บทที่ 11 แขกวีไอพี 3

“พริกหวาน...ทางนี้จ้า” เสียงแหลมสูงของลอร่าทำให้มนสิชารีบหมุนตัวกลับไปมองคนด้านหลัง

“บอสสั่งให้พริกหวานไปพบที่ไลน์ฝ่ายผลิต...เดี๋ยวนี้” หญิงสาวกำลังจะอ้าปากของเวลาส่วนตัวแต่เลขาสาวเน้นย้ำจนเธอต้องยกเอกสารส่งให้ลอร่าแล้วเดินจ้ำออกไป

ด้านหลังของอาคารสำนักงานใหญ่เป็นโกดังและอาคารบรรจุภัณฑ์หรือไลน์ฝ่ายผลิตสินค้า ซึ่งมนสิชาเคยแวะเวียนมาทำความรู้จักกับพนักงานในนี้บ้างแล้ว ชายหญิงกลุ่มหนึ่งกำลังยืนมองสำรวจโน่นนี่ แค่มองในระยะไกลหญิงสาวก็รู้ว่าเขาเหล่านั้นเป็นชาวต่างชาติ อาการประหม่าทำให้เธอสั่นไปทั้งตัว แม้สายตาที่ดุดันจะปราดมายังเธอก็ตาม

มนสิชาสูดหายใจลึกๆ เรียกความมั่นใจให้ตัวเองก่อนจะก้าวเดินเข้าไปหาเจ้านายที่ปั้นหน้านิ่ว ขมวดคิ้วใส่เธออยู่ใจกลางเหล่าผู้บริหารที่มาเยือน

“ทำงานภาษาอะไรนี่มันกี่โมงแล้ว...ผู้บริหารระดับสูงต้องมารอเธองั้นเหรอ เสียมารยาท” เดนนิชเริ่มโวยวายทันทีที่พนักงานสาวเดินเข้ามา เสียงที่เขาต่อว่าเธอทำให้ผู้บริหารคนอื่นหยุดกิจกรรมต่างๆ แล้วหันมองทั้งสองคน

“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวก้มหน้ารับคำตำหนิ เธอไม่กล้าสบตาเขาไม่รู้ว่าทำไมทุกครั้งที่ประสานสายตากับเจ้านายแล้วเธอมักจะตัวแข็งทื่อทำอะไรไม่ค่อยถูก ถึงครั้งนี้จะไม่ใช่ความผิดของตนเองเพราะเธอไม่ได้มาสาย หากแต่การก้มหน้ารับนั้นไม่ต่างอะไรกับคนยอมรับผิด

“พูดได้แค่นี้เหรอ แม่คนเก่ง” ชายหนุ่มส่งเสียงรอดไรฟันออกมาให้เธอได้ยินเพียงคนเดียว

“เฮ้ เดนนิช เลขานายเหรอ” ชายชาวต่างชาติคนหนึ่งเดินเข้ามาขัดจังหวะ เขาตัวสูงพอๆ กับเดนนิชแต่ผิวขาวละเอียดกว่า ผมสีทองเป็นประกายดูนุ่มสลวยเข้ากับนัยน์ตาสีฟ้าของเขา

“ไม่ใช่...อืม นี่เฌรามีผู้บริหารสาขาเบอกันดี...ยัย อะ เอ่อ มนสิชาพนักงานการตลาดคนใหม่” ชายหนุ่มก้มศีรษะเป็นการทักทายไปทางมนสิชา

“สวัสดีค่ะ” เสียงสั่นเอ่ยทักเป็นภาษาอังกฤษ เฌรามีส่งยิ้มกว้างอย่างเป็นมิตรให้เธอ พลอยทำให้คนประหม่าหายตื่นเต้นลงบ้าง

ดวงตาสีฟ้าครามคู่สวยแต่ดูลึกลับของเฌรามีโดดเด่นไม่แพ้เดนนิช แต่เขาดูสุภาพและใจดีกว่าเป็นร้อยเท่า ในโลกนี้คงไม่มีใครบ้าป่าเถื่อนเท่าเจ้านายของเธออีกแล้วมนสิชาแอบนึกในใจ

“ยินดีที่ได้รู้จักครับ...ชื่อคุณเรียกอยากจัง” ก่อนที่หญิงสาวจะตอบอะไรออกมา เดนนิชก็ขัดจังหวะ

“ไปทำหน้าที่ของเธอได้แล้ว...มัวแต่ร่ำไรกันอยู่ได้” คนไม่พอใจรีบสะบัดเดินออกไป ส่วนเฌรามีเขาคิดว่าหญิงสาวที่อยู่ตรงหน้า เธอมีความงามเกินที่เขาจะบรรยายออกมา แค่เพียงวินาทีแรกที่ได้เห็นก็ทำให้ผู้ชายที่ไม่คิดจะหลงผู้หญิงใดต้องฉีกยิ้มกว้าง เขาเริ่มอยากจะรู้จักเธอมากกว่าพนักงานการตลาดเสียแล้ว

ดวงตาคู่หวานเป็นประกายดั่งมีอัญมณีสะท้อนแสงอยู่ในนั้น สะกดสายตาของชายหนุ่มหลายคนให้จับจ้องเพียงเธอ ใบหน้าสวยแสดงสีหน้าที่พร้อมจะลุยและเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เธอยิ้มรับอย่างไม่ย่อท้อ

เริ่มต้นการทำงานที่ท้าทาย มนสิชาเก็บรายละเอียดทุกอย่างเตรียมพร้อมไว้แล้ว ถึงภาษาจะไม่ได้โดดเด่นแต่ข้อมูลที่เธอมีก็ทำให้เหล่าผู้บริหารอมยิ้มเล็กๆ ชื่นชมในความเก่งของเธอยกเว้นชายหนุ่มเจ้าของบรูนี อินเตอร์เทรด เขาไม่ยินดีแถมยังหน้าตาเคร่งเครียดตลอดเวลา บางครั้งหญิงสาวสังเกตเห็นว่าเขาเมินหน้าหนีเมื่อเธอกำลังได้รับคำชม โชคยังเข้าข้างมนสิชาเพราะเฌรามีนั้นคอยสนับสนุนแต่เดินตามเธอทุกฝีก้าว

“คุณเก่งมากครับ อธิบายได้ละเอียดจนผมเข้าใจทุกส่วนของโรงงาน...ยอดเยี่ยมจริงๆ”

“ขอบคุณค่ะ” เสียงใสกล่าวขอบคุณอย่างสุภาพ

“ฮึ โรงงานที่นี่กับฝรั่งเศสมันก็เหมือนกัน ไม่แปลกที่แกจะเข้าใจ” เดนนิชแอบเหน็บแนมเพื่อนก่อนจะแสร้งมองไปทางอื่น

“ดิฉันไม่เก่งหรอกค่ะ เมื่อคืนทบทวนข้อมูลจนเกือบเช้า...กลัวพลาดแล้วถูกคนแถวนี้ซ้ำเติมค่ะ” เธอเสมองไปทางใบหน้าคมเข้ม

“ใครกันที่คิดจะซ้ำเติมคุณ...ผมว่าคนๆ นั้นเตรียมตัวผิดหวังได้เลย ผมให้คะแนนเต็มร้อยจริงไหมครับ” ประโยคหลังเฌรามีหันไปถามความคิดเห็นจากผู้บริหารคนอื่น ซึ่งผลตอบรับเป็นที่พึงพอใจของหญิงสาวมาก เธอฉีกยิ้มกว้างรับคำชื่นชม แต่รอยยิ้มก็หุบฉับลงเมื่อสายตาขุ่นเคืองของเดนนิชจ้องมาที่เธอ

“ฉันเห็นด้วย...แม่หนูคนนี้พูดจาฉะฉานแถมหัวไวอีกต่างหาก”

“เห็นไหมครับมีแต่คนชื่นชมคุณ...คงไม่มีใครคิดผิดมาต่อว่าพนักงานเก่งๆ หรอกครับ” ถึงจะได้รับคำชมแต่หญิงสาวก็แอบหวั่นเกรงในใจว่าเจ้านายสูงสุดจะไม่เห็นด้วย

“ฮึ ยกย่อกันเข้าไป...นี่น่ะพนักงานไม่ใช่เจ้านายของแกซะหน่อย” เฌรามีแยกเขี้ยวล้อเลียนเพื่อนที่พูดจาประชดประชันอย่างที่เขาไม่เคยทำต่อหน้าผู้หญิงคนไหนมาก่อน

“งานเลี้ยงคืนนี้พวกเราอยากให้คุณไปร่วมงานด้วยนะครับ...ผมเชิญเองเลยแล้วกัน” ชายหนุ่มถือโอกาสโดยไม่เปิดทางให้เจ้านายได้โต้แย้งใดๆ

“งานเลี้ยงต้อนรับผู้บริหาร...งานใหญ่ขนาดนั้นฉันไม่กล้าไปร่วมงานหรอกค่ะ”

“เธอต้องไป...ถ้าไม่ไปแล้วใครจะคอยดูแลความเรียบร้อย มันเป็นงานที่เธอต้องรับผิดชอบจนจบ” เสียงเข้มกำชับ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป