บทที่ 13 ตอนที่5 เกี้ยวพาราสี 2
หนิงเหมยเริ่มขมวดคิ้วสงสัย “มันวิ่งไปย่อมสมควร เจ้าจะให้มันหยุดเพื่อเหตุใด”
“หากมันไม่หยุด เราคงตกลงไปเจ้าค่ะ” หนี่ม่านเอียงหน้านึกครู่หนึ่งว่าเบื้องหน้าที่นางเห็นคืออันใด “บ่าวคิดว่าข้างหน้าของเราเป็นเหวเจ้าค่ะ แต่ว่าบ่าวหยุดม้าไม่ได้”
“...!?”
ซูเจินลุกขึ้นทันใดจนหัวชนกับหลังคารถม้าเสียงดังโป๊ก ในขณะที่หนิงเหมยถึงกับตกใจตาโตทำสิ่งใดไม่ถูกทั้งนั้น ส่วนหนี่ม่านทำได้เพียงส่งยิ้มแห้งๆ อย่างโง่งม สตรีทั้งสามเริ่มชุลมุนวุ่นวาย ซูเจินคิดจะออกมาจากตัวรถม้าเพื่อบังคับม้าที่กำลังควบตะบึงไร้ทิศทาง
เสียงเกือกม้าวิ่งกระทบพื้นเสียงดังกุบกับๆ จนฝุ่นตลบอบอวลผสมผสานกับเสียงกรีดร้องของสองสตรีดังระงมวุ่นวาย
แต่ยังไม่ทันที่ซูเจินจะออกจากตัวรถม้าเพื่อตรงเข้าไปจับบังเหียนม้า รถม้าพลันเปลี่ยนทิศทางการขับเคลื่อน เพียงครู่ม้าที่กำลังเตลิดพลันสงบและค่อยๆ ชะลอตัวก่อนจะหยุดวิ่งคงเหลือเพียงการเดินเหยาะๆ ก็เท่านั้น
สตรีทั้งสามมองหน้ากันด้วยความสงสัยว่าเหตุใดม้าที่กำลังไร้การควบคุมถึงสงบลงได้
เมื่อแน่ใจว่ารถม้าหยุดเคลื่อนที่จนนิ่งดีแล้ว หนี่ม่านจึงเปิดผ้าออกมามองก่อนใคร แต่แล้วนางพลันชะงักไปก่อนจะทำตาโต ใบหน้าแดงซ่าน เหม่อมองเป็นนาน
สาเหตุที่ทำให้รถม้าหยุดนิ่งคือบุรุษหนุ่มรูปงามสองคน
คนหนึ่งสวมอาภรณ์สีม่วงเข้ม ใบหน้าหล่อเหลา ท่างท่าเคร่งขรึม สีหน้าเย็นชา สมชายชาตรี
อีกคนหนึ่งสวมเสื้อผ้าเนื้อดีเรียบลื่นมันวาวสีเงินยวง รูปโฉมงดงาม ผิวพรรณดั่งหยกสลัก ดวงตาเรียวคม ให้ความรู้สึกวาบหวามยามมองสบตา
หนี่ม่านถึงกับตาลาย อ้าปากเผยอ นางกำลังเจอเข้ากับเทพเซียนมาจุติยังโลกมนุษย์
“เป็นอะไรไปหรือหนี่ม่าน” หนิงเหมยเริ่มเป็นห่วงสาวใช้ของตนจึงเอ่ยถามพลางเดินออกมาจากรถม้า “หนี่ม่าน”
“เอ่อ...คุณหนู” หนี่ม่านยกนิ้วชี้ไปยังเทพเซียนด้านล่างรถม้าโดยที่สายตายังคงเหม่อมองไปที่สองบุรุษทั้งสองอย่างขัดเขิน
หนิงเหมยมองตามการชี้ชวนของสาวใช้
นางเห็นบุรุษสองคนยืนอยู่กับม้าด้านหน้าคันรถ คนหนึ่งยืนมองมาทางรถม้า ใบหน้าเรียบเฉยดวงตาดุดันเป็นประกายหมายจ้องมองเข้าไปในรถม้าที่มืดมิด ท่าทางของเขาดุดันน่าเกรงขาม
อีกคนหนึ่งรูปงามมากนัก เขากำลังลูบคอม้าอย่างอารมณ์ดี
“ท่านทั้งสองคงเป็นคนช่วยพวกเราไว้” หนิงเหมยคลี่ยิ้มส่งให้พร้อมกล่าวออกไปทางชายรูปงามทั้งสอง “ขอบคุณพวกท่านมาก”
หยางเหอจินมิได้ตอบคำอันใด เขายังคงหรี่ตาคมเข้มมองเข้าไปในรถม้า ในนั้นมีสตรีนางหนึ่งที่เขาต้องการเห็นหน้า
เฟยหลงเซียนที่กำลังลูบคอม้าเพื่อให้มันสงบและเชื่อฟังสังเกตเห็นหยางเหอจินจ้องมองสตรีในรถม้าไม่วางตาอย่างนั้น เขาจึงเข้าใจได้ว่า ท่านอาของเขาคงเจอกับสตรีถูกใจเข้าแล้ว
ชายหนุ่มจึงเริ่มเอ่ยคำเพื่อเปิดทางให้อย่างหวังดี “แม่นาง...อย่าได้เกรงใจ พวกเราแค่คนผ่านมาเห็นสตรีงดงามกำลังลำบากมีหรือจะไม่ยื่นมือช่วยเหลือ”
ทั้งน้ำเสียงนุ่มนวลน่าฟัง ทั้งรอยยิ้มประดับใบหน้าที่มีเสน่ห์ตรึงใจหนักหนา หนี่ม่านถึงกับบิดตัวไปมาเขินอายเป็นที่สุด
หนิงเหมยมองบุรุษที่กำลังเอื้อนเอ่ยด้วยสายตาเย็นชาก็เท่านั้น หากแต่ริมฝีปากยังคงคลี่ยิ้มงดงาม น้ำเสียงนุ่มนวลเช่นเดียวกัน
“ข้าต้องขอบคุณท่านอีกครั้ง แต่คงไม่มีอะไรแล้วกระมัง เช่นนั้นพวกเราต้องขอตัว” หญิงสาวหันไปทางสาวใช้ที่ยืนบิดชายผ้าจนแทบขาดวิ่น
“หนี่ม่าน...เราเดินทางต่อเถิด”
หา!
หนี่ม่านอุทานในใจ นางคิดจะมองบุรุษรูปงามให้เป็นอาหารตาอาหารใจชดเชยที่เจอกับบุรุษอัปลักษณ์เมื่อครู่ก่อนหน้าเสียหน่อย
“ข้าคิดว่าม้าของแม่นางคงเดินทางไม่ไหวแล้วกระมัง ยามนี้ก็มืดค่ำมากแล้ว ถึงแม้จะมีแสงจันทราเต็มดวงส่องสว่างลงมา หากแต่ฝืนเกินไปคงไม่ดีเป็นแน่” เฟยหลงเซียนยังคงเอ่ยคำ เขามีแผนชายงามอยู่เต็มไปหมด สตรีร้อยทั้งร้อยย่อมสยบให้เขา
หนิงเหมยเริ่มหรี่ตา ไม่ว่าบุรุษคนใดก็เหมือนกันหมด หาดีไม่ได้สักคน นึกว่านางมองไม่ออกหรือไร แม้ในใจจะก่นด่าหากแต่ใบหน้ายังคงคลี่ยิ้มอ่อนหวาน “ปลายทางของข้าใกล้จะถึงที่หมายแล้ว มิได้มีเหตุผลอันใดต้องหยุดกลางทาง”
“อ้อ...เช่นนั้นรึ!” เฟยหลงเซียนเริ่มไปต่อมิได้ หากแต่สตรีที่เล่นตัวยิ่งยั่วยวนหนักหนา “เช่นนั้นให้พวกข้าไปส่งดีหรือไม่?”
“ไม่ดี!” หนิงเหมยตอบทันควัน
“...” เฟยหลงเซียนถึงกับเลิกคิ้วจ้องมอง
หนิงเหมยยังคงยกยิ้มตรงริมฝีปากสีชมพูสวยหวานแต่นัยน์ตาเริ่มไม่เป็นมิตร
ถึงแม้ว่านางจะค่อนข้างแน่ใจว่าบุรุษรูปงามแต่งกายดีตรงหน้าทั้งสองนี้จะไม่เหมือนพวกกักขฬะเมื่อครู่และมิใช่พวกที่ภรรยารองของบิดาจะมีความสามารถติดสินบนว่าจ้างมา แต่ทว่าขึ้นชื่อว่าบุรุษล้วนเหมือนกันทั้งนั้น ยิ่งได้เห็นสายตากรุ้มกริ่มเยี่ยงนั้นยิ่งไม่ต้องเสียเวลาคาดเดา
พวกเขาหมายมาดสิ่งใด ไยนางจะไม่เข้าใจ น่ารังเกียจที่สุด!
เฟยหลงเซียนเริ่มจับกระแสไม่พอใจของสตรีงดงามรอยยิ้มอ่อนหวานของนางบนรถม้าได้และนั่นยิ่งทำให้เขาชอบใจ เขาจึงคิดจะเกี้ยวนางให้ฉ่ำอุรา แต่ยังไม่ทันที่จะได้เอื้อนเอ่ยวาจา หยางเหอจินพลันพุ่งตัวขึ้นไปในรถม้าแล้วหายเข้าไปในรถม้า
“...!?”
หนิงเหมยกับหนี่ม่านถึงกับยืนแข็งมองตาค้าง
เฟยหลงเซียนก็เช่นกัน ไยท่านอาไม่เสียเวลาเกี้ยวพาราสีเสียหน่อยเล่า? ใจร้อนเสียจริง! นับถือยิ่งแล้ว...
