บทที่ 10 เลือกเอาว่าเธออยากได้ลูกน้องคนไหนเป็นผัว

10 เลือกเอาว่าเธออยากได้ลูกน้องคนไหนเป็นผัว

พันทิวาแทบตั้งตัวไม่ทัน ยกแขนขึ้นป้องกันตัวเองโดยสัญชาตญาณ แรงกระแทกที่ฟาดเข้ามาหลายครั้งทำให้เธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“โอ๊ย!!”

“นี่คือสิ่งที่แกสมควรได้รับ!” หญิงคนนั้นตะโกนเสียงสั่นด้วยความโกรธแค้น “ครอบครัวแก…ทำให้ฉันต้องเป็นแบบนี้”

พันทิวาส่ายหน้าปฎิเสธ พยายามคลานหนีทั้งที่จุกแน่นหน้าอกจนแทบหายใจไม่ออก ไม่รู้ถูกฟาดเข้าที่ส่วนไหนบ้าง แต่ที่แน่ๆจมูกของเธอได้กลิ่นคาวเลือด

“ฉันไม่ใช่สโรชา!”

ฟึ่บ!!

ไม้ถูกยกขึ้นอีกครั้งและกำลังจะฟาดลงไปที่ร่างเล็กที่กำลังคลานหนี แต่มีมือนึ่งคว้าไว้เสียก่อน

“พอแล้วครับแม่” เขารีบดึงไม้เท้าออกจากมือของแม่

“เอาไม้คืนมาให้แม่นะคิน แม่จะฆ่านังผู้หญิงคนนี้!”

“เธอไม่ใช่สโรชาครับ” เขาตอบเสียงเรียบพร้อมกับพ่นลมหายใจออกทางจมูก

“หมายความว่ายังไง นี่ลูกไปเอาใครมา”

“เธอคนนี้โกหกว่าเป็นสโรชา แต่ผมดันจับได้ก่อน”

หญิงชราคนนั้นนิ่งไป ดวงตาฉายแววสับสนปนโกรธ

“งั้นก็สมควรโดน!” นางขึ้นเสียงอีกครั้งเหมือนจงเกลียดจงชังพันทิวามาเป็นสิบชาติ ใครก็ตามที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับพวกอัครเดช นางจะไม่มีวันญาติดีกับพวกมันเด็ดขาด! “แล้วแม่นี่เป็นใคร”

“ลูกคนรับใช้ของไอ้กิตติภพครับ”

“เหอะ! ลูกคนรับใช้หรอ แม่รังเกียจผู้หญิงคนนี้ที่สุดเลย”

“ผมว่าแม่ออกไปก่อนดีกว่านะครับ เดี๋ยวผมจัดการเอง” เขาประคองร่างของคนเป็นแม่ไปที่รถเข็น ก่อนจะตะโกนเรียกให้น้องสาวบุญธรรมอย่าง ‘ลัลนา’ มาพาท่านออกไป “นีน่า พาแม่เข้าบ้าน”

หญิงสาวรูปร่างอรชรวิ่งเข้ามา สีหน้าดูตกใจเมื่อเห็นร่างของหญิงสาวรายหนึ่งในสภาพเลือดไหลอาบใบหน้า ฟุบนอนอยู่บนพื้น 

“นี่มันอะไรกัน ผู้หญิงคนนั้นเป็นใครหรอคะ”

“เดี๋ยวพี่เล่าให้ฟัง พาแม่ออกไปเถอะ”

“ค่ะ” ลัลนารับคำอย่างว่าง่ายแล้วรีบพาแม่ออกไปจากตรงนี้ตามคำสั่งของพี่ชายบุญธรรม 

ทุกคนออกไปหมดแล้ว ตอนนี้เหลือเพียงพันทิวากับผู้ชายที่เพิ่งถูกเรียกว่า ‘คิน’

พันทิวาค่อยๆดันร่างอันแสนบอบช้ำลุกขึ้นนั่งอยู่กับพื้น แขนที่โดนตีเริ่มมีอาการปวดหนึบ เลือดสีแดงสดไหลออกมาจากบาดแผลแตกที่ศีรษะ

เธอเงยหน้ามองเขา เหมือนรออะไรบางอย่าง เขาควรจะถามสักคำว่าเธอเป็นยังไงบ้าง แต่เขากลับยืนนิ่งเฉย สายตายังเย็นชาเหมือนเดิม ไม่มีความรู้สึกผิดทั้งๆที่แม่ของเขาเพิ่งทำร้ายเธอ

“ลุกขึ้น” เขาสั่งเสียงเข้ม ไม่ได้เห็นใจอีกฝ่ายเลยแม้แต่น้อย

“ฉะ…ฉันลุกไม่ไหว อึก!”

“แค่หัวแตกไม่ถึงกับตายหรอก ที่แม่ฉันทำยังน้อยไป”

“แล้วฉันทำอะไรผิด ฮื้อๆๆ ฉันไม่ใช่สโรชา ทำไมถึงทำกันขนาดนี้”

“เธอเข้ามาที่นี่เอง ฉันไม่ได้บังคับให้เธอมา แล้วจะมาเรียกร้องอะไร” น้ำเสียงของเขายังคงเย็นชา

“เพราะฉันไม่ใช่สโรชา ไม่ใช่คนที่คุณต้องการ แต่พวกคุณมาทำแบบนี้กับฉัน ฮึก! พวกคุณยังมีความเป็นคนอยู่หรือเปล่า!” พันทิวาตะโกนลั่นด้วยความโกรธแค้น

“ถ้าฉันไม่มีความเป็นคน ไอ้กิตติภพก็คงไม่ต่างกันหรอก”

“หมายความว่ายังไง คุณท่านไปทำอะไรให้พวกคุณนักหนา”

“ไม่ต้องรู้หรอก เอาเป็นว่าเธอต้องอยู่ที่นี่ต่อ...จนกว่าสโรชาตัวจริงจะมา”

“ไม่!! ฉันไม่อยู่ ฉันจะกลับบ้าน”

“ฉันให้โอกาสเธอติดต่อสโรชา” เขาโยนกระเป๋าคืนให้เธอ “ถ้าสโรชาตัวจริงมาเมื่อไหร่ เธอจะเป็นอิสระทันที”

“ละ…แล้วถ้าคุณสโรชาไม่มาล่ะ”

“เธอก็ต้องอยู่ที่นี่ไปจนวันตาย โทษฐานกล้าโกหกฉัน”

“พวกคุณมันไม่ใช่คน สักวัน…กรรมจะตามทันพวกคุณ!”

“ฉันไม่กลัวเวรกรรมหรอก เพราะถ้ากลัว…ฉันคงไม่กล้าทำแบบนี้” ใบหน้าหล่อเหลามองตรงไม่ให้มาให้เสียสมาธิ ปราศจากความอ่อนโยนในน้ำเสียง “ฉันให้เวลาเธอโทรหาสโรชา ก่อนที่เลือดจะหมดตัว”

พูดจบเขาก็เดินไปนั่งตรงมุมห้องเหมือนรอคำตอบ พันทิวารีบควานหามือถือเครื่องเล็กในกระเป๋าและไม่ลืมหยิบยาขึ้นมากินเพื่อบรรเทาอาการ โชคดีที่เธอพกยาติดตัวมาด้วยไม่อย่างนั้นอาการคงแย่กว่านี้ พอทานยาเข้าไปทำให้อาการแน่นหน้าอกเริ่มดีขึ้น เธอรีบติดต่อหาคนที่คฤหาสน์ทันที

ทุกการกระทำของคนตัวเล็กตกอยู่ในสายตาคมกริบของชายหนุ่มร่างสูงที่นั่งอยู่ตรงมุมมืด

เมื่อกี้เธอกินยาอะไร?

จะบอกว่าเขาโหดร้ายก็ไม่ใช่ ในเมื่อเธออยากเข้ามาที่นี่เอง แถมยังโกหกว่าเป็นสโรชา นี่ถ้าเขาไม่ให้ลูกน้องตามสืบประวัติคนในคฤหาสน์มาก่อน ก็คงเข้าใจผิดคิดว่าผู้หญิงคนนี้เป็นสโรชาตัวจริง

พันทิวารอปลายสายรับสายอย่างร้อนใจ ภาวนาขอให้สโรชาเห็นใจเธอบ้าง ไม่ใช่ปล่อยเธอทิ้งไว้แบบนี้

“คุณชาคะ! คุณชา…อย่าเพิ่งวางสายนะคะ มารับทิวาที ทิวากลัว ฮื้อๆๆ”

(อะไรนะทิวา ฉันไม่ได้ยินเลย สัญญาณไม่ค่อยดี)

“มาช่วยทิวาที! ทิวาทนไม่ไหวแล้ว ฮื้อๆๆ ได้ยินไหมคะ”

(ฉันไม่ได้ยินอะไรเลย ไว้มีสัญญาณค่อยโทรมาใหม่นะ ตอนนี้ฉันยุ่งอยู่ ตู๊ด...)

“คุณชาอย่าเพิ่งตัดสายสิคะ กลับมาก่อน ฮื้อๆๆ” พันทิวาร้องไห้โฮอย่างสิ้นหวัง ดวงหน้างามมอมแมมไปด้วยคราบเลือดและคราบฝุ่นหันไปทางชายร่างสูง ก่อนจะเอ่ยออกมาเสียงสั่นเครือ “ที่นี่ไม่มีสัญญาณ ฮึก!”

“โกหก! เธอลองดูสัญญาณมือถือที่หน้าจอสิ” พันทิวาก้มลงมองมือถือเครื่องเก่า พบว่าสัญญาณก็ปกติดี “พวกมันจงใจส่งเธอมารับกรรมแทน”

“คุณเป็นใครกันแน่ แล้วคุณต้องการอะไรจากฉัน” เธอเชื่อว่าไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สินแน่นอน เพราะแม่ของเขาเพิ่งพูดว่า ‘นังลูกฆาตกร’

แล้วคุณกิตติภพไปเป็นฆาตกรตั้งแต่เมื่อไหร่ เท่าที่จำได้ ท่านไม่เคยมีปัญหากับใครเลย ส่วนสโรชากับอติวิชญ์ก็ไม่เคยมีเรื่องบาดหมางกับใครเหมือนกัน แล้วผู้ชายคนนี้เขาต้องการอะไร

“ฉันต้องการสโรชาตัวจริง” เขาเบือนหน้าหนีทันทีที่เห็นเลือดกำลังไหลลงมาตามไรผมของพันทิวา “ต้องการให้พวกมันเจ็บปวดเหมือนที่ฉันเป็น”

“ฉันงงไปหมดแล้ว นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน พวกคุณเป็นใครกันแน่!”

“ฉันก็เป็นเจ้าหนี้ของไอ้กิตติภพไง”

“หมายความว่าไง” พันทิวาสบตากับเขา แววตาเต็มไปด้วยความสงสัย “คะ…คุณคือคุณอนาคินใช่ไหมคะ”

“แล้วเธอคิดว่าไงล่ะ”

“ตะ…แต่คุณสโรชาบอกว่าคุณอนาคินแก่แล้วไม่ใช่หรอ”

“เหอะ! แม่นั่นโกหก แล้วเธอก็โง่เชื่อพวกมัน เธอนี่มัน…สมแล้วที่เป็นแค่ลูกคนรับใช้”

“ฉันขัดใจพวกเขาไม่ได้หรอกค่ะ เป็นแค่ลูกคนรับใช้ เจ้านายสั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ” พันทิวาก้มหน้างุด น้ำตาไหลทะลักออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ ความจุกตื้ออัดแน่นอยู่ในอก ถ้าไม่ใช่เพราะพวกเขาขู่ว่าจะจับพี่ภาคษ์เข้าคุก เธอก็คงไม่มา 

“ถ้าเขาสั่งให้ไปตาย เธอก็จะทำงั้นหรอ”

“ก็คงงั้นมั้งคะ ชีวิตฉันมันก็ไม่ได้มีค่าอะไรอยู่แล้วนี่”

“ไม่หรอก ชีวิตเธอยังมีค่า” ริมฝีปากหยักแสยะยิ้มร้าย แววตาแข็งกร้าวจ้องเขม่ง คาดเดาไม่ได้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ “ลูกน้องของฉันกำลังอดอยากพอดี”

“คะ…คุณคิดจะทำอะไร!”

“เลือกเอาว่าเธออยากได้ลูกน้องคนไหนเป็นผัว”

--------—————

บทก่อนหน้า
บทถัดไป