บทที่ 2 ตัดใจ
หลายวันต่อมาสาวใช้เข้ามาปลุกหลิวฟางเซียนเพื่อปรนนิบัตินางล้างหน้าบ้วนปากในตอนเช้าตามปกติ อาจูกับอาจิ้นยามนี้คอยตามติดนางดังเงา คงเป็นคำสั่งของผู้เป็นบิดาและพี่ชายที่มิยอมปล่อยให้นางคลาดสายตา
หลิวฟางเซียนเดินมาหยุดที่ศาลาริมน้ำ ก่อนจะเปิดตำราวิชาแพทย์ทบทวนเช่นทุกวัน ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเรียบง่าย จนกระทั่งการมาเยือนของชินอ๋อง บุรุษที่นางไม่อยากพบมากที่สุดในตอนนี้
"เซียนเอ๋อร์ เจ้าเป็นอย่างไรบ้าง" ชินอ๋องถามเสียงนุ่ม น้ำเสียงเจือความห่วงใยและคะนึงหา หลิวฟางเซียนเงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าของนัยน์ตาคมเฉี่ยว
เห็นใบหน้าหล่อเหลาส่งยิ้มบางๆ มาให้ แม้ในใจจะอยากยิ้มตอบเพียงใดทว่าก็ทำได้แค่เก็บกลั้นเอาไว้
"คารวะชินอ๋อง หม่อมฉันสบายดีเพคะ" หลิวฟางเซียนตอบพลางลุกขึ้นยอบกายทำความเคารพ
"พูดกับพี่เหมือนเดิมเถิด อย่าได้ห่างเหินเช่นนี้" ชินอ๋องกล่าวพลางใช้มือหนาคว้ามือเรียวมากุมเอาไว้แนบอก "เซียนเอ๋อร์อย่าโกหกพี่เลย เจ้าจะสบายดีได้อย่างไร คนแทบทั้งเมืองหลวงรู้กันหมดว่าเจ้าถูกพิษ เซียนเอ๋อร์เจ้าจงใจดื่มยาพิษเองใช่หรือไม่ เจ้ารู้วิชาแพทย์เช่นนี้มีหรือจะมองไม่ออก"
หลิวฟางเซียนดึงมือเรียวออกจากมือหนาของชินอ๋อง ดวงตากลมโตทั้งสองของนางเริ่มร้อนผ่าว ริมฝีปากอิ่มเม้มแน่น ก่อนตัดสินใจเอ่ยถ้อยคำที่นางคิดมาตลอดทั้งคืน "อีกสองวัน ชินอ๋องก็จะแต่งชายาเอกเข้าจวนแล้ว หม่อมฉันเกรงว่าคงไม่เหมาะนักหากมีคนพบเห็นเราสองคนอยู่ด้วยกันตามลำพังเช่นนี้ ฟางเซียนขอตัวเพคะ"
"เซียนเอ๋อร์"ชินอ๋องไม่พูดเปล่าแต่กลับคว้ามือเรียวเอาไว้ และดึงร่างระหงเข้ามาซบอกแกร่ง สองแขนโอบกอดโฉมสะคราญเอาไว้แน่นอย่างหวงแหน
"เซียนเอ๋อร์แม้ว่าพี่ต้องแต่งคุณหนูซูมาเป็นชายาเอก แต่นั่นไม่ใช่ความต้องการของพี่ เป็นพระประสงค์ของเสด็จแม่ต่างหากเล่า เซียนเอ๋อร์...พี่รักเพียงเจ้า เจ้าก็รู้อยู่แก่ใจไยต้องทำห่างเหินให้พี่เจ็บปวดใจเช่นนี้ เซียนเอ๋อร์เพียงเจ้าแต่งกับพี่ในฐานะชายารอง แม้ตำแหน่งจะเป็นรองคุณหนูซู แต่พี่จะยกย่องเจ้า ให้อำนาจเจ้าดูแลจวนอ๋องดีหรือไม่"
ถ้อยคำหวานหูเอาใจสตรีของชินอ๋องเกือบทำให้นางเคลิบเคลิ้มหลงเชื่อได้ไม่ยาก หากว่านางมิได้คิดตัดใจแต่แรกคงยอมตามใจเขาไปเสียแล้ว
"หม่อมฉันมิอาจทำตามที่ชินอ๋องประสงค์ได้เพคะ"
"เพราะเหตุใดกันเซียนเอ๋อร์"
"หม่อมฉันยินดีเป็นภรรยาเพียงคนเดียวของคนธรรมดา แต่จะมิยอมเป็นภรรยารองหรืออนุให้พระองค์ "
"เซียนเอ๋อร์..."
หลิวฟางเซียนยอบกายเงียบๆ แทนคำกล่าวลา
ก่อนจะหมุนตัวเดินออกมาจากชายคนรักและแข็งใจไม่หันกลับไปมองเขาอีก นางกลัวเหลือเกิน กลัวว่าตัวเองจะใจอ่อน นางกลัวว่าตัวเองจะยอมเป็นชายารอง ยอมเป็นอนุเพื่ออยู่ข้างกายเขา แต่ว่า...ชาพิษกล่องนั้นทำให้นางคิดได้ นางไม่อยากใช้ชีวิตวุ่นวายในวังหลังอย่างหลิวกุ้ยเฟย ท่านอาของนาง
วังหลังมิได้สวยหรูอย่างที่คิด หลิวฟางเซียนรู้ข้อนี้ดี นางไม่ได้ไร้เดียงสาจนมองไม่ออก ชาพิษกล่องนั้นคือสิ่งที่ฮองเฮาทรงใช้เตือนนาง หากยังดึงดันนางจะนำหายนะมาสู่ครอบครัว ทีแรกนางอาจจะคิดน้อยไปจึงยอมดื่มชาพิษเพื่อจบเรื่องวุ่นวายนี้ เป็นนางที่เห็นแก่ตัวเกินไป ไม่คิดถึงจิตใจของคนในครอบครัว เป็นนางที่เลอะเลือนจนหลงลืมว่ายังมีคนในครอบครัวที่รักนาง
"คุณหนูเจ้าคะ ไยท่านกล่าวกับท่านอ๋องเช่นนี้เล่า ไม่กลัวท่านอ๋องโกรธหรือเจ้าคะ" อาจิ้นถามขึ้นอย่างสงสัย แม้ว่าสถานะของนางคือบ่าวรับใช้
ทว่าด้วยความผูกพันที่ดูแลปรนนิบัติและโตด้วยกันมาตั้งแต่เล็ก หลิวฟางเซียนจึงรักบ่าวรับใช้ทั้งสองดั่งพี่น้อง
"ดีแล้วล่ะ ให้เขาโกรธข้าจนไม่มาที่นี่อีกยิ่งดี" หลิวฟางเซียนกล่าวเสียงนุ่มทว่าเด็ดขาด สีหน้าเรียบสงบจนบ่าวทั้งสองไม่กล้าแสดงความคิดเห็น
"คุณหนูจะไปไหนหรือเจ้าคะ" อาจูเอ่ยถามเสียงเบา
"ข้าจะไปเรือนท่านย่า" หลิวฟางเซียนเดินนำสาวใช้ทั้งสองเดินตรงไปยังเรือนผู้อาวุโสที่สุดในจวนราชครู
"เซียนเอ๋อร์หลานรักของย่า เจ้ามาแล้ว" สตรีชราผู้อาวุโสที่สุดของจวนร้องเรียกอย่างดีใจ เมื่อเห็นหลานสาวอันเป็นที่รักตรงเข้ามาหา
"เซียนเอ๋อร์ คารวะท่านย่าเจ้าค่ะ" หลิวฟางเซียนยอบกายเคารพผู้อาวุโสด้วยท่าทางสง่างาม
ฮูหยินผู้เฒ่าหลิวมองหลานสาวด้วยสายตาอ่อนโยน ดวงตาที่เริ่มฝ้าฟางคลอหน่วยไปด้วยหยาดน้ำตาแห่งความยินดี วันนั้นหลังจากที่ได้รับข่าวจากอาอี้สาวใช้คนสนิทว่าหลิวฟางเซียนถูกพิษและสิ้นใจไปแล้ว
นางก็ร้องไห้เสียใจจนเป็นลมล้มพับไป หลังฟื้นขึ้นหัวใจสตรีชราที่แตกสลายกลับได้รับพรจากสวรรค์ เมื่ออาอี้นำข่าวใหม่มาบอกกล่าว หลานสาวที่เป็นดังแก้วตาดวงใจฟื้นคืนจากความตายอย่างปาฏิหาริย์
"มานี่สิ มานั่งข้างย่า"
ฮูหยินผู้เฒ่าเรียกหลานสาวให้เข้าไปใกล้ๆ พิศดูใบหน้างดงามของดรุณีน้อยวัยสิบเจ็ดหนาวที่ช่างดูไร้เดียงสา
คิ้วงามดังคันศร ดวงตากลมโตชวนมอง จมูกโด่งรั้นนิดๆ รับกับริมฝีปากบางอิ่มสีชมพูอ่อน ผิวขาวกระจ่างนวลเนียนหมดจด ช่างงดงามถอดแบบมาจากผู้เป็นมารดา ต่างก็แต่กลิ่นกายหอมอบอวลดั่งมวลบุปผาที่มีติดตัวมาแต่กำเนิด ยามเยื้องย่างขยับกายก็จะมีกลิ่นหอมนี้ลอยอบอวลกระจายในอากาศ ทำให้ผู้อยู่ใกล้ลุ่มหลงดั่งต้องมนต์ จวนราชครูจึงมิเคยว่างเว้นจากการมาเยี่ยมเยือนของบรรดาแม่สื่อทั้งหลาย
"เป็นอย่างไรบ้างเซียนเอ๋อร์ เจ้าหายดีแล้วหรือ จึงมาหาย่าได้" ฮูหยินชราเอ่ยถาม เอื้อมมือเหี่ยวย่นตามวัยมาลูบเรือนผมยาวตรงสีดำขลับของผู้เป็นหลานสาวอย่างเอ็นดู
"หลานหายดีแล้วเจ้าค่ะท่านย่า วันนี้ตั้งใจจะมาคารวะท่านย่า แล้วก็..." หลิวฟางเซียนตอบอย่างเอาใจ มือเรียวบีบนวดแขนผู้อาวุโสอย่างออดอ้อน ฮูหยินผู้เฒ่าที่มองท่าทีของดรุณีน้อยออกกล่าวอย่างรู้ทัน
"เจ้าจะขออะไรจากย่าหรือ"
