บทที่ 7 ปะทะคารม 1
วันแรกของการทำงานหญิงสาวในชุดสีหวานเจี๊ยบ กระโปรงเข้ารูปกับเสื้อชีฟองคอวีทับด้วยสูทสั้นสีครีม พกพาความมั่นใจเกินร้อยเพราะได้แรงใจจากย่าอ่อนและนุชนารถมาเต็มกระเป๋า สายเลือดพิทักษ์ระพีจะต้องไม่ยอมให้ใครมาดูถูกว่าไม่เอาไหนเด็ดขาด
มนสิชารีบเดินเข้าไปในอาคารหรูสูงกว่าสิบชั้น ที่หมายของเธอคือชั้นที่แปด ประตูลิฟต์เปิดออก หญิงสาวกำลังจะก้าวเข้าไปในลิฟต์ แต่เธอกลับซวนเซจากแรงปะทะของร่างหนากำยำที่เดินแทรกอย่างไร้มารยาทเข้าไปในลิฟต์ หญิงสาวรู้สึกไม่พอใจที่เขาทำเช่นนั้น หญิงสาวเตรียมต่อว่าหลังจากเธอเข้าไปยืนอยู่เคียงข้างเขาในลิฟต์ตัวเดียวกัน
“นี่คุณ มีมารยาทกับผู้หญิงหน่อยสิ” ทันทีที่ใบหน้าของชายหนุ่มหันมาเธอก็ถึงกับอึกอัก “คะ คุณ”
“อ่อ ฉันไม่ทันเห็นเธอ...มาเร็วดีนี่” เดนนิชพูดเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้คนอ้าปากค้างทำอะไรไม่ถูก
มนสิชานึกตำหนิคนเสียมารยาทในใจ เขามองเธอไม่ลดละสายตา ดวงตาสีเขียวมรกตที่หน้าหลงใหลเพิ่มเสน่ห์ให้ใบหน้าคม คิ้วดกที่เลิกสูงกับปากรูปกระจับดูแล้วน่าหยิกน่าตีเกินกว่าที่เธอจะหวีดเหวี่ยงใส่เขา ผู้ชายคนนี้เป็นใครกันทำไมชอบหาเรื่องเธอทุกครั้ง
ชายหนุ่มที่ขึ้นลิฟต์มาด้วยหายเข้าไปในห้องทำงานใหญ่ตั้งนานแล้ว แต่มนสิชายังเห็นใบหน้าของเขาลอยวนเวียนอยู่ราวกับว่าเธอตกหลุมความมีเสน่ห์นั้นเสียแล้ว หญิงสาวพยายามพยายามสลัดภาพต่างๆ ออกไปให้หมด พร้อมกับเดินเข้าไปทักทายพนักงานคนอื่น
“สวัสดีค่ะ ฉันเป็นพนักงานการตลาดคนใหม่ค่ะ” เลขาสาวชาวต่างชาติปรายตามองคนที่เอ่ยทักก่อนจะยิ้มให้อย่างสุภาพ เธอลุกเดินเข้าไปในห้องใหญ่ที่ชายหนุ่มเพิ่งเข้าไป ไม่กี่นาทีเขาก็ออกมาพร้อมกับสายตาดุดัน แข็งกร้าว
“โต๊ะทำงานของเธออยู่นั่น” เดนนิชชี้โดยที่เขาไม่ได้หันมามองหญิงสาวเลย
“อย่าบอกนะว่าคุณเป็นคนจัดโต๊ะให้ฉัน” น้ำเสียงยียวนของหญิงสาวทำให้พนักงานคนอื่นหันมองกันเป็นสายตาเดียว
“ทำไมถึงคิดว่าฉันต้องลดตัวลงไปทำอะไรโง่ๆ ให้เธอด้วยล่ะ”
“ไม่ใช่ก็แล้วไป” เธอตอบพลางหันไปทางโต๊ะที่อยู่มุมหนึ่งของห้อง
“รายละเอียดของงานบนโต๊ะอ่านซะ...ถ้าไม่เข้าใจถามลอร่า” หญิงสาวที่ถูกเอ่อชื่อพยักหน้าให้เล็กน้อย ส่วนคนแนะนำเขาหันหลังกลับเข้าไปในห้องตามเดิม
โต๊ะเล็กๆ มุมท้ายสุดของห้องเป็นที่พอใจสำหรับพนักงานใหม่อย่างเธอ มนสิชาแอบอมยิ้มเล็กๆ ตื่นเต้นกับการเริ่มงานแรก สายตาที่เป็นประกายเลื่อนไปที่กองเอกสารสามกองสูงจนท่วมศีรษะของคนที่นั่ง
“นี่งานของฉันทั้งหมดเหรอคะคุณลอร่า”
“เรียกพี่ลอร่าก็ได้ค่ะ...ส่วนเอกสารพวกนี้เอาไว้ศึกษาก่อนจะลงมือกับงานจริงนะคะ” เธอจีบปากจีบคอพูดภาษาไทยที่ตะกุกตะกัก
“ค่ะพี่ลอร่า...อีตาคนนั้นใครกันค่ะ ท่าทางเจ้าระเบียบแถมร้ายเสียด้วย” ลอร่าขยับแว่นกรอบบาง ดวงตาลุกวาวเมื่อได้ยินก่อนจะรีบเอามือมาปิดปากไม่ให้มนสิชาพูดอะไรมากกว่านี้
“อ๊าย โนๆ หยุดพูดนะคะ หยุดพูดอะไรที่จะทำให้ชีวิตการทำงานของตัวเองตกต่ำแบบนั้น”
“อารายกะ” เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ มือเล็กพยายามแกะมือที่ปิดปากออก
“อะไรจะร้ายแรงขนาดนั้นคะพี่ลอร่า”
“เรื่องใหญ่แน่ๆ ค่ะ...คนที่เห็นเมื่อครู่ คือคุณเดนนิช เจฟ บรูนี เจ้าของที่นี่และธุรกิจในเครือบรูนีทั้งหมดค่ะ”
“อ่อ ห๊า ผู้ชายคนนั้นคือบอสของเราเหรอคะ” เลขาสาวพยักหน้า ส่วนมนสิชาถึงกับหน้าซีดหน้าเสีย เพราะเธอต่อว่าเขาไปหลายคำ แถมยังยียวนตั้งแต่ครั้งแรกที่พบหน้าแบบนี้เธอไม่อยากจะเดาว่าจะโดนรับน้องยังไงบ้าง ถึงว่าสิเขาดูมีอำนาจน่าเกรงขามอย่างบอกไม่ถูก หญิงสาวนึกในใจ
ลอร่า เลขาสาวชาวนอร์เวย์ ผิวพรรณ ใบหน้าขาวสวยสะอาดตากับการแต่งกายที่เปรี้ยวจี๊ดดูไม่เข้ากันเลย แต่รอยยิ้มที่มีให้มนสิชานั้นเป็นมิตรมากกว่าศัตรู หญิงสาวใช้วิจารณญาณของตัวเองตัดสิน
ตลอดทั้งวันมนสิชาพยายามรีบศึกษาเอกสารทั้งหมดบนโต๊ะ ถึงมันจะเป็นไปได้ยากที่จะอ่านให้หมดภายในวันเดียว หญิงสาวก็ไม่หวั่น หากแต่อุปสรรคสำคัญที่ทำให้พนักงานสาวคนใหม่ไม่เป็นอันได้ทำงานตามที่ตั้งใจก็คือ เจ้านายหนุ่ม เขาหางานให้เธอได้ทำไม่ขาดมือ
“พริกหวานจ๊ะ ช่วยหน่อยนะบอสเร่งงานพี่ทั้งวัน พี่ทำไม่ทัน” ถึงจะอยากปฏิเสธแต่ความเป็นผู้น้อยมนสิชาจึงพยักหน้ารับอย่างนอบน้อม
“จะมีอีกไหมคะเนี่ย” เลขาสาวส่ายหน้าพร้อมเบ้ปาก เพราะเธอก็ไม่รู้ว่าเอกสารพวกนี้มันสำคัญยังไง แต่ที่รู้คือเดนนิชกำชับให้เธอนำมาส่งต่อให้พนักงานใหม่เป็นคนจัดการทั้งหมด
บ่ายวันเดียวกันเอกสารที่มนสิชาตั้งใจพิมพ์วางอยู่บนโต๊ะทำงานของเดนนิช เขาเหลือบมองเพียงเล็กน้อยแล้วก็กดเครื่องตอบรับ เรียกหญิงสาวเข้ามาพบเขาทันที น้ำเสียงของคนหนุ่มทำเอาเลขาสาวหน้าเสีย ส่วนมนสิชาแทบไม่ต้องอธิบาย เธอเตรียมใจไว้แล้วที่จะโดนตำหนิ ไม่ใช่เพราะงานไม่ดีแต่เพราะเขาจ้องจะเล่นงานเธอ
“ทำงานภาษาอะไรไม่ได้เรื่อง” แค่เพียงเธอเปิดประตูเข้ามา เขาก็เริ่มโวยวายใส่ เอกสารวางอย่างเรียบร้อยเหมือนไม่ได้ผ่านการเปิดอ่านเลย
“แต่ฉันตั้งใจและตรวจละเอียดทุกบรรทัดแล้วนะคะ”
“งี้เง่าน่ะสิ เธออย่ามาแก้ตัวหลักฐานก็เห็นทนโธ่” มนสิชากวาดสายตาที่สั่นไหวจากอาการตกใจมองดูเอกสารที่เธอพิมพ์เองกับมือ มันไม่น่าจะมีอะไรผิดพลาด
“ฉันจะแก้ไขให้ใหม่ค่ะ” มือบางรวบเอกสารเพื่อนำกลับไปแก้ แต่เดนนิชก็รีบคว้ามือของเธอและดึงเอาไว้ เธออยู่ฝั่งตรงข้ามก็จริง แต่ใบหน้าของเขาใกล้เธอแค่คืบเดียว ลมหายใจอุ่นๆ พวยพุ่งกระทบผิวแก้มแดงเนียน หญิงสาวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ เธอพยายามบิดมือและดึงออกแต่ก็ไร้ผล
“แก้ไปมันก็ห่วยแตกเหมือนเดิม ฉันว่าเธอมาทำอย่างอื่นดีกว่านะเผื่อเธอจะถนัด” เดนนิชมองโลมไล้เรือนกายของหญิงสาว เขาจงใจวนสายตาอยู่กับสิ่งที่ซ่อนภายในเสื้อสีหวานของเธอ
“ปล่อยนะไอ้บ้า” หญิงสาวรีบดึงมือของตัวเองออก แต่กลับเป็นการรั้งตัวเขาใกล้เข้ามาอีก
“ฮ่าๆ ปากแบบนี้ฉันชอบ...รับรองว่าเธอจะไม่ผิดหวัง ถ้าตกลงรับงานใหม่จากฉัน” เสียงแหบพร่ากระตุ้นแววตาโกรธเคืองให้สั่นระริก เธอเม้มปากแน่นอยากจะสรรหาคำต่างๆ มาต่อว่าเขา สายตาเหยียดหยามหมิ่นศักดิ์ศรีผู้หญิงยังไม่หยุดสำรวจใบหน้าขาวสร่าง
“คุณเป็นเจ้านายภาษาอะไรกัน...กลั่นแกล้งลูกน้องแบบนี้ พูดจากระแทกกระทั้นให้ลูกน้องต้องเจ็บช้ำน้ำใจ” เสียงใสเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองในการกระทำของเขา
