บทที่ 4 บทที่4.ข้อแลกเปลี่ยน
นามิมักสร้างรอยยิ้มให้ผู้เป็นแม่เสมอ เปรียบเสมือนไฟตะเกียงส่องในอุโมงค์ที่เป็นหลุมมืดดำ
ถ้าหากไม่มีลูกสาวตัวน้อยผู้เป็นแม่คงตัดสินใจลาจากโลกไปตั้งแต่วันที่สามีตาย
"ทำไมลูกถึงไม่ไปเล่นกับเด็กคนอื่น" แม่ถามสงสัย
"คงเพราะหนูไม่ชอบพูดคุยกับใครไม่อยากให้คนอื่นพูดจาถึงแม่ไม่ดี"
"ใครจะพูดยังไงก็ช่างเรารู้ตัวเองดีเท่านั้นก็พอ อีกอย่างการให้เกียรติตัวเองมันสำคัญมากนะ ไม่ว่าใครจะกดขี่ข่มเหงเรายังไงแต่อย่าทำร้ายตัวเองก็พอ"
นามีลุกขึ้นนั่งมองหน้าแม่มือน้อยๆ ของลูกสาวลูบแก้มอย่างถนอม ก่อนจะส่งยิ้มหวานดวงตาใสเปล่งประกาย อาจเพราะเป็นลูกครึ่งเจเปนจึงมีใบหน้าที่ชวนหลงใหล
"แม่สอนหนูทุกวันว่าเราต้องเข้มแข็ง หนูสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้บ่อยๆ จะไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวัง"
คำบอกกล่าวของเด็กประถมที่มีใจหนักแน่นส่งผ่านผู้เป็นแม่โอบกอดเอาไว้ด้วยใจภักดิ์
โรงงานแห่งนี้ มีผู้คนอาศัยอยู่เนืองแน่นล้วนจากมากันทุกทั่วสารทิศ
เด็กน้อยมองจ้องสนามเด็กเล่น ซึ่งมีเด็กวัยใกล้เคียงกันวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานแต่เธอกลับไม่อยากไปร่วมกิจกรรม ทำได้เพียงนั่งเล่นดินทรายอยู่ใกล้ที่พักของผู้เป็นแม่เท่านั้น
"ชื่ออะไร" เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถาม "เห็นมามองอยู่ตั้งนานทำไมไม่ไปเล่นด้วยกัน"
"ชะ ชื่อ นามิ"
"ทำไมชื่อประหลาดจัง"
"แล้วเธอชื่ออะไร"
"ชื่อดาหวัน"
ทั้งสองคนผู้มีนิสัยคล้ายกันพูดคุยอย่างสนุกถูกคอ จนกระทั่งมีเสียงกริ่งดังเพื่อรวมตัวจึงทำให้เด็กน้อยวัยใกล้เคียงกับนามิต้องวิ่งข้ามไปยังอีกฝั่งเพื่อกลับไปหาครอบครัว
เวลาผ่านไปหลายวัน
ชายคนหนึ่งเดินถือมีดเล่มยาวน่ากลัวเข้ามาพร้อมกับนำมาวางเอาไว้ใกล้มือของแม่นามิ
"หลับตาลงซะนะลูกรัก"
นามิมักสร้างรอยยิ้มให้ผู้เป็นแม่เสมอ เปรียบเสมือนไฟตะเกียงส่องในอุโมงค์ที่เป็นหลุมมืดดำ
ถ้าหากไม่มีลูกสาวตัวน้อยผู้เป็นแม่คงตัดสินใจลาจากโลกไปตั้งแต่วันที่สามีตาย
"ทำไมลูกถึงไม่ไปเล่นกับเด็กคนอื่น" แม่ถามสงสัย
"คงเพราะหนูไม่ชอบพูดคุยกับใครไม่อยากให้คนอื่นพูดจาถึงแม่ไม่ดี"
"ใครจะพูดยังไงก็ช่างเรารู้ตัวเองดีเท่านั้นก็พอ อีกอย่างการให้เกียรติตัวเองมันสำคัญมากนะ ไม่ว่าใครจะกดขี่ข่มเหงเรายังไงแต่อย่าทำร้ายตัวเองก็พอ"
นามีลุกขึ้นนั่งมองหน้าแม่มือน้อยๆ ของลูกสาวลูบแก้มอย่างถนอม ก่อนจะส่งยิ้มหวานดวงตาใสเปล่งประกาย อาจเพราะเป็นลูกครึ่งเจเปนจึงมีใบหน้าที่ชวนหลงใหล
"แม่สอนหนูทุกวันว่าเราต้องเข้มแข็ง หนูสัญญาว่าจะไม่ร้องไห้บ่อยๆ จะไม่ทำให้แม่ต้องผิดหวัง"
คำบอกกล่าวของเด็กประถมที่มีใจหนักแน่นส่งผ่านผู้เป็นแม่โอบกอดเอาไว้ด้วยใจภักดิ์
โรงงานแห่งนี้ มีผู้คนอาศัยอยู่เนืองแน่นล้วนจากมากันทุกทั่วสารทิศ
เด็กน้อยมองจ้องสนามเด็กเล่น ซึ่งมีเด็กวัยใกล้เคียงกันวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนานแต่เธอกลับไม่อยากไปร่วมกิจกรรม ทำได้เพียงนั่งเล่นดินทรายอยู่ใกล้ที่พักของผู้เป็นแม่เท่านั้น
"ชื่ออะไร" เสียงเด็กผู้หญิงคนหนึ่งเอ่ยถาม "เห็นมามองอยู่ตั้งนานทำไมไม่ไปเล่นด้วยกัน"
"ชะ ชื่อ นามิ"
"ทำไมชื่อประหลาดจัง"
"แล้วเธอชื่ออะไร"
"ชื่อดาหวัน"
ทั้งสองคนผู้มีนิสัยคล้ายกันพูดคุยอย่างสนุกถูกคอ จนกระทั่งมีเสียงกริ่งดังเพื่อรวมตัวจึงทำให้เด็กน้อยวัยใกล้เคียงกับนามิต้องวิ่งข้ามไปยังอีกฝั่งเพื่อกลับไปหาครอบครัว
เวลาผ่านไปหลายวัน
ชายคนหนึ่งเดินถือมีดเล่มยาวน่ากลัวเข้ามาพร้อมกับนำมาวางเอาไว้ใกล้มือของแม่นามิ
"หลับตาลงซะนะลูกรัก"
หลายปีผ่านไป
"นามิเก่งมากตอบได้ทุกข้อเลย" เสียงเอ่ยชมของครูผู้สอน "นี่ขนาดเอาหนังสือระดับมัธยมศึกษามาให้ นามิยังทำได้อีก"
"เพราะคุณครูสอนดีมากกว่าค่ะ"
"เพราะนามิฉลาดต่างหาก"
"ขอบคุณค่ะ"
เด็กน้อยในวันนั้นเติบโตมาในวัยสิบขวบพอดี
เด็กหญิงมักเป็นที่รักของครูพี่เลี้ยง ซึ่งที่แท้ก็แค่คนธรรมดาที่ถูกว่าจ้าง แต่นามิเรียกว่า คุณครู
"พรุ่งนี้ครูต้องไปแล้วนะ"
"ไปไหนคะ"
"ครบสัญญาคงไม่ได้ได้สอนที่นี้ต่อ"
"แล้วจะกลับมาไหมคะ"
