บทที่ 5 บทที่5.ประตูนรก
รอยยิ้มสดใสเปลี่ยนเป็นเศร้าหมอง เนื่องจากเด็กหญิงไม่สนิทสนมกับใครนอกจากครูผู้สอน
"คงกลับมาไม่ได้อีกแล้วละ"
เป็นการสูญเสียที่เจ็บปวดอีกครั้ง เมื่อต้องแยกทางกับครูสนิท แต่แม่ก็คอยเตือนสติเพื่อให้นามิใช้ชีวิตต่อ
ในห้องพักคนงาน
"เฮ้อออ อดกินขนม"
"ห่วงแต่กินนะเรา"
"แม่จ๋าหนูอยากทำงานแทนแม่บ้าง"
"อย่าเลยเหนื่อยจะตาย"
โรงงานเย็บผ้าที่มีเพียงคนพิการ จากสวรรค์บันดาลกลายเป็นนรกทันที ทุกวันแม่ของนามิต้องทำงานเกือบ15ชั่วโมงต่อวัน
"แฮ่ก แค่กกก" หลายวันแม่ยังคงไอแต่ทำได้เพียงจิบน้ำอุ่นแก้ระคายคอ
"ทำไมพวกเขาไม่พาแม่ไปหาหมอ"
"เขาบอกต้องรอคิวเพราะมีโรคระบาด"
"แต่แม่อาการหนักขึ้นทุกวัน"
"ไม่เป็นไรหรอกแม่ยังไหว"
ทันทีใบหน้าเด็กหญิงก็เปลี่ยนไป น้ำตาคลอใสสงสารสงส่รแม่จับใจกระทั่งไม่สามารถกั้นความรู้สึกได้
ฮึกกกก
"ไม่ร้องนะต้องเข้มแข็งสิแม่สอนว่ายังไงเด็กดี" มือแม่รีบปาดเช็ดน้ำตา "มา..เดี๋ยวแม่หวีผมให้นะคนเก่ง"
"ฮึกกก หนูรักแม่นะคะ"
"รักลูกเหมือนกัน"
"แม่ต้องอยู่กับหนูไปนานๆ นะ"
ใครจะรู้ว่านั่น..จะเป็นอ้อมกอดครั้งสุดท้าย เมื่อเช้าวันใหม่แม่เกิดอาการช๊อก และ แน่นิ่งไป ปรากฏว่าเป็นวัณโรคกินปอดพร้อมทั้งเส้นเลือดในสมองแตก
"ฮือออแม่ตื่นสิ แม่ตื่นมาหาหนู" นามิร้องไห้ไม่ลืมหูลืมตาจนแทบจะสติแตกอยู่แล้ว "อย่าทิ้งหนูไปนะคะแม่จ๋าาา ฟื้นสิ แม่"
สุดท้ายศพของแม่ก็ยิ่งน่าเวทนาเมื่อถูกโยนลงกองเตาถ่านเผาไฟ โดยไม่มีการฉาปณกิจใดๆ
นามิทำได้เพียงทรุดนั่งลงร้องไห้หอบกอดเสื้อผ้าของแม่เอาไว้แน่น
มุมหนึ่งซึ่งมองเด็กหญิงอย่างไม่ลดละพูดกับลูกน้อง
"หน้าตาดีแบบนี้คงได้ราคา หึ"
"นายจะส่งให้ฝรั่งหรือว่า..."
"ให้ท่านเซนกิสิ เดี๋ยวนี้พวกเขามาแรงแซงทุกเชื้อชาติในกลุ่มใต้ดิน"
"ได้ครับนาย"
สองคนพูดคุยโดยมีนามินั่งก้มหน้าอยู่ด้วยแม้จะไม่เข้าใจความหมาย อีกทั้งตอนนี้สภาพจิตใจจ่ำแย่คล้ายสติล่องลอยหายไป
หลังจากวันนั้นไม่นาน
รถตู้สีดำมาจอดเทียบ เงินก้อนโตถูกยื่นให้เจ้าของโรงงานก่อนที่พวกเขาจะพาตัวนามิเดินทางไกล
บรื้นนนน
"จะพาหนูไปไหนเหรอคะ" คำถามไร้เดียงสาตื่นตาตื่นใจเมื่อได้ออกจากที่เดิม ครั้นมองลอดกระจกทึบแสงเห็นผู้คนเคลื่อนไหว "หนูจะได้ไปอยู่ที่ใหม่ใช่ไหม..แล้วจะได้เดินไปมาแบบคนพวกนี้หรือเปล่า"
เพราะความชอบอิสระจึงทำให้เด็กหญิงเอ่ยถามอย่างไม่ยอมหยุด แต่กลับไม่มีใครตอบคำถามใด ทุกคนดูเคร่งเครียดมากมาย
"หนู..จะได้เป็นอิสระแล้วใช่ไหมคะ"
รอยยิ้มน่ารักส่งให้ ผ้าเช็ดหน้าของแม่ที่ไม่ลืมหยิบพกติดตัวเอาไว้ เนื่องจากคิดว่าเพราะเเม่ตายพวกเขาจะต้องปล่อยตัวทิ้งไว้ริมถนนที่ไหนสักแห่ง..
"แม่ค่ะสึนามิคนนี้จะตั้งใจทำงานแล้วเก็บเงินสร้างบ้านพาวิญญาณแม่ไปอยู่ด้วย" ใบหน้าหวานแนบชิดผ้าผืนเล็ก แม้อายุสิบขวบแต่ความคิดความอ่านของเด็กหญิงก้าวไกลไปมาก
"ถึงแล้ว"
ทันทีเสียงใครบางคนที่นั่งขนาบข้างก็เอ่ยขึ้น นามิมองไปยังที่ไกลลับตาไม่มีบ้าน หรือ ผู้คน เป็นคล้ายผืนป่าปกคลุมมากกว่า
"ทำตัวให้ดีถ้าอยากมีชีวิตรอด"
"...."
นามิได้แต่สงสัยกับคำพูดมีเลศนัยของเขา
ผู้ชายร่างใหญ่สูงยาว เดินถือแขนลากเข้าไปในตึกสีแดงอิฐคาดด้วยสีขาว แม้ภายนอกจะดูสวยงามแต่บรรยากกาศกลับตลบอบอวลไปด้วยความน่ากลัว
เมื่อมาถึงจุดหมาย เป็นห้องสี่เหลี่ยมใหญ่ที่มีเตียงแยกมากมายนับได้เกือบร้อย
ปุก
จู่ๆ ผู้หญิงที่คุมห้องก็เดินมาแล้วโยนห่อผ้าพร้อมข้าวของเครื่องใช้ใส่
"เตียงเธอหมายเลขสิบสี่ รีบเก็บของเข้าที่ชั้นล่างจัดแจงผ้าห่มซะ อีกครึ่งชั่วโมงจะมีประชุมใหญ่"
"ประชุม..."
แม้จะไม่เข้าใจแต่ให้ทำยังไงได้ล่ะ ก็ไม่รู้จะหนีไปไหน ในวัยอายุเพียงเท่านี้ เด็กสิบขวบกำลังมองโดยรอบในความคิดเต็มไปได้ความสงสัย
ใครจะรู้ว่าประตูนรก กำลังเปิดออกอย่างช้าๆ
โชคชะตากำลังนำพาบางสิ่งบางอย่างเข้ามา และชีวิตของสึนามินั้นก็อาจจะเปลี่ยนแปลงไปตลอดกาล
