บทที่ 4 ก้าวแรก 1

มนสิชาเดินสำรวจโน่นนี่บนบ้านไม้ของเธอตามนิสัยรักการตกแต่ง ชอบความสวยงาม หญิงสาวมองดูอ่างบัวลายมังกรที่อยู่หน้าบ้าน ดอกบัวสีขาวกำลังเริ่มบาน เรียวกลีบสวย ผึ้งน้อยบินดอมดมเกสรแรกแย้มอย่างหลงใหล น้ำในอ่างบัวเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหางนกยูงตัวน้อยๆ หลากสี ว่ายดำผุดขึ้นมารอคอยให้เธอหยอดอาหารลงไปให้ หญิงสาวคลี่ยิ้มกว้างเมื่อปลาตัวเล็กกระจิดมารุมล้อมแย่งอาหารกัน

เมื่อหยอกล้อเจ้าปลาเป็นที่พึงพอใจแล้ว มนสิชาเริ่มชะเง้อมองหาหญิงสูงวัยร่มไทรของบ้านหลังนี้และเป็นคนที่เธอรักที่สุด ย่าอ่อนนั่งจีบหมากพลูอยู่ที่เฉลียงอีกด้านของบ้านไม้ทรงไทยประยุกต์ ใบหน้ายิ้มแย้ม อบอุ่นของหญิงสูงวัยทำให้มนสิชาหัวใจเต็มเปี่ยมไปด้วยความสุข เธอแอบคิดว่าในโลกนี้คงไม่มีใครที่จะสุขได้อย่างเธออีกแล้ว     

บุรุษไปรษณีย์บีบแตรรถมอเตอร์ไซด์คันเก่าๆ เสียงดังสองถึงสามครั้ง เพื่อบอกบุคคลในบ้านว่ามีเอกสารมาส่ง ก่อนที่จะจอดรอให้คนในบ้านออกไปรับเอกสารตรงหน้าบันได หญิงสาวที่เพิ่งละสายตาจากการมองหญิงสูงวัยรีบวิ่งลงบันไดไม้ตามเสียงแตร มนสิชารับซองจดหมายสีขาวจากมือย่นๆ ของบุรุษไปรษณีย์วัยใกล้เกษียณ แล้วยกมือไหว้นอบน้อม

“ขอบคุณค่ะ คุณลุง”

“จ้าแม่หนู หมู่นี้ไม่ค่อยเจอหน้าเลยได้งานทำแล้วเหรอหนู” บุรุษไปรษณีย์จากความเคยชินที่เจ้าของบ้านนี้เป็นกันเอง และมีเมตตากับทุกคน

“ยังเลยค่ะ หนูรอเขาเรียกไปสัมภาษณ์อยู่...งานเยอะไหมคะเนี่ย ท่าทางคุณลุงจะเหนื่อย”

“เหมือนเดิม เดี๋ยวลุงไปก่อนนะต้องส่งอีกหลายบ้าน ขอให้ได้งานวันนี้เลยนะหนู” หญิงสาวยกมือไหว้ขอบคุณพลางมองสำรวจข้อความบนซองจดหมายนั้นเป็นชื่อของเธอ

ดวงตากลมไล่มองข้อความที่พิมพ์ด้วยหมึกสีดำตัวอักษรมาตรฐาน ชื่อเธอสะกดเป็นภาษาอังกฤษไม่ผิดเพี้ยน แต่ส่วนที่ทำให้เธอตื่นเต้นนั้นคือผู้ส่ง บรูนี อินเตอร์เทรด มือบางรีบฉีกซองแล้วอ่านจดหมายที่อยู่ภายในนั้น ปากสวยแดงระเรื่อสั่นเล็กน้อย ดวงตาลุกวาวเธออ่านข้อความในนั้นซ้ำอีกหลายรอบเพื่อความมั่นใจว่าเธอเข้าใจในข้อความไม่ผิด

“คุณย่าขา...คุณย่ามาดูนี่สิคะ” มนสิชาปล่อยเสียงร้องด้วยความดีใจ หญิงสาววิ่งไปหาหญิงสูงวัยที่นั่งอ่านหนังสืออยู่บนเฉลียงข้างบ้าน เสียงตึงตังจากฝีเท้าทำให้นางหันมอง

“ยัยพริกหวาน อย่าวิ่งอย่างนี้นะ” ย่าอ่อนตำหนิหลานสาวที่ทำเสียงดังจนนางตกใจ อีกทั้งกิริยามารยาทไม่สุภาพอย่างที่นางเคยอบรมสั่งสอนเอาไว้

“หนูขอโทษค่ะคุณย่า...หนูตื่นเต้นมากไปหน่อย”

“ตั้งสติซะก่อนแล้วค่อยเล่าให้ย่าฟัง” ขณะที่มนสิชากำลังสูดหายใจเข้าลึกๆ หญิงสาวอีกคนที่เพิ่งเดินเข้าก็ฉวยกระดาษสีขาวจากมือของเธอ

“เฮ้ย ยัยมดแดง เอาจดหมายของฉันคืนมานะ” ชไมพรไม่ยอมคืนให้ แถมยังวิ่งไปหลบอยู่ด้านหลังของย่าอ่อน

“จดหมายรักจากใครกันนะ” เสียงล้อเลียนหยอกเย้า หญิงสาวเปิดอ่านแล้วก็ต้องอยู่ในอาการเดียวกับมนสิชาในตอนแรก ดวงตารียาวลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

“จริงเหรอเนี่ย...ยัยพริกหวานเธอได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ ที่เป็นข่าวบ่อยๆ นั่นใช่ไหม” ชไมพรร่วมดีใจไปกับเพื่อนรักด้วย

“คุณย่าขาหนูได้งานทำแล้วนะคะ...หนูจะเลี้ยงคุณย่าเองค่ะ” มนสิชาก้าวเข้าไปโอบกอดหญิงสูงวัยด้วยความรักและเคารพ เธอซุกศีรษะบนตักนุ่มๆ ที่เคยนอนตั้งแต่เด็ก

“เก่งมากหลานสาวย่า...จากนี้ไปหนูจะทำตัวเป็นเด็กดี งอแงไม่ได้แล้วนะลูก จะต้องใช้เหตุผลให้มากๆ สติ ปัญญาเอามาใส่ไว้คู่ตัวเรา ความอ่อนน้อมถ่อมตน เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ต่อคนรอบข้าง ไปที่ไหนก็ไม่อับจนและหนูจะเป็นที่รักของทุกคนเชื่อย่านะพริกหวาน” สองมือประนมกราบอย่างอ่อนน้อมบนตักนั้น หญิงสาวส่งยิ้มหวานเชื่อฟังคำสั่งของหญิงชราเป็นที่สุด

“ฉันดีใจด้วยนะพริกหวาน...ทำงานแล้วอย่าลืมเพื่อนซะล่ะ” คนพูดนึกแล้วก็ใจหาย หากมนสิชาไปทำงานเธอก็ต้องทนเหงาอยู่บ้านคนเดียว ถึงคนงานในสวนจะมีมากแต่ก็ไม่ทำให้เธอคลายเหงาได้เท่ากับอยู่ข้างมนสิชา

สองสาวเป็นเพื่อนที่เติบโตมาด้วยกัน ชไมพรเป็นลูกสาวเจ้าโฮมสเตย์ที่อยู่ข้างสวนย่าอ่อน เธอกำพร้าแม่ตั้งแต่เกิดเพราะแม่มีโรคประจำตัวจึงต้องจากเธอไป หลังจากนั้นพ่อก็แต่งงานใหม่ แม่เลี้ยงของชไมพรมีลูกสองคน ชายและหญิง เธอไม่ถูกกับแม่เลี้ยงจึงมาอยู่ที่สวนย่าอ่อน ด้านย่าอ่อนกับนุชนารถรักและเอ็นดูชไมพรไม่ต่างจากหลานแท้ๆ ทุกคนจึงไม่มีปัญหา ยินดีที่จะอุปการะหญิงสาว

หลายครั้งที่พ่อมาตามหญิงสาวกลับบ้าน แต่พอกลับไปก็มีเรื่องทะเลาะเบาะแว้งกับน้องสาวต่างแม่เป็นประจำ เธอจึงตัดปัญหาด้วยการของทำงานที่สวนและอาศัยอยู่ที่นี่เป็นการถาวร ชัชชัย พ่อของเธอจึงเป็นฝ่ายแวะเวียนมาเยี่ยมรวมทั้ง ชนะชล น้องชายต่างแม่ที่เป็นมิตรกับเธอ

การที่เธอห่างจากครอบครัวทำให้จิตใจของหญิงสาวนั้นเข้มแข็ง และนิสัยของเธอออกจะห้าวหาญราวกับผู้ชาย ติดตรงที่ใบหน้าสวยเก๋สไตล์สาวไทย อีกทั้งทรวดทรงองเอว หน้าอกหน้าใจอิ่มเอิบล้นเกินกว่าจะเป็นชายอกสามศอกได้

บทก่อนหน้า
บทถัดไป