บทที่ 15 บทที่15.ทรยศ
หนึ่งวันผ่านไป
เวลาเท่านี้มันช่างรวดเร็วเกินใจ ถึงเวลาที่จะได้กลับไปอยู่ในนรกขุมเดิม
นามิไม่ขอรับของแบรนด์ดังราคาแพงแต่อยากได้แค่กระดาษกับปากกา
"คุณชอบวาดรูปสินะครับ" ฟังกีเเอ่ยถาม
"เปล่าค่ะชอบเขียน"
"เขียนอะไร.."
"ก็คงจะเขียนเรื่องราวตัวเองสักเรื่อง เผื่อตายไปจะได้มีใครได้อ่านบ้าง"
"ทำไมยูพูดแบบนี้"
เขาปรี่ตรงเข้ามาหาทันทีก่อนจะใช้มือลูบปาดเช็ดหยดน้ำตาใส
"ก็อย่างที่คุณว่า..ฉันเป็นอะไร" นามิกลั้นใจพูด "เพราะแบบนี้ไง ฉันอาจจะต้องอยู่แบบนี้ไปจนวันตายก็ได้"
"ไม่หรอกนะคนน่ารักอย่างยู ต้องมีใครพาออกไปได้แน่"
"เหรอคะ"
"เอางี้ ผมสัญญาว่าอีกไม่กี่เดือนจะพาคุณออกมาอีกนะ"
แม้คำพูดของเขาจะน่าฟัง แต่นามิเริ่มสิ้นหวัง ทุกอย่างถาโถมเข้าใส่อย่างเฉียบพลัน
กริ๊งงง
จู่ๆ เสียงกริ่งประตูก็ดังขึ้น ฟังกี้ขมวดคิ้วทันทีเพราะเขาจำได้ว่าได้ยกเลิกทุกงานเพื่อเธอ
"ใครมาหรือคะ"
"ไม่ทราบสิ ปกติไม่มีใครขึ้นมาที่นี่ได้ต้องติดต่อด้านล่างให้โทรมาขออนุญาตก่อน"
ชายฝรั่งเดินไปที่ประตูอย่างเชื่องช้าก่อนจะส่องลอดตาแมวแล้วสบถออกมา
"บ้าจริง!!!"
แกร๊ก
"เปิดประตูช้าจังท่านฟังกี้"
"ผมติดธุระอยู่ครับ"
"ธุระเหรอ..."
ทันทีบรรยากาศในห้องก็เย็นเฉียบดั่งอุณหภูมิลดฮวบทั้งที่เปิดแอร์ปกติ
นามิหน้าซีดพลางจ้องใครบางคนที่เดินเข้ามาพร้อมลูกน้องล้อมหน้าหลัง ดวงตาเขาน่ากลัวชวนขลัง คนอะไร..รังษีอำมหิตรุนแรงปานนี้
"ขอโทษด้วยครับท่านอาชา" ฟังกี้ก้มหัวทำความเคารพ "ผมคิดว่ากำลังจะติดต่อไป"
"ของนั่นอยู่ไหนแล้ว"
"ตะ ตอนนี้คงยังไม่ควรจะพูด"
"อ๋อออ..มีใครบางคนอยู่ด้วยสินะ"
แกก
"ท่านอาชาครับ!! เธอเป็นเพียงสาวขายบริการ ผมไม่เคยพูดเรื่องนี้กับเธอสักครั้ง"
หัวใจนามิแทบจะวายเมื่อผู้ชายที่ชื่ออาชาชักปืนจ่อเล็งมาที่หน้าแต่ฟังกี้รีบโต้แย้งเสนอบอกเล่าความเป็นมา
"ยูกลับไปก่อนตอนนี้คนรถคงมารอด้านล่าง ถึงเวลากำหนดแล้ว" ฟังกี้หันหน้ามาสั่งนามิท่าทีเคร่งเครียดหนัก
"ค่ะ"
เสียงตอบกลับแค่นั้นก่อนร้อนลนรีบหยิบกระเป๋าเดินทางออกไป แต่เมื่อเดินจะถึงลิฟท์ คนของซ่องก็ขึ้นมาจะรับตัวเธอพอดี
ในห้องโรงแรม
"เพชรนั้นอยู่ไหน? คุณเป็นคนกลางแต่ดันโกงแบบนี้ไม่ไหวนะ" อาชาเปิดประเด็นคุยกับฟังกี้ "หรือต้องฆ่าภรรยาคุณก่อน"
"ยะ อย่าครับผมโดนบังคับ!"
"เพราะอีกฝ่ายให้เงินมากกว่าสินะ"
"ผมผิดไปแล้ว ฮึกกก"
ฟังกี้คุกเข่าก้มหัวแนบพื้น เพราะความโลภทำให้เขากลโกงแต่อาชาฉลาดพอที่จะรับรู้
"บอกมาว่าของอยู่ไหน"
"น...ในกระเป๋าที่ผู้หญิงคนนั้นเอาไปครับ ฮึก เพราะพวกนั้นจะปล้นระหว่างทาง"
"เสียดายนะฟังกี้ หึ เราอุตส่าห์ทำการค้าด้วยกันมาตั้งนาน"
"ท่านอาชาโปรดไว้ชีวิต..."
ลานจอดรถ
"กระเป๋าของใคร" คนขับรถถาม "ตอนมาไม่เห็นเธอพกกับเอาใบนี้มาด้วย"
"ไม่รู้สิสงสัยวางรวมกันเผลอหยิบมา"
"ฉันจะบอกให้นะว่าเธอไม่มีวันได้ของอะไรกลับไปทั้งนั้นเมื่อไปถึงจะต้องถูกตรวจสอบ และ เผาทิ้ง"
"รู้อยู่แล้วล่ะแต่เอามาแล้วให้ทำไง"
นามินั่งมองกระเป๋าใบใหญ่ไม่คุ้นตา ความหวังที่ริบหรี่พังทลายไม่เป็นชั้นดี ตอนแรกเธอคิดว่าเขาชอบพอเนื่องจากอยากได้ไปรับใช้ดูแล
สุดท้ายเธอก็เป็นเพียงแค่อีตัวที่เขาซื้อมาบำเรอกามเพราะมีภรรยากับลูกรออยู่ที่บ้าน
"ใครจะเจียดเงินซื้อกะหรี่ไปเป็นเมีย หึ" น้ำเสียงกัดฟันกรอดของนามิดังจนคนขับรถได้ยิน
"เงินตรามันซื้อทุกอย่างได้ สมมติเขาชอบเธอมากแล้วนำเงินมาไถ่ตัวก็ไม่เสียหาย"
"คุณคงขับรถให้ที่นี่มานานถึงพูดจาเหมือนทุกอย่างดีนัก"
คนขับรถชะงักก่อนจะเงียบเฉย
ไม่กี่นาทีต่อมา
ภายในห้องพักโรงแรม สองคนกำลังพูดคุย อีกฝ่ายถือปืนจ่ออย่างใจเย็น ฟังกี้พยายามอ้อนวอนขอชีวิต
"รู้ไหมว่าฉันเสียเวลาตามหาเพรชนั่นนานแค่ไหน" อาชาหยิบไวน์ที่วางภายในห้องใส่แก้วกระดกดื่ม "อืมมม ไวน์ชั้นเยี่ยมจากเยอรมันสินะ"
"ท่านอาชาครับ ผมผิดไปแล้ว ฮึกกก"
"พ่อบอกว่าแกเป็นหัวหน้างานคนสำคัญ"
"ชะ ใช่ครับ ผมทำงานรับใช้นายใหญ่มานาน"
"แล้วไง?"
ปัง!!!
