บทที่ 6 เธอต้องไปแทนฉัน
06 เธอต้องไปแทนฉัน
“ทิวามาแล้วค่ะคุณท่าน”
พันทิวาเปิดประตูเข้ามาแล้วเดินมาหยุดอยู่หน้าโต๊ะทำงานของกิตติภพ โชคดีที่อติวิชญ์ออกไปแล้ว ในห้องนี้จึงมีเพียงกิตติภพและสโรชาที่นั่งทำหน้าเหมือนเกลียดเธออยู่ตลอดเวลา ซึ่งเธอเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าไปทำอะไรให้สโรชาเกลียดนักหนา เพราะที่ผ่านเธอก็โดนสโรชาจิกหัวใช้มาตลอด
“นั่งลงสิ” กิตติภพพูดเสียงเบา แล้วผายมือเชิญให้พันทิวานั่งลงบนเก้าอี้หน้าโต๊ะทำงาน
“คุณท่านเรียกให้ทิวามาพบ…เอ่อ…เรื่องอะไรหรอคะ”
“ก็เรื่องวิชญ์ไง” กิตติภพถอนหายใจพรืดแล้วยกมือคลึงขมับ ความตรึงเครียดส่งผลให้หัวคิ้วของเขาขมวดยุ่ง “หมอภาคษ์เข้ามาทำร้ายวิชญ์ในบ้าน ซึ่งฉันก็ไม่รู้ว่าก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น แต่ในเมื่อลูกชายของฉันโดนกระทำ ฉันก็ต้องปกป้อง”
“ตะ…แต่คุณวิชญ์จะข่มขืนทิวานะคะ”
“วิชญ์แค่เมา เลยทำให้หน้ามืดตามัวไปชั่วขณะ” กิตติภพสบตากับพันทิวา แววตาคู่นั้นไม่ได้เข้าข้างเธอเลยสักนิดทั้งๆที่เธอเป็นฝ่ายถูกกระทำ “ถ้าวิชญ์ทำอะไรให้เธอไม่พอใจ ก็ขอโทษด้วย แต่เรื่องหมอภาคษ์….ฉันจำเป็นต้องดำเนินคดีทางกฎหมาย”
“อย่านะคะ! เรื่องนี้พี่ภาคษ์ไม่ผิด ทิวาผิดเองที่ไม่ระวังตัว”
“แต่หมอภาคษ์บุกรุกเข้ามาทำร้ายวิชญ์จนปางตาย ฉันจำเป็นต้องทำ”
“ทิวาไหว้ล่ะค่ะคุณท่าน” พันทิวายกมือไหว้ ดวงหน้าซีดเซียวมีเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าผาก “อย่าแจ้งความพี่ภาคษ์เลยนะคะ เขาไม่ได้ตั้งใจ อีกอย่างถ้าพี่ภาคษ์ไม่ทำแบบนี้ คุณวิชญ์ก็คงไม่หยุด”
“แล้วเธอจะให้ฉันเข้าข้างคนอื่นมากกว่าลูกตัวเองหรอ ตอนนี้วิชญ์นอนรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล อาการค่อนข้างน่าเป็นห่วง ยังไงหมอภาคษ์ก็ต้องรับผิดชอบ” สีหน้าของกิตติภพเมินเฉยไร้ความรู้สึก เขาจำเป็นต้องสร้างสถานการณ์ขึ้นเพื่อให้พันทิวายอมทำบางอย่าง
พันทิวาหน้าซีด เหงื่อตก รู้สึกผิดที่ทำให้ภาคษ์ต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ เขาตองมาซวยเพราะเธอแท้ๆ ไม่น่าเลย
“ทิวาขอได้ไหมคะคุณท่าน ได้โปรดเมตตาพี่ภาคษ์เถอะนะคะ เขาไม่ได้ตั้งใจ”
“เธอรู้ใช่ไหมว่าข้อหาบุกรุกร้ายแรงแค่ไหน” พันทิวาน้ำตาเอ่อคลอทันทีที่ได้ยินคำนั้น เอาแต่ก้มหน้างุดเหมือนหลีกหนีความผิดทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้ผิด “แต่ฉันไม่เอาเรื่องหมอภาคษ์ก็ได้”
“จะ…จริงหรอคะคุณท่าน” พันทิวาเงยหน้าขึ้นมาทันทีด้วยความดีใจ
“อืม แต่ต้องแลกกับการที่เธอต้องไปทำงานแทนลูกสาวฉัน”
“ได้เลยค่ะ จะให้ทิวาทำอะไร ทำได้หมดเลย ขอแค่คุณท่านสั่ง” พันทิวาคลี่ยิ้มด้วยความดีใจที่กิตติภพไม่เอาเรื่องหมอภาคษ์ แต่แล้วรอยยิ้มนั้นก็หายไปเมื่อกิตติภพยื่นแผ่นกระดาษมาตรงหน้า “นี่มันอะไรคะ”
“ฉันอยากให้เธอช่วยไปเจรจาขอลดหนี้แทนสโรชา”
“ลดหนี้? หมายความว่ายังไงคะ ทิวาไม่เข้าใจ”
“คืองี้ ตอนนี้บริษัทของฉันกำลังมีปัญหา แล้วเจ้าหนี้รายนี้ก็ตามทวงเงินไม่หยุด ฉันเลยอยากให้เธอช่วยไปเจรจาให้ในฐานะตัวแทนสโรชา”
“แต่ในสัญญาบอกว่าต้องให้คุณชาไปไม่ใช่หรอคะ แล้วแบบนี้จะไม่เป็นการหลอกลวงหรอคะ”
“งั้นเธอก็เป็นสโรชาสิ” ดวงตานิ่งเรียบของกิตติภพกำลังสบตากับพันทิวา แววตานั้นเต็มไปด้วยความเครียด “ฉันจะให้เธอไปในนามสโรชา”
“คือว่าทิวาไม่รู้จักใครเลย กลัวว่าจะทำงานพลาด อีกอย่าง ถ้าเกิดฝ่ายนั้นจับได้ว่าทิวาไม่ใช่คุณชา จะไม่เกิดเรื่องใหญ่หรอคะ” พันทิวาอึดอัดจนไม่รู้จะเอาตาไปวางไว้ที่ไหน ทำได้แค่กลืนน้ำลายเหนียวหนืดลงคอ
“เจ้าหนี้ไม่รู้ว่าสโรชาหน้าตายังไง เพราะฉะนั้นเธอไม่ต้องห่วงนะ ยังไงก็ไม่มีทางจับได้แน่นอน ถ้าเธอยอมทำตามที่ฉันบอก”
“ตะ…แต่ทิวากลัว ให้คนอื่นไปแทนได้ไหมคะ” คนตัวเล็กพูดจาอึกอัก เป็นสถานการณ์ที่คายไม่เข้ากลืนไม่ออก เธอเองก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่าบริษัทของกิตติภพกำลังประสบปัญหา “อีกอย่างทิวาไม่รู้รายละเอียดเกี่ยวกับบริษัทเลย กลัวว่าจะทำให้คุณท่านผิดหวัง”
“โอ้ย! นังทิวา แกเองก็ไม่ใช่คนโง่ขนาดนั้น แค่ไปแทนฉันเฉยๆมันจะตายหรือไง” สโรชาที่ทนความไร้เดียงสาของพันทิวาไม่ไหว พูดแทรกขัดขึ้นกลางวงสนทนา “หรือแกอยากให้ฉันดำเนินคดีกับพี่ภาคษ์!”
“มะ…ไม่นะคะ อย่าเอาเรื่องพี่ภาคษ์เลย ถือว่าทิวาขอ”
“งั้นแกก็ต้องไป ถ้าแกไม่ไป พรุ่งนี้ฉันจะแจ้งตำรวจมาลากคอพี่ภาคษ์เข้าคุก!” สโรชาแสยะยิ้มมุมปาก กวาดตามองพันทวาตั้งแต่ศีรษะจรดเท้าด้วยความเกลียดชัง เกลียดที่มันสวยกว่า! “ถ้าเกิดพี่ภาคษ์ต้องเข้าคุกจริงๆ ต้นเหตุก็มาจากแก”
“ถ้างั้นทิวาตกลงค่ะ คุณชาจะให้ทิวาไปเมื่อไหร่”
“พรุ่งนี้” สโรชาดึงกระดาษแผ่นนั้นออกไปแล้วจรดปลายปากกาเซ็นชื่ออย่างรวดเร็ว “ฉันเซ็นให้เรียบร้อยแล้ว พรุ่งนี้แกต้องปลอมตัวเป็นฉัน”
“แล้วทิวาต้องทำอะไรบ้างหรอคะ”
“ก็ไม่ต้องทำอะไร เดี๋ยวพรุ่งนี้จะมีรถมารับไปส่ง แล้วแกก็ยื่นกระดาษแผ่นนี้ให้เขาแล้วบอกว่าเป็นฉัน ฉันเตรียมการไว้หมดแล้ว พรุ่งนี้แกตื่นมาอาบน้ำแต่งตัวสวยๆรอได้เลย” สโรชาเผยรอยยิ้มเผล่ไม่ทุกข์ร้อน มีตัวแทนไปแทนแล้ว ส่วนเธอก็จะเอาเวลาที่พันทิวาไม่อยู่ไปตามจีบหมอภาคษ์ แล้วถ้าพันทิวาไม่กลับมาเลยก็ยิ่งดี จะได้หมดเสี้ยนหนามหัวใจสักที “ไม่ต้องกลัวนะทิวา คุณอนาคินเขาใจดีจะตาย”
“คุณอนาคิน? ใครหรอคะ” พันทิวาถามกลับอย่างล่องลอย เหมือนจิตใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
“ก็เจ้าหนี้ของเราไง เขาเป็นคนใจดี มีเมตตา ไม่แน่นะ ถ้าเขาเห็นแก เขาอาจจะลดหนี้ให้ก็ได้” สโรชาหัวเราะเยาะด้วยความชอบใจแล้วเอื้อมมือไปตบไหล่ของพันทิวาเบาๆ “ไม่เสียแรงที่พ่อฉันชุบเลี้ยงแกมา ให้ข้าว ให้น้ำ ให้ที่อยู่ แถมยังส่งเรียนจนจบ แม่แกคิดถูกแล้วแหละที่ไม่เอาแกไปด้วย”
“เอาล่ะ ในเมื่อเธอตกลงว่าจะไป งั้นฉันก็จะไม่เอาเรื่องหมอภาคษ์” กิตติภพเอ่ยขึ้น สีหน้าดูโล่งอกมากกว่าเดิม “ส่วนเรื่องวิชญ์ ฉันจัดการให้แล้ว หลังจากนี้วิชญ์จะไม่มายุ่งวุ่นวายกับเธออีก”
“ค่ะ คุณท่าน” พันทิวาก้มหน้างุด หลับตาหนีบรรยากาศอึดอัด
อนนาคิน?
เขาเป็นใคร หน้าตาเป็นยังไงยังไม่รู้เลย แต่ก็อย่างว่า เธอเลือกอะไรไม่ได้ เจ้าของบ้านใช้ให้ทำอะไรก็ต้องทำ ถ้าไม่ทำก็ทวงบุญคุณ อีกอย่างเธอเองก็เป็นห่วงภาคษ์ ไม่อยากให้เขาต้องมาเดือดร้อนทั้งๆที่ไม่ใช่เรื่องของเขา
อดทนหน่อยละกัน แค่วันเดียวเท่านั้น...
“พรุ่งนี้เจอกันเก้าโมงเช้า เตรียมตัวให้พร้อม เดี๋ยวลูกน้องของคุณอนาคินจะมารับ”
—————--------
