บทที่ 14 เมืองขนอม
“แกเอาจริงเหรอริน” นิตชาถามอย่างแปลกใจ
“ก็เอาจริงสิ จะได้มีคนแถวนี้อกแตกตายกันบ้างถ้าฉันทำสำเร็จ คิดแล้วก็น่าสนุกจะตายไป” ตอบแล้วเธอก็เชิดหน้าขึ้น
อย่างไรซะฉันก็จะต้องเอาชนะคำพูดของนายให้ได้ นายจะได้รู้ไว้ว่าฉันไม่ได้เหยียบขี้ไก่ไม่ฝ่อ!
ชายหนุ่มส่ายหน้าน้อย ๆ ให้กับท่าเชิดหน้าคอตั้งที่เธอยืดขึ้นอีกครั้ง ราวกับเพิ่งนึกได้ว่าก่อนหน้านี้เธอลืมทำท่านี้ไป เขายิ้มมุมปาก ก็คงเหมือนกับที่เขาได้เธอมาเป็นของเล่นชิ้นใหม่นี่อย่างไรล่ะ น่าสนุกน้อยเสียเมื่อไร
ยิ่งถ้าได้เห็นหญิงสาวร่างบอบบางหน้าตาดื้อรั้นที่ยืนเชิดหน้าในชุดแบรนด์เนมหรูหรา ซึ่งเพิ่งบอกกับเขาอย่างหน้าชื่นตาบานว่า ‘สวยและรวยมากอยู่แล้ว’ ต้องเปลี่ยนมาใส่ชุดเก่าซอมซ่อถือมีดกรีดยางเดินไปทั่วทั้งสวน มันคงเป็นภาพที่เขาคงรู้สึกสนุกไม่น้อยเลย
“แล้วร้านแกล่ะ” นิตชาทวนความทรงจำของเพื่อน
“ตอนนี้เขายังประท้วงกันอยู่เลยห้างสรรพสินค้าก็ถูกปิด ฉันว่าหาอะไรทำฆ่าเวลาไปก่อนดีกว่า ขืนรออยู่แบบนี้ฉันประสาทกินตายแน่” หญิงสาวบอกเพื่อน เพราะอย่างน้อยเธออาจจะถ่วงเวลาเขาเล่นสักเดือนสองเดือนให้นายภูริชคนนี้อกแตกตายเพราะกลัวจะไม่ได้ที่ดินคืนก็คงจะสนุกไม่น้อย
หลังจากนี้เธอก็จะได้โก่งราคาขึ้นอีกนิด จากสิบห้าล้านไปเป็นยี่สิบล้านก็อาจจะได้ ขนาดสามล้านยังขึ้นได้ตั้งสิบห้าล้านเลย คิดแล้วเธอก็อยากจะหัวเราะให้โลกแตก นิตชาพยักหน้าหงึกหงักอย่างเข้าใจ
“ส่วนด้านหลังบ้านคุณเป็นสวนผลไม้ที่ปู่ผมปลูกไว้หลายอย่าง ทั้งเงาะ ทุเรียน มังคุด มะเฟือง มะไฟ มะปริง มะปราง ขนุน จำปาดะ ละมุด น้อยหน่า และอื่น ๆ อีกเยอะแยะ คุณปู่ปลูกไว้อย่างละต้นสองต้น แต่มันก็มีหญ้าขึ้นรกจนมองแทบไม่เห็นอะไรเหมือนกัน เมื่อปีที่แล้วผมให้คนงานมาช่วยถางหญ้าให้ แต่หญ้าพวกนี้มันขึ้นเร็วมาก ต้องคอยถางบ่อย ๆ ถ้ามีคนช่วยดูแลสวนนี้คงเป็นสวนสุขสันต์เหมือนตอนที่ผมเป็นเด็ก ๆ เราได้กินผลไม้ทุกฤดูกาลโดยไม่ต้องหาซื้อ”
รินรดากับนิตชายืนฟังเสียงชายหนุ่มอย่างตั้งใจ เสียงของเขานุ่มนวลขึ้นอย่างเห็นได้ชัดเมื่อได้พูดถึงเรื่องราวของที่ดินแปลงนี้
“ส่วนด้านซ้ายมือของคุณ เป็นสวนมะพร้าวพื้นที่ประมาณห้าไร่ ปลูกมานานราว ห้าสิบปีได้แล้วตั้งแต่ปู่ของผมเพิ่งจะแต่งงานกับคุณย่าของผมโน่นละ ผมถึงได้รักที่แปลงนี้มาก ปัจจุบันไม่ค่อยมีใครปลูกมะพร้าวกันแล้ว พวกเขาโค่นไปปลูกปาล์มกับยางพารากันหมด แต่ผมแนะนำให้คุณเก็บมันไว้ ไม่อยากให้คุณทำตามกระแส เพราะมะพร้าวพวกนี้นับวันจะหายไป ตอนนี้ราคามะพร้าวก็เริ่มสูงขึ้น ถ้าคุณบำรุงให้ดีมันก็จะได้ผลผลิตดีขึ้น ตอนนี้ชาวบ้านแถวนี้เขาก็มาเก็บมะพร้าวจากสวนคุณนี่แหละไปกินไปใช้กัน เพราะเขาเห็นว่าเจ้าของไม่อยู่” หญิงสาวพยักหน้ารับรู้ และเงียบฟังชายหนุ่มพูดต่อ
“ส่วนด้านหน้าบ้านฝั่งซ้ายมือของคุณที่เห็นเป็นต้นไม้สูงใหญ่นั่น เขาเรียกว่าต้นยางนา ปู่ของผมเอามาปลูกไว้ตั้งแต่พ่อผมยังเด็ก ๆ เพื่อจะให้เป็นแนวเขตของพื้นที่ ว่าสิ้นสุดที่ไหน แต่พอมันโตขึ้น ลูกยางนามันก็ร่วงลงมาเกิดเป็นต้นยางนาต้นใหม่เพิ่มขึ้นทุกปี ตอนนี้ผมนับดูแล้วว่าต้นใหญ่มีอยู่ประมาณสิบกว่าต้น เป็นกลุ่มยางนาที่ใหญ่พอสมควร ซึ่งหายากเช่นกัน เพราะคนส่วนใหญ่เขาเอาพื้นที่ไปปลูกพืชอย่างอื่นกันหมด ยางนาเป็นไม้ที่สูงใหญ่และบังแสงแดดทำให้ชาวสวนส่วนใหญ่ไม่นิยมเก็บไว้ แต่มันเป็นไม้หายากที่ราคาแพงรองลงมาจากไม้สัก ถ้าโค่นขายได้...ราคาต้นหนึ่งหลายหมื่นจนถึงเป็นแสนเชียวนะ”
หญิงสาวมองตามดวงตาผุดประกายวาววับเหมือนค้นพบขุมสมบัติแห่งใหม่พร้อมฟังเสียงเขาอธิบายต่อ
“และตรงที่ลุ่มตรงนั้นที่อยู่ใกล้กลุ่มยางนาพื้นที่ประมาณสามไร่ ช่วงหน้าฝนจะปลูกอะไรไม่ได้ คุณลองมองลงไปข้างล่างนั่นสิ มันเป็นลำห้วย แต่ในช่วงหน้าแล้งน้ำจะน้อย แต่มีน้ำไม่เคยขาด” เธอเพิ่งสังเกตเห็นว่าบ้านของเธออยู่บนเนินค่อนข้างสูง ด้านหน้าเป็นลำห้วยเล็ก ๆ มีสะพานไม้ทอดข้ามห้วยไปยังที่ลุ่มที่เขาชี้ให้ดู
“ตรงนั้นแม่ผมเคยปลูกถั่วลิสง พอเข้าหน้าฝนก็ปลูกข้าว ตอนเด็ก ๆ ผมชอบไปนั่งใต้ต้นยางนาต้นนั้น ตอนนั้นมันยังเป็นต้นเล็ก ๆ อยู่ ผมนั่งมองแม่ถอน ถั่วลิสง” ชายหนุ่มเล่าให้หญิงสาวฟัง ความรู้สึกติดลบที่หญิงสาวมีเกี่ยวกับเขาเริ่มเบาบางลง กลายเป็นความรู้สึกอบอุ่นเข้ามาแทนที่อย่างไม่รู้ตัว
“คุณมองรอบ ๆ สวนคุณสิ คุณจะรู้ว่าที่นี่มีภูเขาทุกด้าน แต่บางด้านมองเห็นไม่ชัดเพราะมีต้นไม้ใหญ่บังไว้ แต่ตรงหน้าบ้านนี่สิ เห็นชัดเพราะไม่มีอะไรบัง ทำให้วิวมุมนี้สวยที่สุด” หญิงสาวมองตามและเห็นด้วยอย่างที่เขาบอก
“นี่แหละเมืองขนอม ซึ่งนักวิชาการบางคนบอกว่ามันอาจจะเพี้ยนมาจากคำว่า ‘เขาล้อม’ ก็ได้ แต่บางข้อมูลก็บอกว่าเพี้ยนมาจากชื่อเมืองเดิมของขนอมที่ชื่อว่าเมืองตระนอมตามประวัติศาสตร์” หญิงสาวยืนฟังอย่างตั้งใจ เธอได้ทั้งความรู้ด้านการเกษตรและประวัติความเป็นมาของเมืองโดยที่ใช้เวลาไม่นานนัก
หญิงสาวไม่เคยคิดมาก่อนเลยว่าที่ดินซึ่งเธอคิดว่าอยู่ในถิ่นทุรกันดาน กลับกลายเป็นดินแดนที่เต็มไปด้วยความอุดมสมบูรณ์ทางธรรมชาติและเรื่องราวในอดีตที่น่าสนใจ ต้นไม้ทุกต้นของที่นี่มีตำนาน มีเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความสุข แล้วเธอจะตัดใจขายมันได้อย่างไรกัน จากที่เคยคิดว่าอยากขายมากที่สุด แต่ตอนนี้ความอยากขายของเธอลดลงกว่าครึ่ง
“นี่ก็เที่ยงแล้ว กลับกันก่อนดีกว่า แม่คงตั้งโต๊ะจัดมื้อเที่ยงไว้รอแล้ว” ชายหนุ่มมองนาฬิกาข้อมือ หญิงสาวเดินตามเขากลับไปอย่างว่าง่าย
