บทที่ 10 ปกป้อง
ฉันเกือบดึงสติตัวเองกลับมาไม่ทัน เผลอไผลไปกับรสจูบพี่ตาต้าแถมเคลิ้มจนเผลอจูบตอบ ลูกอมนะลูกอมนับวันจะเผลอใจไปกับพี่ตาต้าเข้าทุกวัน อยู่ใกล้ทีไรเป็นอันตรายต่อหัวใจมากๆ
"เกือบไปแล้วลูกอม เธอจะเคลิ้มกับพี่ตาต้าไม่ได้เดี๋ยวได้กลายเป็นของเล่นพี่เขาอีกคน"
ฉันได้แต่เตือนสติตัวเองเผลอจ้องตาทีไรเหมือนโดนสะกด ฉันขับรถออกมาไกลมากแต่หัวใจมันยังเต้นแรงอย่างบ้าคลั่งของกินเท่านั้นที่ช่วยบำบัดจิตใจ ฉันต้องรีบกับมาเป็นตัวเอง
"เห้ย ลูกอมทำไมสภาพแกเป็นแบบนั้นวะ เหมือนคนอดหลับอดนอนหรือว่าแกมีแฟน"
แพตตี้มันช่างเป็นคนชอบสังเกตจริงๆ ฉันนั่งลงข้างมัน ตอนรอเพื่อนๆ เพื่อเข้าเรียนอยู่ที่โต๊ะประจำ
"ฟง แฟนมีที่ไหน ฉันนอนไม่ค่อยหลับเองมันมีอะไรกวนใจนิดหน่อย"
พอหลับตาลงทีไรก็เห็นภาพพี่ตาต้ากำลังจูบดูดดื่มกับฉัน ท่าทางฉันจะเป็นเอามากถึงกับเก็บเอาไปฝัน ฉันไม่เคยเป็นแบบนี้ สลัดภาพที่จูบกับพี่ตาต้าออกจากหัวไม่ได้
"แล้วอะไรที่มันกวนใจถึงกับทำให้แกนอนไม่หลับ ปกติมีแค่เรื่องกิน หรือว่าแกอยากกินอะไรแล้วไม่ได้กิน หรือกำลังฝันถึงใครจนลบภาพออกไม่ได้เป็นเอามากนะแก"
แพตตี้มันถามคาดคั้น เอาคำตอบกับฉันให้ได้
"ไม่มีอะไรมากหรอกแก อาจจะเป็นภาพซีรีย์ที่ฉันดูก่อนนอน ฉันอินมากไปหน่อยเลยทำให้มันติดอยู่ที่หัว"
ฉันแก้ตัวไปแบบน้ำขุ่นๆ เพื่อให้แพตตี้มันเลิกถามฉันสักที ก่อนที่ฉันจะเผลอหลุดปากพูดเรื่องที่ไม่ควรบอกใคร เดี๋ยวแพตตี้มันจะพูดว่าฉันอ่อน
วันนี้พวกเราชวนกันไปกินข้าวเที่ยงที่คณะวิศวะเพราะนิชาจะไปตามจีบพี่รุจ พวกเราเลยตกลงไปใจจริงฉันไม่ค่อยอยากไป เพราะยังไม่พร้อมเผชิญหน้ากับพี่ตาต้าแต่ขัดเพื่อนไม่ได้ เมื่อได้เจอกลุ่มพี่รุจนิชามันตรงเข้าไปนั่งข้างพี่รุจทันที ฉันเห็นพี่สายของตาต้าจ้องฉันอยู่จึงไม่อยากสบตา ทุกคนนั่งกันหมดเหลือที่ให้ฉันนั่งข้างพี่ตาต้าแค่ที่เดียว
"คิดถึงจูบพี่มากถึงกลับวิ่งมากินข้าวด้วยกันเหรอครับ"
ฉันนั่งลงไม่ทันไรปากกรรไกรพี่ตาต้าก็พูดอะไรที่มันขัดหูขึ้นมาอีกแล้ว ถึงแม้จะเป็นการกระซิบคุยกันให้ได้ยินแค่สองคน ฉันก็ไม่อยากได้ยิน
"จูบพี่มันไม่ได้อยู่ในความทรงจำของลูกอมสักนิด เลยไม่รู้ว่าจะคิดถึงไปทำไม จูบไร้รสชาติจืดชืด"
ฉันพูดข่มพี่ตาต้าไว้เรื่องอะไรจะให้พี่เขารู้ว่าฉันถึงกับนอนไม่หลับ ถ้าพี่ตาต้ารู้มีหวังล้อฉันไม่หยุด ฉันเชิดหน้าตอบอย่างไม่ใส่ใจ
"แต่สำหรับพี่มันอยู่ในความทรงจำ ปากหวานดีนะเราเล่นเอาพี่ขึ้นเลยอยากลองอีกครั้งไหม คราวนี้พี่จะไม่ปล่อยให้เรามาพูดแบบนี้กับพี่อีกเพราะลูกหมูต้องตายคาปากพี่เท่านั้น เราหาเวลาลองกันอีกรอบไหมถ้ามันยังจืดชืดคราวนี้พี่จะยอมแพ้เรา แต่พี่ขอไปลองที่ห้องพี่นะว่าแต่เรากล้าหรือเปล่า พี่ว่าแบบเราเป็นพวกปอด ไม่กล้าหรอก"
ฉันจ้องตาพี่ตาต้าแล้วขนลุกเพราะฉันคิดว่าพี่เขาทำได้จริงแบบนั้นแน่ แค่ไม่กี่นาทีก่อนนั้นฉันยังละลายแล้วละลายอีก และฉันก็รู้ว่าพี่ตาต้าท้าฉันถ้าฉันรับคำท้าฉันต้องเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ถ้าไม่รับก็เสียเชิงฉันจึงคิดหาคำพูดเพื่อเอาตัวรอด
"ลูกอมไม่เคยปอดค่ะ แต่ไม่อยากลองกับคนอย่างพี่มากกว่าเพราะมันทำให้เสียอารมณ์เปล่าๆ"
ฉันได้ยินเสียงพี่ตาต้ากัดฟันดังกรอด คงโมโหที่ฉันพูดจาดูถูกและกวนใจอย่างที่สุด
"นึกว่าจะแน่จริง ที่แท้ก็.."
พี่ตาต้าพูดไม่ทันจบก็มีเรื่องขึ้นมาเสียก่อน ก็ยัยแพตตี้นะสิ ฟาดฟันกับยัยข้าวฟ่างเน่า ซึ่งในกลุ่มนั้นมียัยลิต้าคู่ขาพี่ตาต้าด้วย คิดจะหาเรื่องเพื่อนฉันต้องข้ามศพฉันไปก่อน ฉันกันยัยลิต้าไว้ ไม่ให้เข้าไปยุ่งกับเพื่อนฉัน ยัยลิต้าก็หาเรื่องไม่หยุดหย่อนและกำลังจะเข้ามาตบฉันอีกคน
"ถ้าคิดจะทำอะไร คิดดูๆนะพี่ไม่ปล่อยให้เราทำอะไรกับคนของพี่อีก"
พี่ตาต้าจับมือของยัยลิต้าไว้ทัน และช่วยฉันไว้ได้อย่างฉิวเฉียด ฉันกำลังโมโหไม่ได้สนใจคำพูดของพี่ตาต้าจนเรื่องมันสงบลง พวกฉันเดินออกจากโรงอาหารสายตาหลายคู่เพ่งเล็งมาที่พวกฉัน
ฉันสงสัยยัยแพตตี้ทำแบบนั้นทำไมหรือว่ามันหึงพี่ดิว คงใช่มั๊ง พี่ดิวเองก็ดูปกป้องมันด้วยสองคนนี้ต้องมีอะไรกันแน่ๆ แต่พอฉันถามแพตตี้มันกลับไม่ยอมพูดอะไร ช่างเถอะถ้ามันพร้อมเมื่อไหร่มันคงเล่าให้ฟังเอง
"แกเลิกถามเรื่องของฉันเถอะ ฉันอยากถามแกบ้าง"
พอพูดเรื่องแพตตี้กับพี่ดิวจบมันก็หันมาถามฉัน
"ถามเรื่องอะไร เรื่องฉันไม่มีอะไรสักหน่อย"
ฉันเองก็งงมันอยากรู้เรื่องอะไรของฉัน
"ฉันเห็นพี่ตาต้าแอบคุยกับแกว่าแต่คุยอะไรกัน ไหนบอกไม่สนิทแต่เท่าที่ดูไม่ใช่เลย ฉันเห็นสายตาพวกแกที่มองตากันไหนจะเรื่องพี่ตาต้าปกป้องแกจากยัยนั่นด้วย ฉันเห็นนะแล้วพี่ตาต้ายังบอกยัยนั่นอย่ามายุ่งกับคนของฉัน มันหมายความว่าไงแกกับพี่ตาต้าไปถึงไหนกันแล้ว"
แพตตี้ช่างเป็นคนขี้สงสัยทำฉันเสียวสันหลังกลัวมันรู้เรื่องที่ฉันไปจูบกับพี่ตาต้า ฉันกลัวเผลอพูดถ้าถูกซักมากๆ
"ไม่ได้คุยอะไรกันเลยพี่ตาต้าชอบกัดฉันว่าฉันเป็นลูกหมู ฉันโมโหก็เลยสวนกลับแค่นั้นเอง ส่วนเรื่องปกป้องคงทั่วไปนั่นแหละ เขาคงช่วยเพราะไม่อยากเห็นใครโดนตบแค่นั้นเอง ส่วนที่พี่ตาต้าพูดไปคงเพราะเห็นว่าเราเป็นรุ่นน้องมาจากโรงเดียวกันมันไม่มีสาระสำคัญอะไรทั้งนั้น และอีกอย่างฉันไม่ได้ยินที่พี่เขาพูดด้วย แกอาจฟังผิดเพี้ยน อีกอย่างฉันมัวโมโหยัยนั่นจนไม่ได้ฟังพวกเขาคุยกัน พี่ตาต้าเขาไม่ได้มาสนใจฉันหรอกผู้หญิงเขาเยอะจะตายแกก็เห็น"
ฉันแทบไม่อยู่ในสายพี่เขาจะปกป้องฉันทำไม
"เออมันก็ใช่ แต่ฉันเห็นสายตาพี่ตาต้าเวลามองแกตอนยัยนั่นจะเดินเข้าหา มันเต็มไปด้วยความห่วงใยและอยากปกป้องแกมากเลยนะ"
มันมีความเป็นไปได้น้อยเพราะพี่ตาต้าเห็นฉันทีไรมีแต่ค่อนแคะฉันตลอด ฉันสู้สาวๆพี่เขาไม่ได้ด้วยซ้ำ
"ไม่ใช่หรอกแกคิดเองเออเอง พี่ตาต้าคอยหาเรื่องว่าปากเสียใส่ฉันตลอดจะมาคิดและห่วงฉันทำไม คงสะใจมากกว่าด้วยซ้ำ ถ้าเขาคิดอะไรเขาจะคอยหาเรื่องฉันทำไม แกว่าจริงเปล่าล่ะ"
ยัยแพตตี้คงหูฝาดและมองผิด เพราะฉันมองตาพี่ตาต้าทีไรเหมือนเยาะเย้ยฉันตลอดเวลา
"เออ แกจะคิดแบบนั้นก็ช่างแต่ฉันเห็นก็แล้วกัน แต่ชั่งมันเถอะ ตอนนี้ขึ้นเรียนกันดีกว่าสองคนนั้นเดินไปไกลแล้วเดี๋ยวเราสาย"
ไม่ใช่ฉันไม่คิดตามที่แพตตี้พูดนะ แต่คิดไปคิดอีกมามันมีความเป็นไปได้น้อย พี่เขาเคยพูดไว้แล้วว่าฉันคือตัวเลือกสุดท้ายที่จะหยิบมาพิจารณา คำพูดนี้มันทำให้ฉันน้อยใจเหมือนกัน
"แกมัวแต่คิดอะไรของแกรีบไปกันเถอะ เพื่อนฉันสวยจะตายถึงไม่มีพี่ตาต้าแต่มีคนเข้ามาจีบเยอะแยะ สำหรับฉันที่มองแก หุ่นแกโคตรน่ากินที่สุด ใครตาถั่วว่าแกอย่ากลืนน้ำลายกลับมากินแกแล้วกัน ผู้ชายมีเยอะยิ่งกว่าฝูงแมลงวันจะแคร์เพื่อ"
ดูคำเปรียบเทียบทะแม่งๆ ของแพตตี้ถึงมันจะชอบกัดจิกฉันบ้าง เพราะเราชอบเล่นกันแบบนี้มานานแต่มันเป็นเพื่อนที่เข้าใจ และให้กำลังใจดี พี่ตาต้าอย่าผลอเดินเข้ามาหาฉันแล้วกันเพราะฉันจะเล่นตัวให้ถึงที่สุด
"นั่นสิแก ฉันไม่จำเป็นต้องแคร์ใคร ใครที่ทำอะไรกับฉันไว้ จะทำให้หลงหัวปักหัวปำคอยดู"
ฉันจะแคร์คำพูดพี่ตาต้าไปทำไม สิ่งที่สำคัญกับฉันนั่นต้องได้กินของอร่อยที่แพลนไว้ทั้งหมดค่อยมีแฟนทีหลังยังไม่สาย และถ้าวันไหนมีแฟนเขาต้องพาฉันไปกินด้วยได้ทุกที่ ซึ่งไม่ใช่พี่ตาต้า เพราะเขาชอบว่าฉันเป็นลูกหมูคงไม่พาฉันไปกิน แล้วฉันยิ้มอย่างสบายใจเดินตามเพื่อนๆขึ้นเรียน
