บทที่ 2 ฉลองเรียนจบ 2
มนสิชาเดินโซเซราวกับคนหมดเรี่ยวแรงออกมาจากห้องทำงานของคนที่เธอเรียกว่าคนรัก แต่เขากลับทำเหมือนเธอเป็นเพียงแค่คนรู้จัก แถมยังมีสาวนางอื่นเคียงข้างกาย เธอดูออกว่าทั้งคู่สนิทกันเกินกว่าคำว่าเพื่อนหรือลูกน้องกับเจ้านายแน่นอน
เธอรับรู้ถึงก้อนแข็งๆ บางอย่างวิ่งเข้ามาปะทะร่างกายตรงบริเวณหน้าอกข้างซ้าย มันเจ็บ จุกจนแถบหายใจไม่ออก และแรงพอที่จะทำให้น้ำตาไหลริน โลกทั้งใบตอนนี้เป็นสีเทาหม่นหมองไปหมดแล้ว
“พริกหวานเรียนจบแล้วคะพี่รุจ ฮือๆ” เธอพูดเสียงแผ่วเบาเมื่อพาตัวเองออกมานอกอาคารหรู กำแพงตึกด้านนอกดูเหมือนจะเป็นที่พักพิงร่างกายที่อ่อนแรงได้ดี ร่างที่อ่อนแรงหาที่ยึดเกาะ มือทั้งสองกำแน่นกลั่นเสียงสะอื้น
“ทำไมทำกับพริกหวานแบบนี้ ฮือ ไม่ต้องกง ต้องกินมันแล้ว” ถุงขนมถูกโยนแบบไม่รู้ทิศทาง มือบางยกปาดน้ำตา แต่หยาดต่อไปก็ยังไหลมาไม่หยุด ภาพของรุจกวีที่สนิทสนมกับหญิงสาวคนอื่นไม่จางหายไปเสียที มนสิชาพยายามปัดทุกอย่างออกไปแต่ก็ไร้ประโยชน์
หลังจากภาพความสนิทสนมของรุจกวีกับคนที่เรียกตัวเองว่าพีช ใบหน้าสะสวยทรงเสน่ห์ของหล่อนฉายแววอำมหิตอย่างบอกไม่ถูก สายตาที่ปรายมองมานั้นจิกกัดจนถึงขั้วหัวใจ ความร้ายกาจคงจะซ่อนอยู่ภายใต้ความสวยงามเป็นแน่ มนสิชารับรู้ถึงความไม่เป็นมิตรนั้น
บ้านไม้ทรงไทยยกพื้นสูงชั้นล่างเทปูนปูกระเบื้องสีฟ้าครามสดใส ชั้นบนเปิดโล่งตรงกลางมีหลังคาหกเหลี่ยมสำหรับนั่งพักผ่อนและเป็นโต๊ะอาหารขนาดย่อมที่สามารถนั่งชุมชนกันภายในครอบครัวได้ แสงไฟจากนีออนทรงยาวส่องสว่างแข่งกับแสงจันทรายามค่ำคืน เสียงอึกทึกครึกโครมเฮฮาคล้ายมีการชุมนุมกันดังขึ้นในบ้าน
ที่นี่คือบ้านสวนย่าอ่อน ซึ่งมีหญิงชราวัยเจ็ดสิบห้าปีเป็นเจ้าของบ้าน นางชื่ออ่อนจึงเป็นการเรียกติดปากกันว่าสวนย่าอ่อน สมาชิกในบ้านต่างกุลีกุจอกันหยิบจับ ยกโน่นนี่มาตกแต่งบ้านและโต๊ะอาหาร ข้าวปลาอาหาร ผลไม้หลากชนิดและขนมไทยสีสันน่ารับประทานวางเป็นระเบียบอยู่บนโต๊ะขาดแต่เพียงเจ้าภาพของงานเลี้ยงในค่ำคืนนี้
คนงานในสวนลงความเห็นกันว่าจะจัดงานแสดงความยินดีและต้อนรับบัณฑิตสาวคนใหม่ เธอเป็นที่รักของทุกคนไม่ว่าจะเป็นคนงานหรือเพื่อนบ้าน หญิงสูงวัยชะเง้อมองออกไปนอกบ้านแต่ยังไร้วี่แววของหลานสาวสุดที่รัก
“นายแม่จะให้พวกเรามาร่วมงานเลี้ยงด้วยจริงๆ หรือครับ” หนานอินลูกจ้างในสวนที่อยู่ดูแลบ้านสวนคุณย่ามา กว่า 20 ปีเอ่ยขึ้น
“ที่นี่ทุกคนอยู่แบบครอบครัวเดียวกัน มีงานเลี้ยงก็ต้องมาร่วมยินดีด้วยกันสิ...เห็นฉันเป็นคนใจจืดใจดำอย่างนั้นเหรอเจ้าหนานอิน” คำตอบของคุณย่าอ่อนทำให้เหล่าคนงานเฮด้วยความดีอกดีใจ
“ไม่ใช่อย่างนั้นครับ พวกเราดีใจจนทำอะไรไม่ถูกมากกว่าจ้ะ”
“อืม เตรียมข้าวของให้เรียบร้อยเถอะเดี๋ยวคุณหนูตัวแสบกลับมาคงจะหิวโซ”
“คุณย่าขา” ยังไม่ทันจะสิ้นเสียงเรียกร่างบอบบางก็โผเข้ากอดหญิงสูงวัย เนื้อตัวที่มือย่นสัมผัสเย็นเฉียบ แผ่นหลังสั่นสะท้าน เสียงสะอื้นเบาๆ แว่วออกมา พลอยทำให้นางใจคอไม่ดีไปด้วย ทุกคนมองดูคุณหนูของตนเองด้วยความตกใจ
“เป็นอะไรหลานย่า ทำไมถึงร้องไห้ขนาดนี้” เวลานี้มนสิชาเป็นดั่งลูกนกที่เจอความเหน็บหนาวกำลังซุกตัวเข้าหาความอบอุ่น หญิงสาวค่อยๆ เงยหน้ามองย่าอ่อนช้าๆ หยาดน้ำตาที่เพิ่งไหลรินถูกนิ้วย่นปาดจนแห้ง
“คุณย่าขา” ความทุกข์ที่มียังไม่สามารถถ่ายทอดเป็นคำพูดใดๆ ดวงตากลมที่แดงก่ำกวาดสายตามองรอบกาย ใบหน้าที่ตกใจของเหล่าคนงานหันมายังเธอ มนสิชารับรู้ว่าสิ่งที่รอคอยเธออยู่นั้นเกิดจากความตั้งใจของทุกคน เธอไม่ควรทำลายความรื่นเริงนั้น แล้วแปรเปลี่ยนเป็นความทุกข์
“นี่ทุกคนเตรียมฉลองอะไรกันหรือคะ” หญิงสาวปาดน้ำตาจากใบหน้าจนแห้งพร้อมสูดหายใจลึกๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น
“นายแม่บอกว่าคุณหนูเรียนจบแล้ว แถมยังคว้าเกียรตินิยมอันดับหนึ่ง พวกเราเลยอยากจะเลี้ยงฉลองให้คุณหนูครับ” เพียงได้ยินหัวใจดวงเล็กก็สั่นไหว เมื่อโดยเครื่องปั๊มหัวใจมากระตุ้น
“จริงหรือคะคุณย่า ขอบคุณค่ะ” มือเรียวไหว้อย่างนอบน้อม
“ยินดีด้วยนะคะคุณหนูคนเก่ง”
“ขอบใจจ้ะป้าดาวเรือง อาหารฝีมือป้าน่าทานทุกอย่างเลยนะเนี่ย” หญิงสาวทำจมูกย่นสูดกลิ่นอาหาร เธอพึ่งรับรู้ว่าหลังความเศร้าหมองมันมีจุดเล็กๆ ที่เรามักจะมองข้ามไปจุดนั้นแหละที่เข้าเรียกว่าความสุข ปากอิ่มที่แห้งผาดฝืนยิ้มให้ทุกคนสบายใจ แต่เมื่อรอยยิ้มปรากฏแล้วกลับพบว่ามีสารบางอย่างไหลแทรกซึมเข้ามาในร่างกาย มันทำให้เธอมีความรู้สึกอยากก้าวไปข้างหน้ามากกว่าถอยหลังหรือย่ำอยู่กับความเสียใจ
“อย่าเพิ่งค่ะคุณหนู...ป้าว่ากลับมาเหนื่อยๆ ไปอาบน้ำให้สบายตัวก่อนดีกว่า อาหารยังออกมาไม่ครบเลยนะคะ” หญิงสูงวัยอีกคนเอ่ย นางทั้งรักใจดีกับมนสิชาตั้งแต่เธอยังเด็ก
“ว้าว พริกหวานจะรีบมาชิมนะคะ” เธอฝืนทำเสียงใส
ค่ำคืนนี้บ้านสวนคุณย่าอ่อนครื้นเครงด้วยเสียงร้องรำทำเพลง ของคนงานในสวนที่มาร่วมยินดีกับมนสิชา อาหารต่างๆ หมดเกลี้ยงในไม่กี่อึดใจ หญิงสาวมองดูหนุ่มสาวหยอกล้อกันแล้วก็ต้องกั้นสะอื้นเอาไว้ให้มากที่สุด เธอหลบเลี่ยงสายของคนในบ้านออกมาสูดอากาศยามค่ำคืน
