บทที่ 16 บทที่16.ทำไมถึงไม่หนี?

กระสุนหนึ่งนัดเจาะเข้ากระโหลกศีรษะฟังกี้ทันทีจนเลือดสาดกระเซ็นเต็มพื้นที่

"ให้เราไปเอาคืนเลยไหมครับ" ลูกน้องคนสนิทเอ่ยถาม "ยังไงก็ตามทัน"

"ยังไม่ต้อง ปล่อยให้พวกโง่นั่นปล้นไปตามแผนจนสำเร็จเราจะปล้นมันต่อ ตำรวจจะได้สาวต้นตอไปที่มัน"

"ครับนาย"

รอยยิ้มชั่วร้ายแสยะก่อนจะยื่นปืนส่งคืนคนสนิท เขาเดินไปหยิบไวน์แล้วรินใส่แก้วอีกครั้งนั่งมองศพตรงหน้า "งานนี้น่าสนุกจริงๆ หึหึ"

บนรถ

"ลืมถาม..ทำไมเธอถึงลงมาก่อนเวลาที่จริงเหลืออีกห้านาที" คนขับรถสงสัย

"เขามีธุระไงบอกให้กลับก่อน"

"นึกว่าจะหนีไปซะอีก ฮ่าๆ"

"ถ้าคิดจะหนีคงวิ่งตั้งแต่ไปห้างสรรพสินค้าแล้ว"

นามิถกเถียงกับคนขับรถก่อนจะหยิบบางอย่างออกมา ซึ่งไม่รู้ตัวว่าเป็นกระเป๋าหนังที่มีราคาสูงค่า

"พวกคุณเอาไปคนละใบนะ เห็นว่าราคาเกือบแสน" นามิแจกจ่ายให้ทุกคน "เอาไปเลย"

ทั้งรถอึ้งเพราะไม่เคยเจออะไรแบบนี้ ใบหน้าหวานใสซื่อสิ้นดี เธอดูมีความสุขเมื่อได้เป็นผู้ให้

เอี๊ยดดด

เมื่อรถหักเลี้ยวเข้าซอยเพื่อเดินทางไกล กลับมีท่อนไม้ขวางเอาไว้เหมือนหนังไทยในละคร

ปัง ปัง ปัง!

กริ๊ดดดดด!!

เสียงกรีดร้องลั่นของนามิ ทันทีที่เสียงปืนหลายนัดยิงรัวเข้ามา แต่คนคุมแทนที่จะปกป้องรักษาตัวเอง เขากลับดึงตัวเล็กซุกใต้ที่นั่งแล้วยิงต่อสู้โดยเอาตัวบัง

กระทั่งเสียงดังเงียบไป

"ฮือออ ฮึก ฮือ" นามิร้องไห้เหมือนคนขาดสติ รีบดึงตัวเองหยัดลุกขึ้นนั่ง " ล..เลือด"

สีแดงเถือกละเลงทั่วรถคนคุมตายเรียบแต่ขณะเดียวกันเธอก็ได้ยินคนขับรถหายใจเฮือกโรยริน

"ลุง ฮึกกกก"

สาวน้อยเปิดประตูออกมาปรากฏว่าเลือดนองไหลเต็มถนน ที่นี่เป็นทางลัดเปลี่ยวคนปกติไม่เลี้ยวเข้ามา

"ลุง ฮื้อออ ทำใจดีๆ ไว้นะ" นามิวิ่งอ้อมไปที่ยังฝั่งคนขับพลางถอดเสื้อออกเพื่อกดทับบาดแผลให้

"ข..ขอบคุณ ขะ ขอโทษ"

"ไม่เป็นไรเลยค่ะ ฮือออ หนูรู้ว่าเป็นหน้าที่ และ รู้ว่าทุกอย่างต้องใช้เงิน ลุงคงมีเหตุผล"

"ดูแลตัวเอง อึกกก! ขะ ขอฝาก.."

เพราะลมแผ่วนามิจึงยื่นใบหน้าเอียงเพื่อแนบหูฟังคำบอกกล่าว ก่อนที่จะสิ้นเสียงสั่งลาหมดเรี่ยวเเรงตายในทันที

ตัวเล็กร้องไห้อย่างหวาดกลัวตรงนี้ลำพัง สติแทบจะคลั่งแต่สักพักก็เหลือบเห็นช่องทางหนี

ซอยที่เหมือนคับเเคบเท่าคนเดินขึ้นไปบนยอดดอยสูง หากวิ่งไต่ลัดเลาะด้วยเท้ารถคงตามไม่ทัน

"นายครับเราควรฆ่าเธอซะ"

ลูกน้องหันหลังมาพูดกับอาชาผู้เป็นนาย ทั้งหมดเฝ้ามองสถานการณ์อยู่ริมต้นไม้ใหญ่ปกคลุม

"ทำไม..ถึงไม่หนี"

อาชาจ้องมองคนตรงหน้าผ่านจอมอนิเตอร์ เขาเห็นทุกอย่างที่เกิดขึ้น จนเวลาผ่านไปสักพัก

บรื้นนนน

เมื่อสัญญาณรถแล่นกลับขาดหาย เจ้าของซ่องรีบส่งรถอีกคันตามมารับทันที เนื่องจากคนรับใช้ของพวก้ขามีทั่วไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตาม

ตึกแดง

"นามิ" ทันทีดาหวันวิ่งตรงมากอดเพื่อนรัก "ฮือออ เราตกใจแทบแย่"

"ไม่เป็นไรแล้วนะ"

"ทำไมถึงไม่หนี ฮึกกก ทำไมไม่หนีไป"

"..."

เสียงแผ่วคำสุดท้ายกระซิบแต่นามิไม่ได้ให้คำตอบ

เหตุการณ์นี้ทำให้เจ้าของพึงพอใจ เมื่อเธอไม่คิดจะหนีไปจึงปล่อยให้เป็นอิสระไม่คุมขัง จะเดินไปไหนทั่วทั้งพื้นที่หลายร้อยไร่นี้ได้

"ขอบคุณนะนามิ" ดาหวันรับน้ำส้ม "ดีจังอยากเดินไปไหนก็ได้แถมได้กินน้ำผลไม้อีก"

"ก็สบายดีแต่..สุดท้ายก็กลับมาอยู่ในห้องเดิม"

"ดีแล้วปกติเจ้านายไม่เคยให้อภิสิทธิ์กับใครมากมายขนาดนี้"

"เห็นแก่ตัวสารเลวมากกว่านะสิ หึ"

สองเพื่อนยังคงให้กำลังใจซึ่งกันและกันเสมอ นามิเป็นคนพูดน้อยต่างจากดาหวันที่มีเรื่องเล่ามากมายจรรโลงใจให้อีกฝ่ายขบขัน

"เมื่อไหร่เราจะได้ออกไปจากที่นี่กันนะ" น้ำเสียงอ่อนดาหวันพูดอย่างมีความหวัง

"ดาหวันอาจจะโชคดีได้ออกไปก่อนใครก็ได้นะ"

"สมมุติว่าเราได้ออกไปเราจะทำทุกวิถีทางให้นามิออกมาอยู่ด้วย"

"ขอบใจนะ"แม้รู้ว่าที่พูดจะแทบไม่มีความเป็นไปได้เนื่องจากค่าตัวที่นี่ซื้อขาดราคาสูงมากเรียกได้ว่านักธุรกิจระดับตัวท๊อปยังไม่อาจเอื้อม

บทก่อนหน้า
บทถัดไป