บทที่ 15 แหม! ขาวมาแต่ไกลเชียวนะ
"วันนี้เจ้าเปลี่ยนถุงหอมกลิ่นอันใด"
ชายหนุ่มถามออกมาในที่สุด ตอนทำแผลเขาได้กลิ่นหอมลอยออกมาจากตัวของหญิงสาว กลิ่นนี้เขาชอบมันยิ่งนักทำให้เขารู้สึกสดชื่นและผ่อนคลาย เขารู้สึกว่านางใช้กลิ่นนี้เป็นกลิ่นแรกตอนที่นางเป็นสาวใช้ปิ่นไม้ที่เข้ามาแทนสาวรับใช้นางอื่น แต่ตั้งแต่นางเปลี่ยนมาเป็นปิ่นเงินก็มิได้ใช้ถุงหอมกลิ่นอย่างวันนี้อีก
ซิงอีที่ได้ยินเช่นนั้นก็ก้มมองที่ข้างเอวพบว่า นางลืมนำถุงหอมติดมาด้วย เพราะเพิ่งอาบน้ำเสร็จบวกกับรีบมาหาชายหนุ่มเพราะเรือนอยู่ไกลกันนัก หญิงสาวรีบหันข้างเพื่อไม่ให้ชายหนุ่มเห็นว่านางลืมหยิบถุงหอมมา "ที่เขาถามเช่นนี้ไม่ใช่ว่าเขาเหม็นข้าหรอกนะ" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ ก่อนจะยิ้มแห้งให้ชายหนุ่ม
"กลิ่นเดียวกับสาวใช้นางอื่นนั่นแหละเจ้าค่ะ สงสัยถุงหอมข้ากลิ่นจะจางไป พรุ่งนี้ข้าจะเปลี่ยนใหม่นะเจ้าคะ"
ซิงอีรีบโกหกชายหนุ่มทันที
"ก่อนออกไปดับตะเกียบที่เจ้าจุดทั้งหมดด้วย"
"เจ้าค่ะ"
ซิงอีเอ่ยขึ้นจากนั้นรีบไปดับตะเกียงกว่า 20 ตัวที่ตนเองจุดไว้ ตอนนี้นางรู้แล้วว่าเหตุใดชายหนุ่มจึงว่านางที่จุดเยอะก็ตอนที่นางมาตามดับเองนี้แหละ
จางเหว่ยมองหญิงสาววิ่งไปมาเพื่อดับตะเกียง แต่แล้วสายตาของเขาก็ไปสดุดที่ข้างเอวนาง พบว่ามันไม่มีถุงหอมห้อยอยู่เลย นั่นก็แสดงว่ากลิ่นที่ว่าหอมเมื่อสักครู่คงเป็นกลิ่นตัวของนางสินะ ตอนที่นางมีแค่ปิ่นไม้ก็ยังมิได้ห้อยถุงหอมเพราะทำงานแค่นอกเรือนเท่านั้น ไหนท่าทีของนางที่แอบหันมิให้เขาเห็นข้างเอวเมื่อสักครู่อีก เมื่อคิดได้ดังนั้นชายหนุ่มก็ยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนจะนอนลงที่เตียง
"ข้าดับหมดแล้ว เช่นนั้นข้าขอตัวนะเจ้าคะ" ซิงอีเอ่ยบอกชายหนุ่มแต่ก็มิได้ยินเสียงใดตอบกลับมาเช่นเดิม "ช่างประหยัดคำพูดจริงๆ กลัวดอกพิกุลจะร่วงหรือเจ้าคะ" หญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจ
"ราตรีสวัสดิ์เจ้าค่ะ" หญิงสาวเอ่ยไม่ดังมากจากนั้นจึงเลื่อนบานประตูและเดินออกไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
ซิงอีไม่ต้องตื่นแต่เช้ามาเตรียมห้องอาบน้ำหรืออาบน้ำให้จางเหว่ยเหมือนอย่างก่อน เพราะตอนนี้นางได้รับหน้าที่ใหม่คือคอยเป็นผู้ช่วยชายหนุ่ม โบราณว่าไว้ไม่ผิด คือเกลียดอันใดมักได้อย่างนั้น นางไม่อยากอยู่ใกล้ชายหนุ่มแต่สวรรค์กลับให้นางมาคอยช่วยงานข้างๆเขาเสียอย่างนั้น ซิงอีบิดขี้เกียจอย่างเกียจคร้านเล็กน้อยอยู่บนเตียง อากาศตอนนี้เริ่มหนาวแล้วทำให้หญิงสาวรู้สึกอยากนอนเรื่อยเฉื่อยอยู่ใต้ผ้าห่มหนานี้เกินกว่าที่จะลุกไปอาบน้ำเย็นๆ หากเป็นโลกปัจจุบันที่มีเครื่องทำน้ำอุ่นคงไม่ต้องหนาวถึงกระดูกเช่นนี้ แต่ก็ทำได้แค่คิดวันนี้นางตื่นเช้ากว่าทุกวัน จึงคิดว่าจะไปต้มน้ำอาบเพื่อให้ช่วยบรรเทาอากาศหนาว เมื่อคิดได้ดังนี้ก็รีบลุกขึ้นไปทันที
ทางด้านตำหนักจวี๋ฮวา
"พวกเจ้าเตรียมน้ำเสร็จก็ออกไปเถอะ"
จางเหวยเอ่ยเสียงเข้ม ถึงบ่าวรับใช้ทั้งหมดที่มาเตรียมจะงุนงงแต่ก็ทำได้เพียงปฏิบัติตาม หลังบ่าวรับใช้ไปแล้ว ชายหนุ่มจึงถอดชุดด้วยความยากลำบากเล็กน้อยก่อนที่จะลงไปในอ่างน้ำ แต่ไม่ได้ลงไปทั้งตัว เลือกหาเก้าอี้ไม้ไปนั่งอาบด้านใน เพื่อให้ช่วงตัวสูงกว่าระดับน้ำป้องกันไม่ให้น้ำเปียกถึงบริเวณบาดแผล อาบแค่ช่วงล่างของร่างกายด้านบนชายหนุ่มเลือกเช็ดตัวแทนเพื่อไม่ให้แผลเปียกน้ำ
.
ก๊อกๆ
เสียงเคาะประตูทำให้จางเหว่ยเลิกสนใจบาดแผล และเงยหน้ามองไปยังประตู
"ใคร"
"ข้าซิงอีเองเจ้าค่ะ"
เสียงของหญิงสาวดังออกมาจากนอกประตู
"เข้ามา"
ชายหนุ่มเอ่ยอนุญาตเพียงสั้นๆ เมื่อหญิงสาวได้ยินเช่นนั้นจึงผลักประตูเข้ามา พบชายหนุ่มกำลังนั่งยุ่งกับการแกะผ้าพันแผลอยู่ที่เตียง โดยที่ท่อนบนเปลือยเปล่าแต่ก็ยังดีที่ท่อนล่างไม่ได้เปลือยเหมือนท่อนบน "แหมขาวมาแต่ไกลเชียวนะ" หญิงสาวเอ่ยแซวชายหนุ่มในใจ และเดินเข้าไปหาเขาที่เตียง
"ข้ามาทำงานแทนผู้ช่วยหนิงเกาเจ้าค่ะ"
หญิงสาวเอ่ยจุดประสงค์การมาของตนทันที
"มาทำแผลให้ข้าก่อน"
"เจ้าค่ะ" หญิงสาวตอบรับทันที "ขอให้คนอื่นทำแผลให้ พูดดีๆไม่ได้หรือไง"
แน่นอนหญิงสาวกล่าวกับตนเองในใจอีกครั้ง ขืนพูดไปตามที่คิดมีร้อยชีวิตก็คงถูกฆ่าทิ้งเป็นแน่ ชิงอีเข้ามานั่งที่ด้านล่างเตียงเพื่อทำแผลให้เขาเหมือนเดิม แต่ครั้งนี้แผลของชายหนุ่มกลับแห้งไม่ได้เปียกตอนอาบน้ำเหมือนวันก่อน วันนี้ไม่มีเลือดไหลและแผลก็เริ่มแห้งไปบ้างแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะเก็บคำที่ข้าพูดออกไปมาคิดบ้างแล้ว หญิงสาวทำแผลใส่ยาเสร็จก็พันแผลให้ชายหนุ่มไว้เช่นเดิม
จางเหว่ยมองหญิงสาวอย่างพิจารณา การกระทำของหญิงสาวดูเหมือนจะรวดเร็วคล่องแคล่วแต่กลับละเอียดรอบคอบ เขาสังเกตผิวหน้าผิวกายของนางไม่หยาบกร้านเหมือนอย่างคนเคยเป็นขอทานมาก่อน ชายหนุ่มก้มหน้าลงไปใกล้หญิงสาวที่กำลังตั้งใจทำแผลให้เขาใกล้ๆ กลิ่นหอมสะอาดสดชื่นลอยเข้ามาปะทะที่ใบหน้าของชายหนุ่มที่ก้มหน้าลงไปเกือบถึงศีรษะของหญิงสาว โดยที่นางเองก็ไม่รู้ตัว ชายหนุ่มเผลอสูดดมกลิ่นนั้นอย่างลืมตัว เขามองคิ้วเรียงสวย ขนตายาวสายตามุ่งมั่นและตั้งใจตอนที่นางทำแผล จมูกโด่งสวย และปาก......
