บทที่ 1 ฉลองเรียนจบ 1

รถโดยสารประจำทางคันเก่าๆ ภายในรถมีเก้าอี้เบาะที่กรมท่าที่เก่าขาดมีรอยปะ แต่ยังรับน้ำหนักของผู้โดยสารได้อย่างดี เครื่องยนต์สั่นกระตุกทุกครั้งที่ถูกเร่งเครื่อง กระนั้นคนขับก็ยังสามารถปาดซ้ายเพื่อจะเข้ารับผู้โดยสาร ป้ายรอรถโดยสารที่เก่าและมีร่องรอยของอุบัติเหตุมานับครั้งไม่ถ้วนยังคงเปิดต้อนรับคนที่จะเดินทางไปยังที่ต่างๆ รถโดยสารชะลอความเร็วเข้าเทียบป้าย ร่างบอบบางฝ่ากลุ่มคนที่ยืนออกันอยู่หน้าประตูลงมาอย่างยากลำบาก

“ฟู่” เธอพ่นลมออกจากปากหลังจากพาตัวเองลงจากรถได้

ใบหน้าสวยสร่างหมดจด ขาวอมชมพู ปากอิ่มเข้ารูป แก้มใสเป็นพวงแดงระเรื่อ ดวงตากลมคู่โตเข้ากับแผงขนตางอนยาวภายใต้คิ้วเรียว ของหญิงสาวที่รูปร่างบางเฉียบ เอวคอดเล็ก แขนขาเรียว แต่ส่วนบนดูจะอวบอิ่มเกินขนาดจนเธอต้องพยายามกระชับเสื้อให้เข้าที่

“โธ่ ดันลงผิดป้ายอีกแล้วยัยพริกหวานเอ๊ย ทำไมถึงซื่อบื้อแบบนี้นะ” หญิงสาวสอดส่ายสายตาไปทั่วจึงได้รู้ว่าเธอลงผิดป้าย มันจะต้องเป็นป้ายหน้าที่อยู่ห่างจากตรงนี้ประมาณสองร้อยเมตรถึงจะไม่มากแต่อากาศร้อนๆ ของประเทศไทยก็อาจจะทำให้สองร้อยกลายเป็นสองกิโลเมตรก็ว่าได้

หญิงสาวสำรวจข้าวของที่เธอเตรียมมาก่อนจะก้าวเดินไปยังจุดหมายปลายทางอันยาวไกลในตอนนี้ เธอยกมือขึ้นปาดเม็ดเหงื่อขณะเดินไปเรื่อยๆ ไม่กี่นาทีที่ออกเดินเท้าทั้งสองข้างก็เริ่มเกเรเพราะวันนี้เธอประเดิมรองเท้าส้นสูงคู่ใหม่เอี่ยมที่เพิ่งซื้อมาจากห้างดัง หญิงสาวลงทุนทุบกระปุกเพื่อจะเลือกซื้อข้าวของให้สมหน้าตาของคนที่เธอกำลังไปหา เธอนึกในใจขออย่าให้รองเท้าทรยศคนใส่เลย แต่แล้วร่างบางก็แทบหน้าทิ่มคะมำ เมื่อส้นที่สูงปี๊ดของรองเท้าดันติดร่องท่อระบายน้ำ

“อ๊าย ทำไมต้องเป็นที่นี่ ตรงนี้ด้วย” ผู้คนที่เดินผ่านไปมาต่างหันมองหญิงสาว ใบหน้าเจื่อนซีดทำอะไรไม่ถูก เธอพยายามจะดึงรองเท้าของตัวเองให้หลุดออกจากท่อระบาย

“อึ๊บ โอ๊ยแน่นจริง” คนอับอายกัดฟันพูดไม่ให้คนอื่นได้ยิน เธอออกแรงเต็มที่หวังให้ตัวเองหลุดจากความหน้าอายเช่นนี้ แต่โชคชะตาเหมือนกลั่นแกล้งส้นรองเท้าดันหักคาอยู่ที่ร่อง ตากลมโตเบิกกว้างด้วยความตกใจ ปากอิ่มอ้าค้างร้องไม่ออกรู้สึกว่าตัวเองกำลังเป็นตัวตลกให้ใครต่อใครขบขัน

“บ้าที่สุด ฮือๆ คู่นี้ฉันซื้อมาแพงนะ บ้าๆ” หญิงสาวสบถอย่างเหลืออด

เมื่อข้างหนึ่งหักไปแล้วเธอจึงจำใจหักอีกข้างเพื่อให้มันสูงเสมอกัน ถึงจะสุดแสนจะเสียดายหากแต่มันคือทางเดียวที่จะทำให้เธอเดินต่อไปได้ ปากสวยเม้มแน่นใบหน้าบึ้งตึงมองส้นรองเท้าในมือก่อนจะยัดมันลงไปในกระเป๋าสะพาย

“ฮึ เดี๋ยวค่อยฝากมดแดงไปซ่อมก็ได้”

อาคารสูงกว่าสิบชั้นตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้า บริษัทแปรรูปผลไม้ชื่อดังติดหนึ่งในสิบอันดับของประเทศ สถานที่ที่เธอรีบเร่งเพื่อมาให้ทันบุคคลที่ทำงานที่นี่ เหงื่อเม็ดสุดท้ายถูกปาดออกจนแห้ง เรียวปากอิ่มคลี่ยิ้มอย่างพึงพอใจ เธอรู้สึกตื่นเต้นดีใจจนหายเหนื่อย

ร่างระหงกระตือรือร้นสาวเท้าที่สวมรองเท้าส้นหักเดินไปยังที่หมายอย่างรวดเร็ว เธอยิ้มกริ่มด้วยความดีใจที่จะได้พบคนรักซึ่งเป็นรุ่นพี่จากมหาวิทยาลัยเดียวกันและบอกข่าวดีกับเขา

มุมทางเลี้ยวเข้าห้องทำงานของรุจกวี หญิงสาวหยุดยืนมองถุงขนมในมือที่ตั้งใจซื้อมาฝาก ก่อนจะหยิบตลับแป้งยี่ห้อธรรมดาขายตามท้องตลาดขึ้นมาส่องพร้อมเสริมแต่งใบหน้าให้ดูสวยขึ้น แล้วรวบรวมความกล้าทั้งหมดเพื่อจะบอกความในใจให้ชายหนุ่มรับรู้

“พี่รุจ” เธอส่งเสียงขณะเปิดประตูห้องทำงานของรุจกวี

“พริกหวาน...จะมาหาพี่ทำไมไม่โทรมาบอกก่อนครับ” สีหน้าตกใจของชายหนุ่มทำให้หญิงสาวอดขำไม่ได้ นี่เขาคงตื่นเต้นที่เธอมาหาโดยไม่ได้บอกล่วงหน้า

“เซอร์ไพรส์ค่ะ” มนสิชาตอบระคนเขินอาย นี่เป็นครั้งแรกที่เธอจะทำอะไรเช่นนี้

“แหม แต่ก็น่าจะบอกพี่ก่อน พี่ไม่ได้เตรียมต้อนรับพริกหวานเลย”

“ไม่เป็นไรค่ะ พริกหวานแค่มีเรื่องสำคัญมาบอกพี่รุจ” หญิงสาวกำลังจะก้าวเข้าไปหาคนรัก แต่เท้าเล็กก็ต้องชะงักเมื่อสายตาคู่งามเหลือบไปเห็นร่องรอยบางอย่างบนเสื้อผ้าของเขา รอยปื้นแดงคล้ายลิปสติก คิ้วเรียวขมวดเป็นปมพร้อมเม้มปากแน่น

“นั่นเสื้อพี่รุจเปื้อนอะไรคะ” มือหนาลูบตรงรอยเปื้อนอึกอักไม่กล้าตอบ

“มะ ไม่มีอะไรหรอกครับ...อย่าสนใจเลย” เขาอึกอัก

“รุจขา” ประตูห้องทำงานเปิดออกพร้อมเสียงหวานของหญิงสาวคนหนึ่ง “พีชลืมเอกสารไว้ในห้องคุณค่ะ” พูดจบเธอถึงเงยหน้าขึ้นมองอีกคนที่ยืนอยู่

ร่างสูงเพรียว อรชร ในชุดเดรสสีดำสั้นจู๋รัดรูปอวดผิวขาที่ขาวนวล อกอูมอิ่มโผล่ล้นออกมาเกือบครึ่งเต้าจากคอเสื้อที่ลึกพอดู แถมตรงคอเสื้อนั้นยับยู่ยี่ราวกับมีใครขยำขยี้ ใบหน้าสวยเปรี้ยวแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางเนื้อดี เครื่องประดับบนร่างกายประเมินราคาแล้วคงมากกว่าเงินเดือนพนักงานของที่นี่ครึ่งปี สายตาคู่คมกริบตวัดมองหญิงสาวที่ยืนเก้กังครู่หนึ่ง

“ใครกันคะรุจ” สายตาตั้งคำถามของทั้งสองสาวหันมองรุจกวี เขาอึกอักลังเลครู่หนึ่ง

“อะ เอ่อ นี่พริกหวาน รุ่นน้องที่มหาวิทยาลัยผมเองครับ...แล้วนี่ก็คุณพีช” พิมพ์พรลูกสาวผู้บริหารอาวุโสเบ้ปากอย่างเย่อหยิ่งไปทางหญิงสาวที่ยืนตัวแข็งทื่อ

“ไม่ต้องแนะนำค่ะพีชไม่ได้อยากรู้จักยัยเฉิ่มบ้านๆ...แค่สงสัยว่ามายืนเอ๋ออยู่ทำไมในห้องทำงานของคุณ” สายตาเหยียดหยามมองดูหญิงสาวตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า

“รุ่นน้อง” เสียงแผ่วเบาทวนคำพูดของรุจกวี หญิงสาวมองดูเขากับบุคคลที่เรียกตัวเองว่าพีช ชื่อนั้นช่างคุ้นหูแต่สมองทุกส่วนของเธอกำลังชาวาบ กลีบปากที่เฉยชุ่มฉ่ำแห้งผาดมันคงเป็นรอยฟันที่เธอขบเอาไว้

“มีอะไรจะบอกพี่เหรอครับ พริกหวาน”

“เปล่าค่ะ แค่แวะเข้ามาทักทาย”

“ไม่มีอะไรก็ออกไปได้แล้ว รบกวนเวลาทำงานของรุจ” สายตาเหยียดหยามจิกมองเธอตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า “ไปสิ”

“พริกหวานไปก่อนนะคะพี่รุจ” เสียงเอื่อยหวังจะให้ชายหนุ่มรั้งเธอไว้บ้าง แต่เขาก็ไม่ทำอย่างที่ใจเธอปรารถนา หญิงสาวจึงจำใจออกจากห้องทำงานของคนที่เธอเรียกว่าแฟนด้วยความเจ็บปวด

บทถัดไป