บทที่ 4 โลกมันกลม
การเปิดเรียนในมหาลัยวันแรกของฉันกับเพื่อนสาวทั้งสามคนพวกเราตามมาเรียนด้วยกันที่คณะนิเทศ ยัยแพตตี้แปลงร่างเป็นสาวแซบมากเลยค่ะยอมให้เพื่อนไป แต่ฉันก็ไม่ยอมแซบน้อยหน้าหรอกนะบอกแล้วว่าเราจะเปลี่ยนแปลงตัวเองให้เด่นขึ้นมา ใครเห็นต้องร้องว๊าวในเวอร์ชั่นใหม่เขาเราโดยเฉพาะฉันใครที่เคยดูถูกฉันไว้จะต้องพ่ายแพ้ไป ฉันนั่งรอเพื่อนเพื่อเข้าเรียนคาบแรกวันนี้ตื่นเต้นเลยมาเช้า
"คิดว่าตัวเองสวยหรือไงมั่นหน้านั่งอ่อยผู้ชายอยู่ได้"
ฉันได้ยินเสียงลอยมาของผู้หญิงกลุ่มหนึ่ง พวกนั้นว่าให้ใคร ฉันหันมองซ้ายมองขวาเห็นมีฉันนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวดูจากสายตาที่มองมาทางฉัน กลุ่มนั้นมีด้วยกันสี่คนน่าจะเรียนคณะเดียวกับฉัน ส่วนจะรุ่นเดียวกันไหมฉันเองไม่แน่ใจ
"นั่นดิหุ่นก็งั้นๆไม่รู้ผู้ชายมองอะไรอยู่ได้"
ผู้หญิงอีกคนในกลุ่มนั้นพูดขึ้นมาอีกสายตาพวกนั้นยังคงจับจ้องมาที่ฉัน พวกนั้นพูดถึงใครวะฉันมองรอบตัวก็เห็นผู้ชายมองมาที่ฉันหรือว่าจะหมายถึงฉัน สงสัยพวกนั้นคงรู้ฉันจักน้อยไปแล้ว ฉันเอาคืนคำพูดเหน็บแนมพวกนั้นด้วยการโปรยยิ้มหวานแจกจ่ายผู้ชายแถวนั้นไปเลยค่ะ แก้มป่องบวกกับลักยิ้มสองข้างให้รู้ไปว่าจะตกผู้ชายแถวนี้ไม่ได้เอาให้กระอักเลือดตายไปข้าง
"ทำไงดีน้าความสวยความน่ารักดันมีเยอะไม่ได้ดัดจริต ปรุงแต่งด้วย ผู้ชายก็ย่อมอยากมองของสวยๆงามๆเป็นธรรมดา ดอกไม้ปลอมๆย่อมสู้ดอกไม้สดๆไม่ได้"
ฉันพูดลอยๆออกไปให้พวกกลุ่มนั้นได้ยินไม่รู้จะเข้าใจไหม กลุ่มนั้นดูเป็นคนขี้อิจฉาโง่ๆ ร้ายมาฉันร้ายกลับไม่ได้ปล่อยให้ใครมาว่าง่ายๆ
"แกหมายถึงใคร"
ยัยผู้หญิงคนแรกที่พูดว่าฉันนั่งอ่อยผู้ชายถามขึ้นโง่จริงด้วย ฉันทำหน้าไม่แยแสพูดให้รู้ชัดๆกันไป จนยัยแพตตี้เดินเข้ามาสมทบผู้หญิงกลุ่มนั้นเหมือนกำลังจะเข้ามาหาเรื่องฉันพวกเรายิ่งเป็นจุดสนใจเข้าไปใหญ่ แพตตี้มันมาด้วยความมั่นใจพอมาถึงมันก็บริหารเสน่ห์ใส่ผู้ชายไปหนึ่งกรุบ
"ลูกอมมีอะไรรึเปล่าพวกนั้นเหมือนจะหาเรื่องเรานะ"
แพตตี้มันถามฉันขึ้นมาเมื่อมันประเมินสถานะการณ์ก่อนนั้นเริ่มเห็นเค้าลางบางอย่าง แต่เราสองคนก็ไม่ได้สนใจสายตาเหยียดหยันพวกนั้นเพราะมั่นใจตัวเองว่ามีดีพอ หลังที่เราพูดคุยเรื่องต่างๆไปแล้วกลุ่มนั้นก็ยังมองมาที่เราไม่เลิก
"ฉันคิดว่าพวกนั้นคงอิจฉาตอนฉันนั่งรอพวกแกอยู่ กลุ่มนั้นมันพูดจิกกัดแต่ฉันดันปากไวกว่าสวนกลับเข้าให้เต็มเหนี่ยว พอดีกับที่แกเลยเดินมาทันพวกนั้นเลยไม่กล้าเดินเข้ามา"
เพิ่งมาเรียนวันแรก ฉันเองก็ยังไม่อยากมีเรื่องกับใคร แต่ถ้าใครหาเรื่องก่อนฉันพร้อมสวนคืน เพื่อนๆฉันมาสมทบกันครบแก๊ง พวกเราพากันเมินไม่ได้สนใจกลุ่มที่จ้องหาเรื่องและพากันขึ้นเรียน กว่าจะหมดคราบเรียนเล่นเอาฉันหมดแรงพอจนขี้เกียจไปกินข้าวเที่ยงข้างนอก และไม่อยากไปกินคณะอื่นพวกเราจึงเลือกที่กินในโรงอาหารคณะตัวเอง อย่างน้อยก็ยังพอมีหนุ่มๆในคณะให้นั่งมองเป็นอาหารตาทำให้กระชุ่มกระชวยหัวใจอยู่บ้าง
"พวกแกรีบๆกินเถอะจะได้รีบไปเรียน"
เสียงนิชาเร่งให้พวกฉันรีบกินข้าวคงเห็นว่าฉันกับยัยแพตตี้มัวแต่ส่องหนุ่มจนไม่ยอมตักข้าวเข้าปากสักที
"ไปกันได้ยังแก"
หลังจากกินข้าวเสร็จกันยามันก็ชวนลุกเดินไปเรียนทันที
"พวกแกสามคนเดินไปก่อนเลยจองที่ให้ด้วย ฉันขอเดินไปซื้อลูกอมแป๊บเผื่อเรียนไปแล้วง่วงจะได้มีอะไรยัดเข้าปาก"
ฉันบอกให้เพื่อนเดินไปจองที่ไว้ก่อน ฉันกินข้าวอิ่มมากจนรู้สึกได้ถึงความง่วงที่กำลังจะมาเยือน เกิดเรียนๆไปแล้วง่วงมันต้องมีลูกอมรสกาแฟหรืออะไรเปรี้ยวๆยัดปากสักหน่อยไม่งั้นฉันคงได้ไปเฝ้าพระอินทร์จนหมดคราบเรียน
"แกเนี่ยนะไม่พ้นหาเรื่องกินจนได้"
ยัยแพตตี้ทำเป็นพูดดีบ่นให้ฉันไม่นึกถึงเวลาตัวเองง่วงแล้วมาขอลูกอมฉันกินเป็นประจำ
"แกรีบๆเลยเดี๋ยวไม่ทันขึ้นเรียน"
กันยามันตัดปัญหาให้ฉันกับยัยแพตตี้ที่กำลังจะเริ่มก่อสงครามประสาทกันอีกแล้ว ฉันเดินหันหลังจากพวกนั้นมาตรงไปซื้อขนมและลูกอม และกำลังจะเดินกลับด้วยความรีบจึงไม่ทันได้ระวัง
"ว๊าย เดินยังไงไม่มีตาหรือไง"
เสียงตวาดนี้มันคุ้นๆ เหมือนจะได้ยินที่ไหนมาก่อนฉันจึงเงยหน้าขึ้นมองเห็นเป็นผู้หญิงคนเมื่อเช้าที่คอยหาเรื่องฉัน
"ตานะมี แต่มีไว้มองคนไม่ได้มีไว้มองชะนี"
เสียงยัยนั้นแหลมแปดหลอดเลยเรียกชะนีไปเลย เมื่อเช้าก็ทีหนึ่งแล้วยังไม่พ้นต้องมาเจอสัมภเวสีอีกจนได้
"โอ๊ะ โอ โลกมันกลมนะว่ามั๊ยได้เจอยัยลูกหมูที่นี่ด้วย"
เสียงผู้ชายคนหนึ่งดังแทรกขึ้นมากลางคัน ฉันจึงหันไปมอง ผู้ชายหน้าคุ้นคนนั้นไม่ใช่ใครที่ไหนยังปากหมาเหมือนเดิมโลกมันกลมจริงด้วยที่ได้เจอกันอีก
"พี่ตาต้าลูกจักผู้หญิงคนนี้ด้วยเหรอคะ อย่าบอกนะคะว่าเป็นคู่ขาของพี่อีกคน"
ฉันมองยัยนั่นตาเขียวปั้ดไม่พอใจคำพูดยัยนั่น ผู้หญิงนั้นรู้จักกับพี่ตาต้าด้วยสินะถึงว่ายืนอยู่ข้างกัน ยัยผู้หญิงคนนี้ก็ช่างปากเสียผู้ชายปากเสียกับผู้หญิงปากเสียอยู่ด้วยกันเหมาะสมกันดี คงเป็นคู่ควงกันสินะ
"นี่เธอคงเข้าใจอะไรผิดไปกันใหญ่แล้วล่ะ ผู้หญิงอย่างฉันนี่นะจะลดตัวไปเป็นคู่ขาผู้ชายปากเสียแบบนี้ คงมีแต่คนประเภทเดียวกันนั่นแหละถึงจะเป็นคู่ขากันได้ เธอก็หัดไปพบหมอและพบจิตแพทย์ด้วยนะเผื่อจะได้ตรวจตัวเองดูบ้างอาการหนักนะเราเนี่ย เชิญเป็นคู่ขากันตามสบายนะอย่างฉันนะสวยเลือกได้ไม่ได้ตาต่ำเอาใครมั่วๆแบบเธอ อย่างว่าละนะผู้หญิงแบบเธอคงไม่มีมาให้เลือกเท่าไหร่หรอกว่ามั๊ง"
ปากฉันยังแซบเหมือนเดิมจนพี่ตาต้าจะตกใจกับคำพูดฉัน แต่ฉันไม่แคร์อยากมาร้ายกับฉันก่อนทำไม
"แกอีปากเสีย แกกล้าว่าฉันเหรอ"
คู่ขาหรืออะไรของพี่ตาต้าไม่รู้ร้องแว๊ดใส่ฉันพร้อมเดินเข้ามาจะหาเรื่อง
"พอเถอะลิต้า คนมองกันใหญ่แล้ว ถ้าเธอไม่มีธุระอะไรกับพี่อีกพี่ไปแล้วนะหวังว่าเราจะไม่มีเรื่องอะไรให้เจอกันอีกนะ ที่เธอเรียกพี่มาคุยด้วยดูจะไร้สาระเกิน"
พี่ตาต้าดึงแขนผู้หญิงคนนั้นไว้เหมือนจะช่วยฉันไว้ ฉันรู้สึกสมน้ำหน้ายัยปากเสียนั่นพร้อมทำหน้าล้อเลียนด้วยความสะใจ พี่ตาต้าพูดแบบนี้เหมือนจะเทนางเลย ฉันยิ่งแสยะยิ้มใส่ยัยนั่นคิดว่าฉันคงยอมให้ว่าฝ่ายเดียว
"พี่ตาต้าพูดแบบนี้หมายความว่าไงคะ จะเทลิต้าเหรอคะ" นางคงเพิ่งรู้สึกตัวว่ากำลังจะโดนผู้ชายเท
"เราเคยเป็นอะไรกันด้วยเหรอครับถึงว่าพี่เทลิต้า เราเคยตกลงความสัมพันธ์เราแล้วนะมีแต่ลิต้าที่ตามพี่ต้อยๆ เรื่องนี้เราวินวินทั้งคู่ หรือลิต้าอยากขายหน้ามากกว่านี้"
พี่ตาต้ากระซิบเบาๆกับยัยลิต้านั่นแต่ฉันแอบได้ยิน พี่ตาต้ายังรักษาหน้าให้ผู้หญิงคนนั้นไว้บ้าง แต่ถึงอย่างนั้นพี่ตาต้าก็เป็นผู้ชายอันตรายอยู่ดีไม่น่าเข้าใกล้คงเทผู้หญิงมาเยอะแยะ พี่ตาต้าในตอนนี้ดูร้ายกว่าตอนเรียนมัธยมมาก ฉันไม่ควรอยู่ใกล้และฉันไม่อยากสนใจเรื่องของสองคนนี้ เสียเวลามามากฉันต้องรีบไปเรียนแล้ว
"ไงลูกหมูไม่เจอกันนานนะ ไม่คิดจะทักพี่หน่อยเหรอครับ" ฉันกำลังจะเดินหนีแต่เสียงทักทายของพี่ตาต้าทำให้ฉันต้องชะงัก ไม่อยากทักผู้ชายปากเสียถึงจะหล่อสเปคฉันก็เหอะ
"ไม่จำเป็นค่ะเพราะเราไม่น่าจะเคยรู้จักกันมาก่อนอีกอย่างชื่อลูกอมค่ะ ไม่ได้ชื่อลูกหมู"
ทำไมฉันต้องมาเจอพี่ตาต้าที่นี่ด้วยนะ โลกมันแคบไปไหม มาทักฉันเป็นลูกหมูอีกแล้ว
"ปากยังเหมือนเดิมเลยนะครับ ของกินลดลงบ้างก็ได้เผื่อวันไหนพี่ได้อุ้ม กลัวอุ้มไม่ไหว"
ฉันอยากจะกรี๊ดดังๆจะมาอุ้มฉันเรื่องอะไร ฉันไม่มีวันเข้าใกล้ผู้ชายแบบพี่หรอก เจ้าชู้ คุยไปเรื่อยไม่เลือกตั้งแต่ตอนเรียนมัธยมยันเรียนมหาลัย ฉันจะไม่มีวันเอาตัวไปพัวพันกับความยุ่งยากนั้นเด็ดขาด
"พี่ตาต้าคงไม่มีวันได้อุ้มลูกอมหรอกค่ะ เพราะลูกอมเลือกกิน"
ฉันกัดพี่ตาต้าไปหนึ่งทีกินไม่เลือกเจอคนปากเน่าอย่างยัยนั่น
"ก็เรียกชื่อพี่ถูกนี่ไหนบอกไม่รู้จักกัน สงสัยพี่จะเป็นคนในความทรงจำของลูกหมูใช่ไหมครับถึงจำชื่อพี่ไม่ลืม" รอยยิ้มเจ้าเลห์นั่นทำให้ฉันอยากตะโกนด่าดังๆ ถ้าไม่ติดว่ารีบไปเรียนนะ ถ้าขืนยังเถียงกันอยู่ฉันต้องสายแน่ๆ คนอะไรมั่นหน้าคิดว่าตัวเองหล่อมาก
"ถ้าพี่คิดแบบนั้นแล้วสบายใจก็คิดไปเถอะค่ะ แต่สิ่งที่พี่คิดมันตรงข้ามกับความเป็นจริงขอตัวนะคะ"
ฉันมองหน้าพี่ตาต้าที่ยืนยิ้มกรุ้มกริ่มมาให้ฉันไม่ขยับไปไหน รอยยิ้มนั้นหมายความว่าไง ฉันหันไปมองยัยนั่นยังคงมองพี่ตาต้าไม่วางตา และส่งสายตาจ้องกินเลือดกินเนื้อกลับมาให้ฉัน แล้วไงใครแคร์ฉันเลยเดินหนีมาดื้อๆ
"เดี๋ยวสิครับ"
ฉันไม่สนใจเสียงเรียกใดๆ รวมทั้งเสียงแว๊ดยัยนั่นที่กำลังด่าฉันตามหลังมา เอาไว้วันหลังจะมาปะทะใหม่ไม่ใช่ฉันยอมแพ้ แต่ฉันรีบขออย่าได้เจอกันอีกเลยพี่ตาต้าต่างคนต่างอยู่
