บทที่ 12 บทที่12. ดวงตาคู่สวย
น้ำเสียงตื้นตันนั่งมองตัวเองผ่านกระจกบานใหญ่ ดวงตาใสซื่อเคลื่อนหายไป "ต้องร่านถึงจะอยู่รอด!"
แกร๊ก
"เชิญคุณนามิบนห้องหรูส่วนตัวครับ"
คล้ายกับโดนยกระดับ นามิได้ขึ้นไปอยู่อีกตึกที่ทัศนียภาพสบายตาซึ่งล้อมด้วยป่าสีเขียว
"ดีใจจังได้อยู่ตึกเดียวกันด้วยว่าแต่นามิเก่งจังรับแขกไม่กี่คนก็จะได้ร้อยเต็มแล้ว" ดาหวันถักเปียผมให้พร้อมเอ่ยปากชม
"เพราะดาหวันไงเราถึงสู้"
"อืมมม เราจะออกไปจากที่นี่ด้วยกันนะ"
"แน่นอนเราจะไม่ทิ้งกัน"
สองสาวจับมือให้คำมั่นที่สำคัญนามิละสายตาจากดาหวันไม่ได้เลย
"ดวงตาเธอสวยจังว่าแต่..ยังไม่เคยถามว่าแม่อยู่ที่ไหนเห็นพูดถึงแต่พ่อ" นามิเขยิบมองใกล้
"เราเคยอยู่กับแม่ที่ตาบอดสองคน พวกนั้นไปซื้อต่อเรามาด้วยเงินราคาสูง"
"แล้วแม่เธอยอมเหรอ"
"ไม่ยอมหรอกแต่แม่เป็นมะเร็งต้องใช้เงิน สุดท้ายพ่อจึงเลือกมาอยู่ในโรงงานนั้น ส่วนเราตามมาหลังจากแม่ตายแล้ว"
ดาหวันก้มลงหน้าเศร้าทันที นามิเองก็ปวดร้าวเพราะชีวิตของเธอก็ไม่ง่าย สักพักจึงเปลี่ยนเรื่องคุยกัน
"แล้วถ้าเราออกไปได้ดาหวันอยากทำอาชีพอะไร"
"ขายขนมมั้งนะ เมื่อตอนเป็นเด็กเราชอบเล่นขายของมากแล้วนามิล่ะ"
"อืมมม เราชอบดอกกุหลาบสีแดง คงจะไปทำไร่กุหลาบใหญ่ๆ กว้างๆ มองแล้วเป็นอิสระ"
"งั้นขอจองพื้นที่ขายขนมหน้าไร่นะ"
"ได้เลย ฮ่าๆ ให้เช่าฟรีตลอดชีวิต"
สองสาววาดฝันชีวิตไปไกลแสนไกล ทั้งคู่พยายามทำงานรับแขกเต็มที่จนกระทั่ง
หลายเดือนผ่านไป
"กริ๊ดดดด! จะครบหนึ่งร้อยแต้ม" นามิกระโดดโลดเต้นดีใจมาก ดาหวันเองก็เช่นกัน "ใช่ ต่อไปเหลือเพียงแค่รอใครสักคนมาซื้อเราไปจากที่นี่"
สองสาวยินดีปรีดาจับแขนกันหมุนตัวรอบห้อง ถือแต้มที่มีตราปั้มอักษรเมื่อได้รับมา
ทว่า..สวรรค์คล้ายไม่เมฆตา
"อะไรนะ..เจ้าของคนใหม่กำหนดอีกห้าสิบเเต้มเป็นร้อยห้าสิบ" ดาหวันนำข่าวสารมาบอกทำให้นามิทำหน้าเซ็งทันที แต่ทำได้เต็มที่แค่ระบายด่าออกมา
"ใช่ เขาเพิ่งประกาศเดี๋ยวคงมาบอก"
"แบบนี้มันโกงเราชัดๆ"
"แต่ยังดีที่เราจะอยู่ในระบบเช่านานขึ้น ปกติออกไปข้างนอกได้เพียงวันหนึ่งแต่ตอนนี้สามเดือน"
มือน้อยของเพื่อนจับไหล่นามิ ดาหวันมองโลกในแง่ดีเสมอเธอพูดให้กำลังใจอีกครั้ง "ทนอีกหน่อยนะใกล้เเล้ว"
"ก็คงจะเป็นอย่างนั้น..แล้วคนที่ออกไป ทำไมเขาถึงไม่ไปแจ้งตำรวจ"
อุ๊ปส์
ดาหวันรีบเงื้อมือเปิดปากนามิที่เอ่ยคำถามนี้ก่อนจะมองซ้ายคอรอบตัวให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ใกล้
"ที่นี่ห้ามพูด และ ถ้าใครออกไปแล้วเพ่งพายเรื่องทุกอย่างจะโดนตัดคอ"
"เหอะ! ก็คงอย่างนั้นแหละ เลวทราม"
"ไม่ใช่แค่นั้นนะก่อนตัดเขาจะทรมานให้ตายทั้งเป็นเพราะมีกลุ่มอิทธิพลหนุนหลังมากมาย โดยเฉพาะคนซื้อคนใหม่ล่าสุดเห็นว่าเป็นมาเฟีย"
"เหรอ...น่ากลัวชะมัด"
สองสาวต่างพูดคุยกันเป็นประจำก่อนที่นี่จะปิดปรับปรุงระบบใหม่ก็ถือว่าพักร้อนไปในตัว
"อีกไม่กี่วันคงเปิดรับแขก" นามินอนกินองุ่นบนเตียงโดยมีดาหวันนั่งอยู่ "ก็เหลืออีกหลายสิบแต้ม"
"อืมมม แต่ยังไงเราว่านามิไม่ต้องได้ออกไปก่อนแน่เลย มาแป๊บเดียวแต้มสูงมาก"
"กว่าจะผ่านแต่ละตัวมาโคตรเหี้ยม!"
"สู้ๆนะเราเป็นกำลังใจให้"
เขตในเมือง
"อะไรกัน..แค่นี้ก็เปิดปากแล้วเหรอ?" น้ำเสียงเรียบทุ้มต่ำพูดพลางลุกขึ้นยืน "ยังสนุกไม่เต็มที่เลย"
มีดปลายแหลมยกสะท้อนต้องแสงไฟกิ่ง ณ. ร้านอาหารหรูเชิงตู เป็นร้านหรูหราในถิ่นมาเฟีย เขามาเพื่อเก็บค่าคุ้มครองแต่โดนสอดไส้
"เงินที่ทำการปลอมเป็นของพวกใต้'ล่าสินะ" เขาหันไปถามลูกน้องคนสนิท
"ครับนาย พวกนั้นมันตั้งรกรากอยู่ชายแดน"
"ไปเด็ดหัวมันมา ส่วน..ลิ้นของไอ้บ้านี่เอาไปต้มซุปแล้วให้เมียมันกินซะ"
"ครับ"
อื้อออ ฮูก อึก~
ชายคนฝั่งเหนือนอนเดดิ้นจกองเลือด เมื่อ อาชา เฉือนปลายลิ้นเขาด้วยมือตัวเองก่อนจะแสยะยิ้มอย่างชอบใจแล้วนั่งอยู่หัวของโต๊ะอาหารเพื่อรอกินข้าวด้วยเมนูพิศวง
"ดีใจจังได้มาร่วมโต๊ะอาหารกับลูกหนี้ทั้งยืมเงินไม่จ่ายแถมยังไม่ยอมให้ค่าคุ้มครองอีก" สายตาเฉียบจ้องเล็งไปที่ภรรยาของผู้ชายที่นอนจมกองเลือด "เราจะทำยังไงดีครับคุณนาย.."
