุณย่าได้บ้าง?”

ความบ้าคลั่งของเอิร์นทำให้พวกเธอตกใจกลัว

ลูกสมุนสองสามคนรีบคุกเข่าลงกับพื้น แสดงความอ่อนข้อต่อเอิร์น

“คุณย่า ท่านคือคุณย่าของพวกเรา…”

เมื่อเห็นว่าลูกสมุนยอมแพ้ เอิร์นก็หัวเราะเยาะออกมาเสียงเย็นชา เธอคว้าตัวพนิตาที่นอนกองอยู่บนพื้นแทบขยับไม่ได้ขึ้นมา แล้วถามว่า “บอกมา ใครใช้ให้แกมารังแกฉัน?”

พนิตาขวัญหนีดีฝ่อไปหมด ไม่กล้าพูดอะไรออกมาเลย

เอิร์นเห็นเธอไม่พูด จึงขู่ว่า “ดี ไม่พูดใช่ไหม งั้นฉันจะอัดแกอีกรอบ อัดจนกว่าแกจะยอมพูด…”

ด้วยความกลัวว่าจะโดนอัดอีกรอบ พนิตารีบเปิดปากพูด “คือไนน์...คุณไนน์ค่ะ… เขาบอกว่าเธอไปมีเรื่องกับเขา ให้ฉันมาสั่งสอนเธอหน่อย…”

“ไนน์? หมอนั่นหาเรื่องตายชัดๆ”

เอิร์นกัดฟันแน่น เรียกชื่อไนน์ออกมา เธอทิ้งพนิตาลง แล้วหันหลังเตรียมจะไปเอาคืนไนน์

เพิ่งเดินไปได้ครึ่งทาง สุชาดา เพื่อนสนิทของเธอก็โทรเข้ามาพอดี

ในโทรศัพท์ สุชาดาพูดกับเอิร์นอย่างร้อนรนว่า “เอิร์น ช่วยด่วนเลย”

มาร์ค ลูกพี่ลูกน้องฉันน่ะ โดนคนยุ บอกว่าจะไปแข่งมอเตอร์ไซค์ พีเค กับคุณไนน์แห่งตระกูลศิริบูรณ์ แถมยังลงเดิมพันไว้ห้าล้านบาทด้วย เธอรู้ใช่ไหมว่าฐานะทางบ้านของลูกพี่ลูกน้องฉันไม่ได้ดีมาก ถ้าพ่อแม่เขารู้ว่าเขาพนันห้าล้านล่ะก็ ต้องตีเขาตายแน่ๆ

“เอิร์น เธอเป็นคนที่คุณปู่ณัฐพงษ์หมายตาไว้ให้เป็นหลานสะใภ้ คุณไนน์ก็เป็นหนึ่งในสามีตัวเลือกของเธอเหมือนกัน เธอไปพูดดีๆ กับเขาหน่อยสิ ให้เขาปล่อยลูกพี่ลูกน้องฉันไปสักครั้งได้ไหม?”

เอิร์นไม่อาจปฏิเสธคำขอของสุชาดาได้

เธอถามว่า “มาร์คที่เธอพูดถึงใช่เด็กผู้ชายคนนั้นที่ไปเที่ยวเชียงรายกับเราตอนปิดเทอมฤดูร้อนปีนั้นรึเปล่า?”

“ใช่เลยๆ คนนั้นแหละ”

เมื่อได้ยินคำพูดของสุชาดา เอิร์นก็หรี่ตาลงเล็กน้อย

แข่งมอเตอร์ไซค์ การแข่งขัน เดิมพันห้าล้าน? ไปจัดการเรื่องนี้ให้มาร์ค...

ดูเหมือน...จะน่าสนใจอยู่เหมือนกันนะ

นี่มันดูคุ้มค่ากว่าการไปอัดไนน์สักรอบไม่ใช่เหรอ?

เธอครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วจึงพูดกับสุชาดาว่า “โอเค เรื่องนี้ฉันรับเอง เธอบอกมาร์คลูกพี่ลูกน้องเธอ ให้เขามารับฉันที่มหาวิทยาลัยนันดูตอนเลิกเรียน ฉันจะไปจัดการเรื่องนี้ให้เขาเอง”

เมื่อได้ยินว่าเอิร์นรับปาก สุชาดาก็ดีใจมาก

เธอชมเอิร์นสารพัดในโทรศัพท์ คำเยินยอชุดใหญ่ทำเอาเอิร์นรู้สึกตัวลอยไปเลย

ไม่นานก็ถึงเวลาเลิกเรียน เอิร์นบอกคนขับรถว่าเธอจะไปหาเพื่อน ให้คนขับรถกลับบ้านไปก่อน ส่วนเธอ หลังจากคนขับรถไปแล้ว ก็ขึ้นรถของมาร์คที่มารอรับ

มาร์คเล่าสถานการณ์ให้เอิร์นฟังคร่าวๆ

ที่แท้ ที่มาร์คตกลงจะแข่ง PK กับไนน์ ก็เพราะโดนคนอื่นยุล้วนๆ มาร์คไม่อยากเสียหน้า เลยตอบตกลงไป ตอนนี้เขารู้ทั้งรู้ว่าตัวเองสู้ไนน์ไม่ได้ แต่ก็ไม่กล้าปฏิเสธการแข่งขันครั้งนี้ ตอนนี้เขากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก

มาร์คพูดจบ ก็ลองหยั่งเชิงถามเอิร์นว่า “พี่เอิร์น พี่ว่าเรื่องนี้จะทำยังไงดีครับ?”

“จะทำยังไงได้อีกล่ะ? ก็ต้องแข่งกับเขาสิ”

“แต่ว่า ถ้าแข่งกับคุณไนน์ ผมแพ้แน่ๆ นะครับ นั่นมันตั้งห้าล้านบาทเลยนะ?” มาร์คกังวลไปหมด

ฐานะทางบ้านของเขาเทียบกับตระกูลศิริบูรณ์ไม่ได้เลย ห้าล้านบาทสำหรับบ้านเขาถือเป็นเงินก้อนใหญ่มหาศาล

เมื่อเห็นท่าทางกังวลของมาร์ค เอิร์นก็ยื่นมือไปตบหัวเขาเบาๆ ทีหนึ่ง

เธอพูดว่า “ฉันแข่งกับเขาเอง ไม่ต้องห่วง ฉันไม่มีทางแพ้คุณไนน์แน่นอน”

“ถ้าฉันแพ้ขึ้นมา เงินห้าล้านนี่ ฉันจ่ายแทนเธอเอง”

เอิร์นพูดอย่างมั่นใจ เชียงรายเป็นเมืองใหญ่และกว้างขวาง เธอมีสนามแข่งมอเตอร์ไซค์ของตัวเองมาตั้งแต่อายุสามขวบ ตลอดหลายปีที่โตมา การควบคุมมอเตอร์ไซค์ของเธอก็ยิ่งคล่องแคล่วและเป็นธรรมชาติมากขึ้น

เธอสั่งให้มอเตอร์ไซค์ดริฟต์ รถก็ไม่กล้าลดความเร็ว

ถ้าเธออยากได้ที่หนึ่ง นักแข่งคนไหนในวงการก็ไม่กล้ามาแย่งกับเธอ

ไนน์จะมาแข่งเรื่องนี้กับเธอน่ะเหรอ? เหอะๆ…

เขาตายแน่

ไม่นาน มาร์คก็พาเอิร์นไปเอามอเตอร์ไซค์ สวมใส่อุปกรณ์เรียบร้อย แล้วมุ่งหน้าไปยังสนามแข่งขัน

ไนน์พาเพื่อนของเขาสองสามคนมายืนพิงมอเตอร์ไซค์หรูของพวกเขา มองมาร์คอย่างหยิ่งผยอง

เมื่อเห็นว่ามาร์คพาผู้หญิงมาด้วยคนหนึ่ง บนใบหน้าของไนน์ก็ปรากฏรอยยิ้มดูถูกเหยียดหยาม

เขาพูดแขวะมาร์คว่า “โย่ว มาร์ค เป็นไงบ้างวะ? พาตัวช่วยมาด้วยเหรอ?”

“จะบอกว่าตัวเองไม่ไหว ก็ไปหาคนเก่งๆ มาสิ พาผู้หญิงมาด้วยเนี่ย จะมาทำให้ใครรำคาญวะ?”

“จะบอกให้นะ เราลงเดิมพันกันไว้แล้ว ถึงแกจะให้ผู้หญิงมาแข่งแทน ถ้าแพ้ก็ต้องจ่ายฉันห้าล้านเหมือนเดิม ไม่งั้น แกเจอดีแน่”

ไนน์เชิดหน้าขึ้น ทำท่าทางดูถูกคน

เอิร์นสวมหมวกกันน็อกหนาเตอะ สวมชุดแข่งที่ปกปิดร่างกายมิดชิด ไนน์จึงจำเธอไม่ได้เลย

เมื่อเห็นเขาทำท่าทางยโสโอหังขนาดนั้น เอิร์นก็ดัดเสียงของตัวเอง แล้วพูดเยาะเย้ยกลับไปอย่างเย็นชาว่า “คุณไนน์ จะแข่งก็แข่งสิ จะพูดพล่ามไร้สาระทำไมตั้งเยอะแยะ? เงินห้าล้านน่ะ ยังไม่รู้เลยว่าใครจะแพ้…”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป