บทที่ 15 หลิงเฟิงเหลียน

"ร้ายนักนะเจ้า" คนถูกแกล้งบ่นเสียงเบาไปอย่างนั้น ผู้ใดเล่าจะกล้าโกรธนาง ดูนัยน์ตากลมใสนั่นเถิดยามแย้มยิ้มช่างดูน่ารักน่าเอ็นดูถึงเพียงนี้ จะไปเอาอารมณ์โทสะจากไหนมาโกรธได้เล่า

"จริงๆ แล้ว เซียนเอ๋อร์รู้ตัวเองดีเจ้าค่ะ ว่าคงไม่เหมาะกับการเข้าครัวปรุงอาหาร นอกจากต้มสมุนไพรรสขมๆ แล้วเกรงว่าอย่างอื่นนั้นคงเป็นไปได้ยากที่จะทำออกมาแล้วคนกินได้" หลิวฟางเซียนกล่าวเสียงราบเรื่อยทว่าว่าริมฝีปากอิ่มชมพูระเรื่อยังคงยกยิ้มเบาๆ "คราก่อนที่ข้าลองต้มไก่ฟ้าแบบที่พี่เสือน้อยทำกลับมีรสเค็มเสียจนมิอาจตักเข้าปากได้ ครั้งนี้มิกล้าทำเองแล้วเจ้าค่ะ ไม่กล้าแล้ว"

ประมุขหนุ่มหัวเราะน้อยๆ นึกขันหญิงสาวตรงหน้าที่รีบชิงวิจารณ์ตัวเองออกมาหน้าตาเฉย

"เอาล่ะ เกาทัณฑ์เตรียมพร้อมแล้ว พวกเราไปล่าไก่ฟ้ากันเถิด" โม่เสวี่ยหยางบอกพลางเอื้อมท่อนแขนแกร่งมาโอบเอวบางเอาไว้ ก่อนจะใช้พลังเคลื่อนย้ายมายังป่าใหญ่ที่เป็นแหล่งอาหารอันอุดมสมบูรณ์ของเหล่าสรรพสัตว์ทั้งหลาย

อาจู อาจิ้น ที่ถูกทิ้งให้อยู่ที่หมู่บ้านไป๋เช่นทุกครั้งทอดถอนใจออกมาพร้อมกัน ก็ประมุขพรรคมารที่เพิ่งโผล่มาไม่กี่วันผู้นั้นทำให้คุณหนูลืมไปเสียแล้วว่ายังมีพวกนางทั้งสองอยู่ ตั้งแต่มีเขาคุณหนูมักจะตัวติดกับเขาตลอด ทั้งยังดูมีความสุขที่ได้ออกไปเล่นสนุกกับคนผู้นั้น มิรู้ว่าเขาใช้วิชามารอันใดถึงได้ทำให้คุณหนูไว้ใจได้ถึงเพียงนี้

"ข้าว่าแม่นางทั้งสองเอาเวลาที่มานั่งริษยานายท่านของข้า ไปเตรียมวัตถุดิบทำน้ำแกงรอไก่ฟ้าของคุณหนูรองหลิวดีกว่ากระมัง"

เหวินเต๋อที่ถูกทิ้งเช่นเดียวกันแนะนำสหายร่วมชะตากรรม

ด้วยรู้ดีว่ามิอาจทำอันใดได้มากกว่านี้ แล้วเพื่อช่วยเหลือนายท่าน ครั้นจะตามไปคุ้มกันก็ถูกคนเป็นนายเหล่มองตาขวาง เห็นลูกน้องผู้ภักดีเป็นก้างขวางคอชิ้นโตเสียอย่างนั้น

"ท่านองครักษ์เหวินเองก็ถูกทิ้งเช่นกันมิใช่หรือ" อาจูตอบกลับเสียงซื่อ

จึก! 

แม่นางอาจูผู้นี้กล่าวย้อนแทงใจดำเสียจนบุรุษผู้แข็งแกร่งเช่นเขาจุกในใจ อุตส่าห์ข้ามผ่านความรู้สึกนี้มาได้ กลับต้องถูกเด็กสาวหน้าซื่อตาใสนางนี้ ดึงลงมาตบซ้ำย้ำให้รู้สึกเสียได้

ว่าก็ว่าเถิด ตั้งแต่ประมุขของเขาเจอกับคุณหนูรองหลิว ก็เปลี่ยนไปราวกับเป็นคนละคน ยามอยู่กับนางท่านประมุขมักจะยิ้มและหัวเราะออกมาง่ายๆ ต่างจากแต่ก่อนที่มักจะทำหน้าตาเย็นชาหรือไม่ก็บึ้งตึง

"เอาล่ะ เช่นนั้นข้าสองคนไปเตรียมของไว้ให้คุณหนูกับท่านประมุขโม่ตุ๋นน้ำแกงดีกว่า" อาจิ้นกล่าวจบก็เดินจากไปพร้อมอาจู ปล่อยให้องครักษ์หนุ่มยืนตัดพ้อผู้เป็นนายเพียงลำพัง

อีกฟากหนึ่งของป่าใหญ่เขียวขจี หนึ่งบุรุษ และหนึ่งสตรี กำลังค่อยๆ เยื้องย่างอย่างช้าๆ ให้เสียงเบาที่สุด สายตาจับจ้องไปยังไก่ฟ้าตัวอวบอ้วนเนื้อแน่นตรงหน้า ประมุขหนุ่มตั้งท่าง้างสายธนูพร้อมเล็งเป้าหมาย

ฉึก!

เพียงครั้งเดียวลูกศรเกาทัณฑ์ก็ปักไปกลางลำตัวของเจ้าไก่ฟ้าตัวนั้นจนมันล้มลงและแน่นิ่งไป หลิวฟางเซียนกึ่งเดินกิ่งวิ่งเขาไปอุ้มร่างอวบแน่นของไก่ฟ้าขึ้นมาชูพร้อมรอยยิ้มกว้าง หากใครมาเห็นภาพนี้เข้าคงจะคิดว่านางเป็นคุณหนูรองหลิวตัวปลอมเป็นแน่

โฉมสะคราญงามล่มเมืองหรือสตรีที่มีกิริยามารยาทงดงามอันดับหนึ่ง ก็เป็นเพียงสิ่งที่ผู้คนทั่วไปพบเห็นได้เท่านั้น...

ผู้ใดจะล่วงรู้เล่าว่าแท้จริงแล้วนางคือปีศาจน้อยตาใส ที่ทั้งซุกซนและร้ายกาจยากต่อกร ความเรียบร้อยและอ่อนหวานที่ปรากฏให้ผู้คนภายนอกได้เห็นเป็นเพียงหน้าที่คุณหนูตระกูลใหญ่ที่นางต้องแบกรับเอาไว้เท่านั้น 

"พี่เสือน้อย พวกเราพาเจ้านี่กลับไปตุ๋นน้ำแกงกันเถอะ" แม่นางน้อยว่าพลางวิ่งกลับมาหาพ่อครัวจำเป็น โม่เสวี่ยหยางยกยิ้มน้อยๆ ก่อนโอบเอวบางใช้พลังเคลื่อนย้ายกลับมายังหมู่บ้านไป๋

ตั้งแต่พบนางเขาก็รู้สึกว่ากลายเป็นคนที่ยิ้มง่ายเหลือเกิน

อาการเช่นนี้เรียกว่าอันใดกัน...

โรงครัวของเรือนรับรองแขกยามนี้หอมกรุ่นไปด้วยกลิ่นของแกงตุ๋นไก่ฟ้า ของโปรดของคุณหนูรองหลิวแห่งจวนราชครู ทำเอา หนึ่งองครักษ์ และสองสาวใช้ที่แอบดูอยู่ไกลๆ ลอบกลืนน้ำลายลงคอ

"หอมมากเลยเจ้าค่ะ" ดรุณีน้อยผู้ช่วยพ่อครัวจำเป็นกล่าวอย่างตื่นเต้น พลางใช้มือเล็กเรียวโบกเอากลิ่นหอมจากหม้อแกงใบโตเข้าจมูกเบาๆ 

"ตักให้เซียนเอ๋อร์ชิมสักถ้วยก่อนดีหรือไม่" ประมุขโม่ที่ยามนี้กลายเป็นพ่อครัวจำเป็นเอ่ยถามอย่างเอ็นดู

"ใกล้ยามโหย่วแล้ว พี่ใหญ่คงใกล้จะถึงแล้วกระมังเจ้าคะ เซียนเอ๋อร์รอชิมพร้อมพี่ใหญ่ดีกว่า" หลิวฟางเซียนตอบพร้อมแย้มรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าอย่างรู้ความ แม้ว่าในใจจะอยากแอบลอบชิมสักถ้วยก่อนก็ตาม

"ท่านประมุขขอรับ คุณชายใหญ่หลิวมาถึงแล้วขอรับ กำลังลงจากม้า" เหวินเต๋อรายงานผู้เป็นนาย

"พูดถึงโจโฉ โจโฉก็มา ไปกันเถอะเซียนเอ๋อร์ ไปหาอาเหลียนกัน" โม่เสวี่ยหยางยกยิ้มกล่าว ก่อนคว้าข้อมือเล็กเรียวจับจูงให้เดินตามมา 

หลิวเฟิงเหลียนที่เห็นภาพน้องสาวที่ตนหวงแหนดังแก้วตาดวงใจ ถูกบุรุษหนุ่มแปลกหน้าจับจูงมา ก็จ้องเขม็งอย่างเอาเรื่อง

นั่นมัน...ประมุขพรรคมารที่ชาวเมืองร่ำลือว่าร้ายกาจนักหนามิใช่หรือ?

เหตุใดเขาถึงได้มาอยู่ที่นี่? ทั้งยังฉวยโอกาสจับมือน้องสาวของเขาอีก!

"เซียนเอ๋อร์ มาหาพี่" คนเป็นพี่ชายกล่าวเสียงต่ำลอดไรฟัน 

หลิวฟางเซียนยิ้มให้น้อยๆ พลางเดินเข้าไปหาพี่ชายโดยมิได้รู้สึกถึงสายตาอำมหิตที่แผ่ไอสังหารออกมาของเขา โม่เสวี่ยหยางยกยิ้มมุมปากนึกขันสหายเก่าในวัยเยาว์ หลิวเฟิงเหลียนผู้นี้ยังคงมีนิสัยหวงน้องสาวเช่นเดิมมิเคยเปลี่ยน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป