บทที่ 14 น้ำแกงตุ๋นไก่ฟ้า

"ประมุขโม่เล่า ไม่เจอกันเสียนาน เป็นไงมาไงถึงได้มาพร้อมกับเซียนเอ๋อร์ได้"

"พวกข้าพบกันโดยบังเอิญจึงมาพร้อมกันขอรับ" โม่เสวี่ยหยางตอบอย่างนอบน้อม

"เช่นนั้นก็อยู่ต่อสักหลายวันหน่อยดีหรือไม่ หากอาเหลียนมาท่านประมุขจะได้พบกับสหายเก่าด้วย" 

ประมุขหนุ่มพยักหน้ารับ ท่านเจ้าสำนักผู้นี้ยังคงใจดีเช่นเดิมมิเคยเปลี่ยน มิน่าเล่าแม่นางน้อยข้างๆ เขาถึงได้มีความสุขมากนัก ยามพูดคุยกับอาวุโส

ทั้งสามหยิบยกเรื่องนั้นเรื่องนี้มาคุยกันอย่างออกรส ก่อนจะแยกตัวออกมาเมื่อเห็นสมควรแก่เวลาแล้ว

"เซียนเอ๋อร์รีบกลับไปที่หมู่บ้านหรือไม่" โม่เสวี่ยหยางเอ่ยถามหญิงสาวข้างกาย หลังจากออกมาจากเรือนใหญ่ของเจ้าสำนัก

"พี่เสือน้อยมีอันใดหรือเจ้าคะ"

"พี่มีที่หนึ่งที่คิดว่าเจ้าน่าจะชอบ หากเจ้ามิได้เร่งรีบหรือมีธุระที่ใดต่อ พี่อยากชวนเจ้าไป" ประมุขหนุ่มบอกเสียงทุ้มนุ่ม ใบหน้าหล่อเหลาเจือรอยยิ้มบางอบอุ่น

สถานที่แห่งนี้อยู่บนเขาลูกหนึ่งที่อยู่ถัดไปจากเขาไป๋ซาน ชายหนุ่มค้นพบเข้าโดยบังเอิญ

คราแรกที่ได้เห็นสถานที่แห่งนี้คนแรกที่เขานึกถึงคือหลิวฟางเซียน 

เขาตามหานางมาตลอดทว่าก็มีเหตุให้คลาดกันเสียทุกครั้ง มิเคยคาดคิดเลยว่าจะได้มีโอกาสพบนาง ทั้งยังมีโอกาสจะได้พานางไปยังเขาลูกนี้ด้วย

"ได้สิเจ้าคะ ว่าแต่ที่ใดหรือ" แม่นางน้อยตอบรับพร้อมถามอย่างกระตือรือร้น

"ไปถึงเจ้าจะรู้เอง" ประมุขหนุ่มว่าพลางถือวิสาสะใช้มือหนาโอบเอวบางอีกครั้ง ก่อนใช้พลังเคลื่อนย้ายพานางมาหยุดอยู่บนยอดเขาลูกหนึ่ง

กลิ่นหอมของดอกท้อลอยกรุ่นอยู่ทั่วบริเวณ รอบกายของหญิงสาวยามนี้ล้อมรอบไปด้วยต้นท้อนับสิบที่ออกดอกสีชมพูบานสะพรั่งเต็มต้น สายลมเย็นพัดโชยอ่อนๆ กระทบกับกิ่งท้อจนกลีบดอกร่วงหล่นคล้ายพิรุณกลีบบุปผา

หลิวฟางเซียนเอื้อมมือเรียวคว้ากลีบดอกท้อเอาไว้อย่างตื่นเต้น ตั้งแต่เกิดมานางมิเคยพบพานสถานที่ใดที่งดงามเช่นที่นี่มาก่อน 

โม่เสวี่ยหยางมองดูท่าทีของดรุณีรูปโฉมงดงามตรงหน้าก่อนคลี่ยิ้มออกมาบางๆ

ไม่ว่าจะผ่านมากี่ปีแม่นางน้อยผู้นี้ก็ยังคงความสดใสเช่นเดิมมิเคยเปลี่ยน 

"สวยมากเลยเจ้าค่ะ" หลิวฟางเซียนกล่าวน้ำเสียงอ่อนหวาน ริมฝีปากอิ่มสีชมพูระเรื่อยกยิ้มกว้างอย่างมีความสุขจนนัยน์ตาเมล็ดซิ่งโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยว

ประมุขหนุ่มที่มิอาจละสายตาจากใบหน้างดงามเผลอยิ้มตามนางอย่างคนโง่งม "หากเจ้าชอบ พี่จะพามาบ่อยๆ ดีหรือไม่" เขาบอกแม่นางน้อยอย่างเอาใจ

"เช่นนี้ พี่เสือน้อยจะไม่เหนื่อยเกินไปหรอกหรือเจ้าคะ" หญิงสาวหันมาถามเสียงซื่อ

"เหนื่อยเพียงนิดแลกกับการทำให้เจ้าปีศาจน้อยของพี่ยิ้มได้ ก็นับว่าคุ้มค่าแล้ว" โม่เสวี่ยหยางกล่าวอย่างอ่อนโยน

"พี่เสือน้อยของข้าใจดียิ่งนัก" หลิวฟางเซียนยิ้มตาหยี ก่อนจะล้วงเข้าไปในแขนเสื้อหยิบบางสิ่งออกมา "ข้าก็มีของขวัญให้ท่านเช่นกัน"

"นี่มัน?" ประมุขหนุ่มเลิกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างดีใจ เมื่อเห็นว่าของที่แม่นางน้อยตรงหน้าหยิบออกมาคือถุงหอมที่นางรับปากเมื่อคืนว่าจะทำให้ "เจ้าเพิ่งปักเมื่อคืนหรือ?"

"เจ้าค่ะ พี่เสือน้อยลองดมดูเถิด เป็นกลิ่นเดิมใช่หรือไม่เจ้าคะ" หญิงสาวส่งถุงหอมให้ชายหนุ่มพลางกล่าวด้วยเสียงหวานละมุน "ชอบหรือไม่เจ้าคะ?"

"ชอบสิ...ชอบมาก" เป็นอีกครั้งที่โม่เสวี่ยหยางตอบคำถามพร้อมกับยกยิ้มออกมาอย่างโง่งม หากผู้ใดมาเห็นเขาในตอนนี้เข้าคงคิดว่าพยัคฆ์ร้ายที่ทุกคนต่างเกรงกลัวได้กลายเป็นลูกแมวน้อยแสนเชื่องไปแล้วกระมัง

ผ่านมากว่าสามวันแล้วที่หลิวฟางเซียนมาอยู่ที่หุบเขาไป๋ซาน ที่นี่ช่วยทำให้ใจที่ฟุ้งซ่านของหญิงสาวสงบลงไม่น้อย ในทุกๆ วันโม่เสวี่ยหยางประมุขพรรคพยัคฆ์เหมันต์ที่ทุกคนเกรงกลัว มักจะลอบพานางไปเที่ยวเล่นสนุกจนเพลินลืมเวลา กว่าจะรู้ตัวอีกทีก็ตะวันตกดินเสียแล้ว

ใครจะคิดเล่าว่าเขาที่เป็นถึงประมุขผู้ยิ่งใหญ่จะพานางไปเล่นสนุกเหมือนที่เคยทำตอนเด็กๆ ทั้งตกปลา จับไก่ฟ้า ขุดมันหวานมาก่อไฟปิ้งกินพร้อมดูดาวไปด้วย บางวันก็ไปที่ตลาดในหมู่บ้านใกล้ๆ เพื่อดูละครหุ่นเงา

ตอนเด็กๆ โม่เสวี่ยหยางกับหลิวเฟิงเหลียนพี่ชายของนางมักจะตามใจแอบพานางออกมาเล่นสนุก ทว่ายามที่ถูกจับได้หากต้องโดนทำโทษพี่ชายทั้งสองก็จะปกป้องนางให้พ้นผิดสุดชีวิต

บ่อยครั้งที่คนโตกว่าทั้งสองถูกตีแทนนาง นึกแล้วยิ่งคิดถึงช่วงเวลาดีๆ เหล่านั้นยิ่งนัก

"พี่ใหญ่น่าจะมาถึงในยามโหยว่ พวกเราไปจับไก่ฟ้ามาตุ๋นน้ำแกงดีหรือไม่เจ้าคะ" แม่นางน้อยเจ้าแผนการออกความคิดเห็น

"ย่อมได้ หากแต่คราวนี้พี่จะลงมือปรุงเอง หากให้เซียนเอ๋อร์ทำเกรงว่า..." โม่เสวี่ยหยางลากเสียงท้ายประโยคอย่างหยั่งเชิง กลัวว่าหากกล่าวคำใดผิดไปแม่ดรุณีน้อยตรงหน้าจะโกรธเคืองจนไม่ยอมพูดด้วย

"พี่เสือน้อยเกรงว่าหากเซียนเอ๋อร์เป็นคนทำเอง น้ำแกงตุ๋นไก่ฟ้าที่ว่าจะกินไม่ได้เช่นคราก่อนใช่หรือไม่" หลิวฟางเซียนแกล้งตัดพ้อด้วยใบหน้าไร้เดียงสา ทำเอาคนตัวโตตรงหน้ารีบหาคำมาแก้ต่างเป็นพัลวัน

"พี่มิได้หมายความเช่นนั้นเสียหน่อย เจ้าอย่าได้ขุ่นเคือง"

"คิกๆๆ" แม่นางน้อยหัวเราะชอบใจ "ข้าล้อท่านเล่นหรอกเจ้าค่ะ"

ประมุขหนุ่มเลิกคิ้วมองคนตรงหน้า ดูเอาเถิด...ผู้ใดหนา ที่บอกว่าแม่โฉมสะคราญผู้งดงามอันดับหนึ่งแห่งแคว้นนางนี้เป็นสตรีอ่อนหวานน่ารัก หากมิเจอกับตัวเช่นเขาคงมิอาจรู้ เทพธิดาที่เห็นแท้จริงแล้วคือปีศาจน้อยดีๆ นี่เอง

"ร้ายนักนะเจ้า"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป