บทที่ 13 ฉันจะเอาเธอก่อน...แล้วค่อยส่งต่อให้ลูกน้อ

13 ฉันจะเอาเธอก่อน...แล้วค่อยส่งต่อให้ลูกน้อง

อนาคินยืนอยู่บนหัวเรือ โทรศัพท์ยังถืออยู่ในมือ หน้าจอดับสนิทไปแล้วแต่สายตาของเขายังนิ่งงัน

“เอาไปทำเมียงั้นเหรอ” เขาพึมพำเบาๆ ก่อนจะยิ้มมุมปาก “เธอประเมินฉันต่ำไปแล้วสโรชา ฉันไม่มีวันเอาลูกคนรับใช้มาทำเมียหรอก!”

สายตาของเขาเลื่อนไปยังร่างของพันทิวาที่นอนนิ่งอยู่บนพื้นเรือ ในสภาพเปียกโชกไปทั้งร่าง

…เธอยังไม่ได้สติ

อนาคินก้าวเข้ามาหยุดยืนมองอยู่เหนือร่างเล็ก สายตานิ่งเรียบกำลังพิจารณาว่าจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี หน้าตาก็พอใช้ได้ รูปร่างก็ถือว่าสมส่วน...แต่บางสิ่งบางอย่างที่นูนเด่นขึ้นมาจากเสื้อผ้าที่เปียกลู่ไปตามเรือนร่าง ทำให้เขารีบเบือนหน้าหนี

ซ่อนรูปกว่าที่คิด!

เขาเท้าขึ้นแล้วใช้ปลายรองเท้าเขี่ยไหล่ของเธอเบาๆ

“ตายหรือยัง” เขาใช้เท้าเขี่ยร่างเล็กแรงขึ้นเรื่อยๆ สักพักร่างของพันทิวาก็เริ่มขยับเล็กน้อย แต่ยังไม่ลืมตา “เหอะ! ถือว่าดวงแข็ง"

แล้วเขาจะทำยังไงกับผู้หญิงคนนี้ดี จะปล่อยไปก็ไม่ได้เดี๋ยวพวกมันรู้ความลับ ดังนั้นเขาจำเป็นต้องเก็บเธอไว้ก่อน แต่จะเก็บไว้ในสถานะอะไรดีล่ะ

“พาขึ้นไปข้างบนซะ” เขาสั่งลูกน้องโดยไม่หันไปมอง

ลูกน้องรีบเข้ามายกร่างของพันทิวาขึ้น ในขณะที่อนาคินยืนหันหลังให้ ดวงตาคมทอดมองออกไปยังทะเลกว้าง สายตานิ่งลึกและเย็นเฉียบ 

ตอนนี้เขารู้แล้วว่าจะเก็บผู้หญิงคนนี้ไว้ทำอะไร

…นานเท่าไหร่ไม่รู้ เสียงรอบข้างค่อยๆแว่วดังเข้ามาในหู เหมือนมีเสียงฝีเท้าของใครบางคนกำลังเดินไปมาแล้วมาหยุดอยู่ใกล้ๆ หญิงสาวที่นอนหลับไม่ได้สติขมวดคิ้วเข้าหากัน เปลือกตาทั้งสองข้างหนักอึ้ง แต่เธอก็พยายามฝืนลืมตาขึ้นมา

กลิ่นฉุนยาลอยเข้ามาเตะจมูกทันที

“อื้อ…” เธอขยับตัวเล็กน้อย ทันใดนั้นก็มีเสียงของใครบางคนดังขึ้น

“ตื่นแล้วเหรอ”

พันทิวาหันไปมอง เห็นหญิงสาวรายหนึ่งกำลังยืนเก็บอุปกรณ์ทำแผลใส่ในกล่อง น้ำเสียงของเธอเย็นชาแทบไม่มีความเป็นมิตร

“ธะ…เธอเป็นใคร” พันทิวาถามเสียงแผ่ว ลำคอแห้งผาก

หญิงรายนั้นวางแก้วน้ำลงบนโต๊ะข้างเตียงก่อนจะเหลือบสายตามามองหน้าพันทิวา

“ฉันเป็นน้องสาวบุญธรรมของคุณอนาคิน”

“ละ…แล้วตอนนี้ฉันอยู่ที่ไหน ทำไมฉันจำอะไรไม่ได้เลย”

พันทิวากำผ้าห่มแน่น ความทรงจำเริ่มไหลกลับมา จำได้ว่าตอนนั้นเรือเจอคลื่นซัดเข้ามาทำให้ร่างของเธอปลิวไปกระแทกกับหัวเรือ แล้วหลังจากนั้นก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย

“เธอตกน้ำ” หญิงคนนั้นเหลือบตามอง ก่อนจะตอบห้วนๆ “โชคดีที่ยังไม่ตาย”

“เธอช่วยฉันไว้เหรอ” พันทิวาถามต่อ แต่หญิงคนนั้นเค้นหัวเราะออกมาราวกับไปสะกิดอารมณ์ขันเข้า

“คิดว่าตัวเองสำคัญขนาดนั้นเลยหรอ” เธอหันมาเบ้ปากใส่ ราวกับไม่ชอบขี้หน้าพันทิวา “พี่ชายฉันเป็นคนช่วยไว้”

“ทำไมเขาไม่ปล่อยให้ฉันตาย” เธอพึมพำเสียงเบา

“อย่าสำคัญตัวไปหน่อยเลยว่าที่พี่ชายฉันช่วยไว้ เพราะเธอสำคัญกับเขา” หญิงคนนั้นยกมุมปากขึ้น กวาดตามองพันทิวาตั้งแต่หัวจรดเท้า “ที่เขายังอนุญาตให้เธอมีชีวิตอยู่ เพราะเขาอยากให้เธอรับรู้ถึงความเลวทรามของเจ้านายเธอไง!”

“มะ…หมายความว่ายังไง” เป็นอีกครั้งที่พันทิวาต้องขมวดคิ้ว ที่พวกเขาพูดหมายความว่ายังไง ทำไมเธอถึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มีเงื่อนงำกว่าที่คิด ไม่ใช่แค่เรื่องหนี้สินเพียงอย่างเดียวแน่นอน “คุณท่านไปทำอะไรให้พวกคุณ บอกฉันมาสิ เผื่อฉันช่วยได้”

“เธอช่วยไม่ได้หรอก” หญิงคนนั้นตัดบททันทีเหมือนความรำคาญ “ทางที่ดีอย่าเข้าใกล้คุณอนาคิน ถ้าเธอไม่อยากเดือดร้อน”

หญิงคนนั้นหันหลังเดินไปหยิบผ้าขนหนูก่อนจะโยนลงบนเตียง

“ไปอาบน้ำซะ!”

พันทิวามองผ้าขนหนูผืนนั้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง

“เดี๋ยว! เธอชื่ออะไร”

หญิงคนนั้นหยุดเดิน ก่อนจะตอบโดยไม่หันหน้ามา

“ไม่ต้องรู้หรอก”

แล้วเธอก็เดินจากไปทิ้งให้พันทิวานั่งนิ่งด้วยความงุนงง คนบ้านนี้แปลกปะหลาดกันทุกคนจริงๆ ทั้งอนาคิน ทั้งแม่ และก็น้องสาวบุญธรรม

คุณกิตติภพไปทำอะไรให้คนพวกนี้เจ็บแค้นใจขนาดนั้น ถ้าเป็นแค่เรื่องหนี้สินจริงๆ ไม่มีทางทำแบบนี้แน่นอน

เธอต้องรู้ให้ได้ว่าเรื่องอะไร

หลังจากอาบน้ำทำแผลเสร็จพันทิวาก็ผล่อยหลับไปด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะสะดุ้งตื่นกลางดึกเพราะได้ยินเสียงดังกุกกักอยู่หน้าห้อง

ดวงตากลมโตเบิกโพลงในความมืดก่อนจะดีดตัวลุกขึ้นนั่งด้วยความยากลำบากเพราะตอนนี้เจ็บระบมไปแทบทุกส่วน

แกร๊ก!!

เสียงลูกบิดประตูดังขึ้น หัวใจของเธอกระตุกระทึก มองฝ่าความมืดว่าใครกำลังจะเข้ามา

ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ เงาของใครบางคนทอดยาวเข้ามาในห้อง กลิ่นแอลกอฮอล์ลอยเข้ามาก่อนตัว เธอรู้ทันทีว่าเป็นใคร

“ตายหรือยัง” ประโยคแรกที่เขาถามหลังจากเข้ามาในห้อง พันทิวาไม่ตอบ มือทั้งสองข้างกำผ้าห่มไว้แน่นแล้วนอนราบลงบนที่นอนเสมือนว่าหลับไปแล้ว

เขาเดินหยุดอยู่ข้างเตียง สายตาบรือจากความมึนเมามองลงมา กลิ่นแอลกอฮอล์ฉุนลอยเข้ามาเตะจมูก เขาอยู่ในอาการมึนเมา!

พอเห็นว่าเธอไม่ตื่น เขาก็เอื้อมมือมาบีบแขนข้างที่ไปกระแทกกับหัวเรือ ทำให้เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด

“อ้ะ!! ฉันเจ็บ” เธอดิ้นทันที แต่เขาไม่ปล่อย

“ยังไม่ตายนิ” เขาพูดเสียงทุ้มต่ำ ลมหายใจอุ่นร้อนเจือส่ากลิ่นเหล้า “วันนี้ฉันโทรไปหาสโรชา พวกนั้นบอกว่ายกเธอให้ฉัน”

“ว่าไงนะ” เสียงของพันทิวาสั่นเครือ ทั้งความหวาดกลัวและความโกรธปะปนกัน

สโรชาทำแบบนี้กับเธอจริงๆหรอ

“พวกนั้นยกเธอให้ฉัน แต่ฉัน…ไม่รู้จะเก็บเธอไว้ทำอะไร” ความเร่าร้อนแล่นปล๊าบไปทั่วร่างกายทันทีที่มือร้อนสัมผัสกับเนื้อสาว ผู้หญิงคนนี้ตัวเนียนนุ่มกว่าที่คิด “จะปล่อยไปก็กลัวพวกนั้นรู้ความลับ จะฆ่าให้ตายเลยก็เสียดายของ”

พันทิวาผลักเขาออกสุดแรง ก่อนจะถอยหนีไปอีกฝั่งของเตียง พยายามมองหาทางหนี แต่เหมือนห้องนี้เป็นห้องถูกปิดตาย ไม่มีหน้าต่าง ไม่มีทางออก

“ยะ…อย่าเข้ามานะ!” เธอตัวสั่นเหมือนลูกนก กระเทิบร่างถอยหนีซาตานร้ายจนกระทั่งแผ่นหลังชนกับผนังห้อง “ถอยออกไปนะคุณอนาคิน คุณเมาอยู่นะ”

“ฉันรู้ตัวว่าเมา” ริมฝีปากแห้งผากแลบลิ้นเลียราวกับเจอเนื้อหวาน ฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ทำให้อารมณ์ดิบเถื่อนของเขาหึกเหิมขึ้น ถึงจะไม่ได้อดอยากปากแห้งขนาดนั้น แต่มีผู้หญิงมาให้เอาถึงที่ก็ดีเหมือนกัน “ฉันจะเอาเธอก่อน แล้วค่อยส่งต่อให้ลูกน้อง”

“ไม่นะคุณอนาคิน ออกไปนะ…กรี๊ดด!!!”

————--------

บทก่อนหน้า
บทถัดไป