บทที่ 10 แขกวีไอพี 2

ด้านหนึ่งของเมืองหลวงที่กว้างใหญ่ การจราจรบนท้องถนนเริ่มบางตาลงแล้ว แต่เขายังคงขับรถวนไปมาอย่างไม่มีที่ท่าจะอยากกลับไปพักผ่อน รุจกวีทอดถอนหายใจพลางส่ายหน้าให้กับความหนักอึ้งที่เขากำลังแบกรับอยู่ กัมพลเอ่ยปากกับเขาเมื่อเย็น หากเขาไม่มีความสามารถพอที่จะเปิดตลาดสินค้าตัวใหม่ได้ ตำแหน่งผู้จัดการอาจจะถูกปลดออก นั่นเป็นคำขาดจากว่าที่พ่อตา

ยิ่งกลุ้มใจมากเท่าใดภาพของหญิงสาวคนหนึ่งก็ชัดเจนขึ้นมากเท่านั้น หญิงสาวรูปร่างบอบบาง ใบหน้าสวยหวานและรอยยิ้มจริงใจของเธอทำให้เขาหายเหนื่อยทุกครั้งที่ได้เห็น รุจกวีคว้าโทรศัพท์มือถือรุ่นใหม่ล่าสุดที่พิมพ์พรซื้อให้เขา เบอร์ที่เลื่อนมาอยู่ตรงหน้าจอ “พริกหวาน” ชายหนุ่มลังเลที่จะกดโทรออกเพราะรู้ว่าเขาทำผิดกับเธอเอาไว้มาก

“โทรสิไอ้รุจ โทร โทรสิโว้ย” เขาหงุดหงิดตัวเองที่ไม่กล้ากดโทรศัพท์จนต้องปามันไปที่เบาะข้างๆ

“ติ๊ด ติ๊ด” หลังจากโทรศัพท์กระทบเบาะเสียงสายเรียกเข้าก็ดังขึ้นทันที “พีช” ใบหน้าคมหันไปอีกฝั่ง เขาไม่อยากจะคุยกับเธอในตอนนี้

รุจกวีตัดสินใจขับรถกลับคอนโดมีเนียมที่เขาเช่าด้วยเงินของตัวเอง มันเป็นสิ่งเดียวที่ได้ชื่อว่าเป็นของเขาไม่ใช่สิ่งที่พิมพ์พรประเคนให้เขา แค่เดินมาถึงหน้าห้องสายตาคู่อาฆาตเอาเรื่องก็ส่งมายังเขา พิมพ์พรยืนกอดอกขบเขี้ยวเคี้ยวฟันอย่างโกรธเคือง

“ทำไมไม่รับโทรศัพท์ของพีชคะ...รู้ไหมว่าพีชโทรหาคุยกี่รอบแล้ว”

“อะ เอ่อ ผมลืมเปิดเสียงโทรศัพท์น่ะ เมื่อเย็นประชุมงานสำคัญเลยต้องปิด” ถึงจะมีเหตุผลแต่การหลบสายตาเวลาที่พูดกับหญิงสาวทำให้เธอยังไม่ยอมเชื่อเขา

“แต่พีชโทรเป็นสิบครั้งจะไม่เห็นบางเลยหรือไง”

“ไม่เห็น” รุจกวีตอบสั้นๆ ก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง หญิงสาวอ้าปากค้าง เขาไม่เคยเดินหนีเธอเช่นนี้มาก่อน

“หยุดนะคะรุจ คุณจะมาเดินหนีพีชแบบนี้ไม่ได้...เราต้องคุยกันให้รู้เรื่องค่ะ” พิมพ์พรรั้งแขนหนาเอาไว้ แต่ชายหนุ่มก็แกะมือเธอออก เขาเลี่ยงไปรินน้ำเย็นใส่แก้วแล้วกระดกดื่มด้วยความกระหาย มือเล็กคว้าแก้วน้ำสาดใส่หน้าเขาทันที

ชายหนุ่มหน้าเหวอตกใจหันมองพิมพ์พร เธอทำเกินไปจริงๆ แต่เขาก็ไม่สามารถจะต่อว่าอะไรได้ หากเธอไม่ใช่แหล่งขุมทรัพย์เขาคงจะโยนเธอออกไปนอกห้องแล้ว

“รุจนี้คุณเป็นอะไรกันแน่ ตอบพีชมาเดี๋ยวนี้นะคะ” เสียงกราดเกรี้ยวแหววใส่เขา

“เปล่า” พิมพ์พรยิ่งหงุดหงิดมากขึ้น เธอไม่ยอมให้เขาเดินหนีไปเฉยๆ แน่

“บอกพีชมาเดี๋ยวนี้นะ คุณมีคนอื่นใช่ไหมถึงได้เฉยเมยกับพีชแบบนี้” ชายหนุ่มถอนหายใจกับอาการงี่เง่า เอาแต่ใจ เจ้าอารมณ์ของแฟนสาว

“ผมอยากอยู่คนเดียว” เขายังคงตอบเสียงเรียบ เล่นเอาพิมพ์พรทำอะไรไม่ถูก แต่เธอก็ไม่ยอมละความพยายาม หญิงสาวมองดูคนรักหนุ่มเปลี่ยนเสื้อผ้าที่เปียกน้ำจากฝีมือของเธอ เสื้อที่เปียกชุ่มเผยให้เห็นแผงอกที่อัดแน่นไปด้วยมัดกล้าม เพราะเธอและเขาชอบที่จะไปออกกำลังกายในวันว่าง แผ่นหลังกว้างชวนให้เธออยากเข้าไปกอด ที่เธอมาหาเขาก็เพราะคิดถึงและอยากอยู่กับเขา แต่เมื่อเจอเหตุการณ์แบบนี้เป็นใครก็ต้องหงุดหงิดเป็นธรรมดา

“พีช คุณทำอะไร” รุจกวีพยายามเบี่ยงตัวออกจากอ้อมกอดของพิมพ์พร แต่เธอก็กอดรัดเขาจนแน่น “คุณง้อผมด้วยวิธีนี้อีกแล้วนะ” รุจกวีอดใจอ่อนไม่ได้

รุจกวีเหนื่อยล้ามาจากความผิดหวังที่ตนเองไม่สามารถชนะการประมูลงานให้บริษัทได้ ว่าที่พ่อตากลั่นแกล้งเขาให้เผชิญกับคู่แข่งระดับมืออาชีพ แล้วคนที่ไม่มีประสบการณ์จะเอาอะไรไปสู้ เขาจำได้ดีว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้างเมื่อเขาก้าวเข้าไปในห้องประชุม

ทุกสายตาหันมามองหน้าเขา เพราะเขาช้ากว่าคนอื่นร่วมสิบนาที แต่กระนั้นก็ยังมาก่อนเวลาที่นัดหมาย นั่นหมายความว่าคนที่มองมานั้นไม่ใช่ตำหนิเขาที่เข้าประชุมสาย แต่มันเจ็บปวดกว่านั้นเพราะเขาเป็นไก่อ่อน มือใหม่ไม่มีฝีมือ แถมรุจกวียังได้ยินคนข้างหลังนินทาเขา “หนูตกถังข้าวสาร คุณกำพลไม่ยอมหรอกน่า” มือกำจนแน่นพยายามควบคุมอารมณ์เอาไว้ เมื่อกลับมาเจอพิมพ์พร ที่เขาไม่อยากมองหน้าเธอเพราะแบบนี้ พ่อของเธอรังเกียจเขาราวกับปลิงตัวหนึ่ง ทั้งๆ ที่รุจกวีทำงานแลกเงิน หรือจะว่าบำเรอสวาทให้ลูกสาวเขาแลกกับเศษเงินที่เธอโยนมาก็ได้

เช้าวันใหม่อาคารสูงของบรูนี อินเตอร์เทรด คลาคล่ำไปด้วยพนักงานที่รีบมาทำงานก่อนเจ้านายเจ้าระเบียบจะมาถึง อีกทั้งวันนี้เป็นวันสำคัญเพราะการตรวจมาตรฐานของบริษัทเป็นทำเนียมของบรูนี ผู้บริหารจากฝรั่งเศสกำลังเดินทางมาตามหมายกำหนดการที่ติดประกาศเอาไว้ที่บอร์ด ทำให้ทุกมุมของบริษัทดูเรียบร้อยเป็นระเบียบ แหมแต่เครื่องแต่งกายของฝ่ายรักษาความปลอดภัยก็ดูจะรีดมาซะอย่างดิบดี

นักการตลาดสาวอย่างมนสิชาก็ไม่ต่างจากพนักงานคนอื่น เธอหอบหิ้วเอกสารกองโตที่นำกลับไปทำการบ้านเตรียมข้อมูลเพื่อตอบคำถามผู้บริหาร งานนี้เธอจะไม่ยอมพลาดให้ผู้ชายป่าเถื่อนเล่นงานเด็ดขาด

บทก่อนหน้า
บทถัดไป