บทที่ 10 ลอบทำร้าย
จวนตระกูลซู
ข้าวของเครื่องใช้ในเรือนคุณหนูใหญ่ตระกูลซู ถูกขว้างปาจนแตกกระจายไปทั่วพื้นห้องเพื่อระบายอารมณ์โทสะของสตรีผู้เป็นเจ้าของห้อง แต่เล็กจนโต รอบกายของซูเฟยหรงล้วนมีแต่คนเอาใจ อยากได้อะไรย่อมต้องได้แม้กระทั่งเรื่องความรัก
นางแอบรักชินอ๋องมานาน นานมากเหลือเกิน ทว่าในใจของชินอ๋องกลับมีเพียงบุตรีคนรองของราชครูหลิว 'หลิวฟางเซียน' แม้ว่าซูเฟยหรงจะมีรูปโฉมงดงามโดดเด่น ทว่าก็เป็นได้เพียงที่สองเป็นรองจากคุณหนูรองหลิว กี่ครั้งแล้วที่พ่ายแพ้ให้แก่นาง
หลิวฟางเซียนโดดเด่นกว่านางมาตลอด ตอนศึกษาในสำนักศึกษาหลวงนางเป็นที่หนึ่งเหนือคุณหนูคุณชายทุกผู้คน
หากคิดจะประชันพิณ หมาก กาพย์ กลอน ล้วนต้องพ่ายแพ้แก่นาง ซูเฟยหรงมิอาจชนะนางได้สักเรื่อง ชินอ๋องและคุณชายตระกูลใหญ่ทั้งหลายล้วนชมชอบนาง
งดงามแล้วอย่างไร สวรรค์ให้นางเป็นผู้มีกลิ่นกายหอมหวานแล้วอย่างไร สุดท้ายนางก็พ่ายแพ้ให้กับอำนาจอยู่ดี ไม่ว่าจะพยายามอย่างไร สุดท้ายแล้วฝ่าบาทก็ทรงฟังคำฮองเฮาพระราชทานสมรสให้ซูเฟยหรงกับชินอ๋อง
แม้นางจะเป็นหลานสาวสายรองของตระกูลซู ทว่าฐานะในราชสำนักมิได้ด้อยไปกว่ากัน ตระกูลซูสายหลักของฮองเฮามีอัครเสนาบดีบิดาของนางเป็นผู้นำตระกูล ส่วนตระกูลซูสายรองของนางมีบิดาเป็นถึงแม่ทัพใหญ่อยู่ที่ชายแดนทางใต้
"เสี่ยวฉิน" หลังจากสงบจิตใจให้เย็นลงได้ ซูเฟยหรงจึงเอ่ยเรียกสาวใช้ที่ยืนรออยู่หน้าห้อง
"เจ้าค่ะ คุณหนู" เสี่ยวฉินรีบกุลีกุจอเข้ามาหาผู้เป็นนายด้วยท่าทีประจบประแจง
"วันนี้หลิวฟางเซียนจะเดินทางไปหุบเขาไป๋ซาน เจ้าส่งคนไปจัดการนางระหว่างทางซะ ไม่ต้องถึงตาย ข้าแค่อยากให้นางอับอายจนมิอาจแต่งเป็นชายารองให้ชินอ๋องได้ " ซูเฟยหรงสั่งการ
"เจ้าค่ะ" เสี่ยวฉินรับคำและรีบออกไปจัดการตามที่นายสาวสั่ง
ล่วงเข้าปลายยามเซินแล้ว รถม้าวิ่งมาได้เกือบครึ่งทาง ก่อนจะจอดพักที่จุดพักม้าครู่หนึ่ง หลิวฟางเซียนลงจากรถม้าพร้อมกับน้ำดื่มและปิ่นโตขนมจากหอซุนอวี่ ร่างระหงเดินเลาะป่าไม้ไผ่มาไม่ไกล ก็เจอเหวินเต๋อกับคนจากพรรคพยัคฆ์เหมันต์ที่คอยซุ่มคุ้มครองอยู่
"ข้านำน้ำกับขนมมาให้ทุกท่าน ข้าจะพักม้าที่นี่สักครู่แล้วถึงจะเดินทางต่อ พวกท่านทานสักหน่อยเถิด"
"ขอบน้ำใจคุณหนูรองหลิวนัก" เหวินเต๋อกับพวกตอบอย่างพร้อมเพรียง
คุณหนูรองหลิวผู้นี้ช่างเอาใจใส่และเป็นกันเองพวกเขานัก แม้พวกเขาจะเป็นบุรุษหยาบกร้านก็มิได้ถือตนนึกรังเกียจ
อาจูที่เห็นผู้เป็นนายเดินออกมาจากป่าไผ่ ถอนหายใจ โล่งอก เมื่อครู่นี้นางกับอาจิ้นใจหายใจคว่ำแทบจะเป็นลม เมื่อกลับมาจากโรงเตี๊ยมแล้วไม่เจอคุณหนู
หลิวฟางเซียนพักต่ออีกครู่หนึ่งจนคนขับรถม้ามารายงานว่าพร้อมออกเดินทาง จึงได้เดินทางต่อ
ระยะทางจากเมืองหลวงมายังเขาไป๋ซานแม้ว่าจะไม่ไกลนัก ทว่าการเดินทางค่อนข้างลำบาก นอกจากจะต้องผ่านป่าไผ่แล้วยังต้องผ่านหุบเขาช่องแคบอีกด้วย
ขณะที่รถม้ากำลังจะเคลื่อนตัวผ่านหุบเขาช่องแคบ เสียงของเหวินเต๋อก็ดังขึ้นจากข้างรถม้า
"คุณหนูรองหลิว มีชายชุดดำนับสิบกำลังลอบติดตามรถม้าของท่าน ข้าคิดว่าพวกมันน่าจะลงมือทันทีเมื่อขบวนของพวกท่านผ่านเขาช่องแคบ"
"รบกวนพวกท่านแล้ว" หลิวฟางเซียนบอกองครักษ์หนุ่มก่อนจะหันมาทางสาวใช้ทั้งสอง
"อาจู อาจิ้น ไม่ต้องกลัว เหวินเต๋อจัดการได้แน่"
เป็นไปตามที่คาด กลุ่มชายฉกรรจ์ชุดดำปกปิดใบหน้านับสิบ กรูตรงมายังรถม้าทันทีที่กำลังเคลื่อนผ่านช่องแคบ หลิวฟางเซียนได้ยินเสียงคนต่อสู้อยู่ด้านนอกรถม้า แอบแง้มหน้าต่างเพื่อดู แม้กลุ่มคนร้ายพวกนั้นจะมีวรยุทธ์สูง แต่ก็ยังมิใช่คู่ต่อสู้ของคนจากพรรคพยัคฆ์เหมันต์อยู่ดี
กลุ่มชายชุดดำถูกคมดาบจัดการจนร่วงไปทีละคน ชายชุดดำคนหนึ่งอาศัยช่วงชุลมุนลอบขึ้นมาบนรถม้า ก่อนจะเงื้อดาบใส่อาจูทว่าหลิวฟางเซียนไวกว่า ดรุณีน้อยปาเข็มยาสลบปักเข้าที่คอของชายผู้นั้นก่อนจะออกแรงถีบจนร่างของเขาร่วงจากรถม้า ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของสองสาวใช้และเหวินเต๋อที่มองมา
"พวกเจ้าเจ็บตรงไหนหรือไม่" หลิวฟางเซียนถามสองสาวใช้ด้วยน้ำเสียงตื่นตระหนก
"ขะ...ข้าน้อยไม่เป็นไรเจ้าค่ะ" อาจูตอบสั่นๆ
"ไม่เป็นอันใดก็ดีแล้ว"ดรุณีน้อยพรูลมหายใจอย่างโล่งอก หันมาทางอาจิ้นที่กำลังตื่นตกใจราวเห็นผี "แค่เข็มยาสลบน่ะ ข้าเป็นหมอไม่ฆ่าคนหรอก"
"คะ...คุณหนู ท่านร้ายกาจสุดๆ เลยเจ้าค่ะ" อาจิ้นที่ปรับอารมณ์เป็นปกติแล้ว ยกนิ้วร้องชมผู้เป็นนายเสียยกใหญ่
เหวินเต๋อเองก็รู้สึกทึ่งไม่แพ้สาวใช้ทั้งสอง นึกไม่ถึงว่าสตรีที่ดูภายนอกเรียบร้อยอ่อนหวานจะลงมือเด็ดขาดดุดันถึงเพียงนี้ จริงอย่างที่ท่านประมุขว่าไว้ คุณหนูรองหลิวผู้นี้ช่างร้ายกาจนัก
"ใครจะรู้จักแค่กินกับนอนเหมือนเจ้ากันล่ะ"หลิวฟางเซียนหยอกเย้า "เอาล่ะๆ พวกเราเดินทางต่อกันเถอะ เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
หมู่บ้านตระกูลไป๋ตั้งอยู่บริเวณตีนเขาไป๋ซาน แยกตัวออกมาจากสำนักแพทย์ที่ตั้งอยู่กลางหุบเขาสำหรับเป็นที่พักของศิษย์ที่มีครอบครัวและชาวบ้านทั่วไป หลิวฟางเซียนจะมาเยี่ยมที่นี่ทุกๆ ปี
สามปีมานี้หลังจากมารดาของนางจากไป หลิวฟางเซียนก็ยังคงแวะเวียนมาเยี่ยมเยียนท่านตากับศิษย์พี่และศิษย์น้องเสมอมิบกพร่อง
ที่นี่ทุกผู้คนล้วนจิตใจดีซื่อตรง มิได้มากเล่ห์แสนกลดังเช่นผู้คนในเมืองหลวง หลิวฟางเซียนคาดหวังว่าจะได้ใช้ชีวิตที่สงบเรียบง่ายเช่นนี้ตลอดไป หากแต่การเป็นคุณหนูตระกูลใหญ่มิอาจทำได้ดังใจเช่นนั้น วันหนึ่งนางอาจต้องแต่งให้กับบุรุษที่มีฐานะทัดเทียมเพื่อให้บิดาคลายกังวลใจ โชคดีนักหนาที่บิดาช่างเอาใจใส่ ไม่ว่าพี่ชาย น้องสาว หรือกระทั่งตัวนางเองล้วนไม่บังคับจิตใจหากต้องเลือกคู่ครอง
