บทที่ 4 ข้าเห็นคนที่ช่วยท่านตรงลำธารเจ้าค่ะ
ตุบ!!
“โอ๊ยยยย” ซิงอีร้องออกมาด้วยความเจ็บ ไม่ใช่เตี้ยๆเลยกำแพงนี้ ทำให้นางต้องก้มม้วนตัวลงไปด้วยความเจ็บ แต่ขณะที่เธอกำลังเงยหน้าขึ้นมานั้น กลับมีดาบเงาวับมาจ่อที่คอเธอทันที
“เจ้าเป็นใคร แอบลักลอบเข้ามาทำไม” ผู้ช่วยของชายหนุ่มเอ่ยถามในขณะที่มือถือดาบจ่อคอซิงอีอยู่
“ข้าเพียงหลงทางมาพี่ชาย ท่านช่วยลดดาบลงหน่อย” ซิงอีพูดพลางยกมือดันดาบออกจากคอเล็กน้อย
“หลงทางอะไรของเจ้า รีบบอกมา”
ชายที่ถือดาบยังเอ่ยถามต่อและดันดาบเข้ามาที่คอหญิงสาวใกล้ขึ้น และก็มีเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา ซึ่งก็คือชายที่ยืนคุยด้วยกันแต่แรก ซิงอีสังเกตสีหน้าของชายที่เดินมาตรงหน้า คาดว่าน่าจะคือเจ้าของจวนที่นี่ เธอรู้สึกคุ้นหน้าเขาเป็นอย่างมาก แต่แล้วภาพของชายที่โดนยิงธนูใส่ และหมดสติลอยมากับน้ำก็เด้งขึ้นมา ตอนนั้นชายหนุ่มหน้าซีดเซี่ยวแต่ตอนนี้กลับดูดีขึ้นเล็กน้อย บวกกับเรื่องที่เธอแอบฟังเมื่อสักครู่ทำให้เธอมั่นใจมากขึ้นว่าเขาคือคนที่เธอช่วยขึ้นจากแม่น้ำเมื่อ 3 วันก่อน
“จะพูดหรือไม่” ชายที่ถือดาบจ่อคอซิงอีพูดขึ้นอีกครั้ง
“พูดเจ้าค่ะๆ ข้าพูดแล้ว”
ซิงอีพูดออกมาด้วยตัวสั่นเทาเพราะดาบที่จ่อคอนางตอนนี้หากขยับเข้ามาหาเธออีกแค่เพียงน้อยนิด นั้นต้องทำให้นางจบชีวิตลงได้ทันที ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาใหม่ยกมือขึ้นเป็นเชิงให้ผู้ช่วยของเขาเก็บดาบลง เมื่อดาบถูกเก็บไปแล้วซิงอีจึงถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก จากนั้นมองหน้าชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของจวน แล้วก้มหัวลงไปกับพื้นทันทีจนชายหนุ่มตกใจ
“ข้าเพียงจะมาขายตัวเป็นบ่าวที่สำนักเหมียนเตี้ยนเจ้าค่ะ แต่พอมาถึงก็เห็นป้ายติดประกาศไว้ว่าปิดทำการ ด้วยความที่ตอนนี้เริ่มมืดค่ำแล้วและฝนทำท่าว่าจะตก ข้าไม่มีที่ไปแต่ก่อนเป็นเพียงขอทาน อยากปรับปรุงตัวเองให้ดีกว่านั่งขอเงินผู้อื่น จึงเลือกมาใช้แรงงานเเลกเงิน เมื่อไม่มีทางไปแล้วเห็นบันไดพาดอยู่อีกฝั่งจึงปีนขึ้นมาดูเฉยๆ ไม่มีเจตนาเข้ามาทำเรื่องไม่ดีเจ้าคะ”
ซิงอีพูดร่ายยาวเสียงดังทั้งที่หน้ายังก้มลงไปที่พื้น เพราะหญิงสาวยังไม่อยากตายจนกว่าจะหาทางกลับโลกใบเก่าของนางได้
“เงยหน้าขึ้น”
ชายหนุ่มพูดเสียงเข้ม ทำให้ซิงอีสะดุ้งเล็กน้อย และค่อยๆเงยหน้าขึ้นเพราะความกลัว
“ข้าจะเชื่อเจ้าได้เช่นไร”
“ข้าสาบานเจ้าค่ะ หากข้าโกหกขอให้ฟ้าผ่าตาย”
ตู้ม!
เสียงฟ้าร้องดังขึ้นมาหลังจากที่ซิิงอีพูด เพราะตอนนี้ท้องฟ้าทำท่าว่าฝนจะตกอีกไม่นาน
“ฆ่านางซะ”
สิ้นคำชายหนุ่มผู้ช่วยที่ยืนอยู่ข้างๆ ยกดาบเตรียมที่จะฟันหญิงสาวทันที
“ข้าเห็นคนที่ช่วยท่านตรงลำธารเจ้าค่ะ”
ซิงอีที่รู้ว่าตัวเองจะถูกฆ่าแล้วจึงตะโกนออกมาเพื่อหวังว่าหลังชายหนุ่มได้ยินแล้ว เผื่อยืดเวลาไปได้มากกว่านี้ และก็เป็นดั่งที่หญิงสาวคาด เมื่อได้ยินที่นางพูด ชายหนุ่มที่เป็นหัวหน้ายกมือห้ามทันที
“เจ้าแอบฟังพวกข้าอย่างนั้นหรือ”
“เปล่านะเจ้าคะ ข้าเพียงบังเอิญได้ยิน ก็พวกท่านพูดเสียงดังขนาดนั้น”
ซิงอีพูดจบก็โดนชายหนุ่มขึงตาใส่ นางจึงต้องปิดปากและก้มหน้าลงกับพื้น
“เจ้าพูดจริงงั้นหรือ”
ชายหนุ่มเอ่ยถามเพื่อยืนยันคำตอบ นางอาจจะแค่หาทางเอาตัวรอดก็ได้
“ท่านถูกธนูยิงที่ท้องด้านซ้าย แล้วก็ลอยมากับท่อนไม้ที่ลำธารท้ายตลาดนอกเมืองหลวงใช่หรือไม่เจ้าคะ”
ซิงอีเอ่ยด้วยความมั่นใจ เพราะเป็นเขาไม่ผิดแน่หน้าตาหล่อๆแบบนี้นางจำได้ดี ชายหนุ่มที่ได้ฟังก็คิดตาม นางรู้รายละเอียดมากกว่าที่เขาพูดเมื่อสักครู่เสียอีก แสดงว่านางรู้จริงๆว่าใครที่ช่วยเขาไว้
“แล้ว…”
ชายหนุ่มยังพูดไม่จบ จู่ๆ ฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้ทั้ง3ต้องวิ่งไปหลบอยู่ที่ศาลาริมน้ำใกล้ๆ
“เอาอย่างไรดีขอรับคุณชาย”
ผู้ช่วยเอ่ยถามนายของตน
“พานางไปขัง รอพรุ่งนี้ข้าจะถามนางอีกที”
ชายหนุ่มพูดขึ้นจากนั้นเดินออกจากศาลาตรงไปเรือนของตนเองทันที
“ได้อย่างไรกัน เฮ้!”
ซิงอีตะโกนออกมาเมื่อได้ยินคำพูดจากชายหนุ่ม และถูกผู้ช่วยขอเขาคุมตัวไปทันที
ภายในคุก
ซิงอีถูกคุมตัวมาไว้ในห้องขัง จากนั้นปิดประตูขังนางไว้และเดินออกไปทันที หญิงสาวเดินสำรวจภายในกรงที่นางถูกขัง มีฟางที่เป็นเหมือนที่นอน และโต๊ะ1ตัว ซิงอีนั่งลงอย่างเหนื่อยล้า พลางคิดในใจว่า “ถึงเป็นคุกแต่ก็ยังดีกว่าข้างถนนที่ไม่มีแม้แต่ที่บังฝน”
“เฮ้อออ”
หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่
“แม่หนูเจ้าไปทำอะไรมาหรือ ถึงได้โดนขังที่นี่”
จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมาจากห้องขังข้างๆ ซิงอีจึงเดินเข้าไปหาและนั่งลงใกล้ๆ
“ข้าแอบเข้ามาในจวนเจ้าค่ะ”
“เจ้ากล้าขนาดนั้นเชียวหรือ”ชายห้องข้างๆเอ่ยออกมาด้วยความตกใจ
“ทำไมหรือเจ้าคะ”
ซิงอีเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เจ้าไม่รู้หรือ จวนแห่งนี้คือจวนของจางเหว่ย ผู้ที่ขึ้นชื่อว่าโหดเหี้ยม ชาวบ้านแถวนี้ต่างกลัวกันหมดไม่มีคนอยากเข้าใกล้ เขาฆ่าคนไม่กระพริบตา ข้าได้ยินว่าแค่บ่าวรับใช้ทำชาหกใส่ ก็ถูกฆ่าล้างยกตระกูลเชี่ยวนะ”
สิ้นคำชายที่อยู่คุกข้างๆ หญิงสาวถึงกับหน้าซีดเผือดและกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พลางคิดในใจว่า “ฉันรอดมาได้อย่างไรเนี้ย กินใจหมีมาหรืออย่างไร”
“ข้าแนะนำให้เจ้าส่งจดหมายไปสั่งเสียที่บ้านไว้เลย”
ชายคนนั้นพูดพลางส่ายหน้าให้กับหญิงสาว ซิงอีจึงพยักหน้าและลุกขึ้นเดินไปนั่งกลางกรงขังสี่เหลี่ยมด้วยขาอ่อนแรง เมื่อคิดว่าตนเองจะต้องตายอีกรอบในวันพรุ่งนี้นี้แน่ๆ
