บทที่ 5 ก้าวแรก 2
มนสิชาแต่งกายด้วยชุดสุภาพที่สุดกับเช้าวันที่เธอมีนัดสัมภาษณ์งานครั้งแรกในชีวิต หญิงสาวได้รับจดหมายเรียกสัมภาษณ์จากบริษัทผลิตอาหารแปรรูป นำเข้าและส่งออกไวน์ที่ใหญ่ระดับแนวหน้า เธอตื่นเต้นมากเสียจนทำอะไรไม่ถูก หญิงสาวยืดอกหลังตรงหมุนตัวหน้ากระจกเป็นรอบที่สาม พลางหยิบแป้งตลับและลิปสติกมาเติมเพิ่มความมั่นใจ
“จะไปสมัครงานหรือว่าไปไหว้พระเนี่ยแม่คุณ แต่งตัวซะมิดชิดประหนึ่งว่านางกลัวจะมีอะไรหกตกลงพื้นให้อายสายตาประชาชน” ตากลมโตถลึงตาใส่ชไมพรทันที
“ปากเสีย ถึงจะไม่มีอะไรให้หกตกแตก แต่ฉันก็ทั้งโสดทั้งซิงนะยะ คริ คริ” หญิงสาวรวบเอกสารที่เตรียมไว้พร้อมกระเป๋าสะพายสีน้ำตาลกำลังจะเดินออกจากห้องนอน แต่สาวซ่าชไมพรกลับรีบขวางทาง สายตากรุ่มกริ่มมองสำรวจมนสิชาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า ก่อนจะจับตัวเธอหมุนช้าๆ แล้วดันกลับเข้าไปในห้อง
“ทำอะไรของแกยัยมดแดง...โอ๊ยๆ อย่าๆ” หญิงสาวร้องโวยวายเมื่อเพื่อนสาวจับเธอปลดเปลื้องเสื้อผ้าที่สุดแสนจะเรียบร้อยออกจนหมด
“อยู่เฉยๆ เถอะน่าแล้วจะสวยเองเพื่อนรัก” ชไมพรขยิบตาให้เพื่อนรักแล้วจัดการแต่งตัวให้เพื่อนใหม่ เธอหยิบชุดโน่นทาบชุดนี้เป็นพัลวัน ไม่กี่นาทีมนสิชาก็กลายเป็นสาวหวานซ่อนเปรี้ยวด้วยชุดเดรสสีโอรสที่กระโปรงเป็นชั้นระบายลูกไม้สีเดียวกับชุด ทำให้เธอดูหวานเก๋ในขณะที่ตัวเสื้อคอกว้างเผยให้เห็นซับในสีดำตัดกับชุด เรียวปากแต้มสีชมพูส้ม พวงแก้มแดงระเรื่อ ดวงตากลมเสริมความคมด้วยอายไลน์เนอร์
ชไมพรดึงตัวเพื่อนรักมายืนหน้ากระจก หญิงสาวค่อยๆ มองสำรวจตัวเองที่ถูกแปลงโฉบจนสวย แถมคนลงมือก็ปรบมือเชียร์อยู่ข้างๆ แก้มแดงระเรื่อยิ่งแดงเด่นด้วยความเขินอาย ส่วนคนเจ้าความคิดยิ้มอย่างพึงพอใจ
“มันไม่โป๊ไม่หน่อยเหรอมดแดง...ฉันไปสมัครงานนะไม่ได้ไปอ่อยผู้ชาย”
“สมัยนี้มันต้องเปรี้ยวนิดๆ อีกอย่างเจ้าของบริษัทหล่อมากๆ” ชไมพรลากเสียงยาว
“รู้ได้ยังไง เคยเห็นเหรอ” หญิงสาวส่ายหน้าพร้อมเบ้ปาก
“เชอะไม่เคยเห็นแต่พูดดีจังนะ...คุณย่ารู้เข้าโดนตีขาลายแน่ๆ”
มนสิชามองดูตัวเองในกระจก เธอว่ามันก็สวยดีแถมเพื่อนรักยังอุตส่าห์โชว์ฝีมือแต่งหน้าให้ ทั้งทีไม่เคยทำให้ใครมาก่อน และเธอก็เพิ่งรู้ว่าสาวซ่าห้าวหาญอย่างชไมพรก็มีมุมผู้หญิงกับเขาเหมือนกัน
“ฝีมือดีไม่เบาเลยนี่” คนชมยังคงยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ให้กระจกบานโต
“มันแน่อยู่แล้ว” ชไมพรใช้นิ้วหัวแม่มือป้ายจมูกตัวเองเป็นสัญลักษณ์ว่าเธอเนี่ยสุดยอดไปเลย “ให้ฉันไปด้วยไหม”
“ฉันไปสมัครงานนะไม่ได้ไปโรงเรียนอนุบาลวันแรก ที่จะต้องมีผู้ปกครองไปส่ง” ชไมพรเบ้ปากอย่างผิดหวัง เธอแอบเสียดายที่ไม่ได้ออกไปนอกสวนบ้าง ร้อยวันพันปีขลุกอยู่แต่ต้นไม้ใบหญ้า แสงแดดแผดเผาจนตัวดำเป็นอีกา คนแถวนี้เรียกเธอว่าลิกไนต์กันหมดแล้ว
อาคารบรูนี อินเตอร์เทรด ประตูกระจกสีทึบเปิดออกอย่างแรง พร้อมร่างสูงที่เดินกระแทกส้นเท้าระบายอารมณ์เดินนำออกมา เอกสารที่อยู่ในมือถูกกำเอาไว้แน่นจนมันยับย่น ชายหนุ่มใช้มืออีกข้างกระตุกชายเสื้อสูทสีดำให้เข้าที่ ใบหน้าคมเข้มบึ้งตึงจนเหล่าพนักงานถอยกรูไปหลบฉากอยู่ข้างกำแพง
เดนนิชกำลังฉุนเฉียวไม่ได้ดั่งใจกับงานที่สั่งลูกน้องให้ทำ เขามาเมืองไทยเพราะอยากรับรู้ข่าวดี แต่ที่ไหนได้งานผิดพลาดชิ้นใหญ่ลอยอยู่ตรงหน้า ใบหน้าคมเข้มดูดุดัน คิ้วดกหนาเคลื่อนมารวมกันตรงกลางหน้าผาก แก้มสากกระตุกจากการขบกรามระงับอารมณ์ที่ร้อนเป็นไฟ
จากห้องประชุมถึงห้องทำงานส่วนตัว เดนนิชใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที เขาทิ้งตัวลงบนโซฟาตัวยาวภายในห้องทำงาน ก่อนจะหันไปมองหาคนสนิท มือที่กำแน่นปาเอกสารทั้งหมดกระแทกอกคนร่างสูงโกร่งแต่เขายืนนิ่งยอมให้ผู้เป็นนายระบายความโกรธมาที่เขา
“ฉันบอกว่ามันเจ้าเล่ห์ แกก็ยังปล่อยให้ไอ้ลีโอมันข้ามหน้าข้ามตาฉันไปอีกงานแล้วนะ”
“ผมเห็นว่าเขาเป็นลูกค้าเก่า...เลยไม่ได้” อิวานอึกอักที่จะตอบสาเหตุความผิดพลาดของตัวเอง
“แล้วมันก็มาตั้งบริษัทแข่งกับฉัน อ่อ ในประเทศไทยมันลงทุนก่อนฉันเสียอีกนะ...ดูอย่างโรงงานอาหารกระป๋องสิตอนนี้ได้รับความนิยมในแถบภาคใต้ เฮ้อ ฉันไม่รู้จะลงโทษแกยังไงอิวาน” เดนนิชโกรธจนแทบจะเขม่นเข่นเขี้ยวใส่ลูกน้องคนสนิท
“มันก็แค่โรงงานเล็กๆ”
“แกชะล่าใจอีกแล้วนะอิวาน...โรงงานเล็กๆ แต่เงินทุนถึงมันก็ยิ่งใหญ่ขึ้นมาได้ แล้วยังจะไร่องุ่นอีก”
“ผมขอโทษครับบอส...ทีหน้าทีหลังผมจะรอบคอบกว่านี้”
“สำนึกผิดก็ดี...อ่อ คนที่เรียกสัมภาษณ์งานมาหรือยัง บอกไว้ก่อนนะถ้ายัยนั่นไม่มาแกต้องทำทุกวิธีให้เธอมาให้ได้” อิวานก้มศีรษะให้เจ้านาย วันนี้เขาดูอารมณ์ฉุนเฉียวจนอิวานไม่กล้าจะพูดอะไรมาก
“ผมจะไปดูให้ครับ”
อิวานบอดี้การ์ดประจำตัวของ เดนนิช เจฟ บรูนี เขาเป็นชายหนุ่มที่เงียบขรึม จนออกจะแข็งเสียด้วยซ้ำ วันๆ ไม่เคยคุยกับใครนอกจากเจ้านายของเขา แต่ตอนนี้อิวานเริ่มจะปวดเศียรเวียนเกล้ากับอารมณ์ขึ้นๆ ลงๆ เจ้านาย ชายหนุ่มคว้าที่จับประตูได้ก็ออกแรงดึงมันออกไป
“ว๊าย! โครม” ประตูที่อิวานเปิดออกทำให้ร่างของใครบางคนเสียหลัก เธอส่งเสียงร้องลั่นที่แฝงไปด้วยอาการเจ็บและตกใจ ร่างบอบบางล้มกระแทกพื้นเสียงดัง หญิงสาวหลับตาแน่นเพราะความกลัว อิวานอ้าปากค้างเขาก็ตกใจไม่น้อยกว่าจะรวบรวมสติได้ เดนนิชก็มายืนอยู่ข้างเขาแล้ว
“เกิดอะไรขึ้น” เดนนิชถาม เขาหันมองคนที่นั่งอยู่กับพื้น เมื่อเห็นว่าเธอไม่ใช่พนักงานในบริษัทชายหนุ่มจึงตั้งต้นมองสำรวจเพื่อให้แน่ใจ
กระโปรงสีโอรสเลิกขึ้นสูงจนเห็นต้นขายาวที่ขาวเนียน เขาพิจารณาความละเอียดของผิวจึงพอเดาได้ว่าเธอคงไม่ใช่ผู้หญิงข้างทางหรือสาวบ้านนอก หญิงสาวปัดแขนขาก่อนจะลุกขึ้นมาเผชิญหน้ากับชายหนุ่มทั้งสอง
“นี่คุณ...ไม่เห็นคนหรือยังไง ตาบอดหรือว่าเมากันคะ เอ๊ะ พูดแล้วยังไม่รู้จักขอโทษอีก” อิวานกำลังจะเอ่ยขอโทษ แต่เขาต้องอ้าปากค้าง เมื่อเจ้านายยกมือขึ้นเป็นเชิงห้าม
“ฮึ ซุ่มซ่ามเองน่ะสิ เดินไม่ดูตาม้าตาเรือ แล้วยังจะมาว่าคนอื่น ผู้หญิงไทยไร้มารยาท” ชายหนุ่มส่งภาษาอังกฤษใส่เธอเป็นชุด
