บทที่ 5 ท่านประมุขโม่
"พิษเฟิ่งเซียนฮวาสีนิล" ดรุณีน้อยพึมพำ
"ยาเซียนกำราบพิษของท่านสามารถถอนพิษนี้ได้หรือไม่" คุณชายรองโม่เอ่ยถามด้วยสีหน้าวิตก
"ถอนได้ ทว่า..."
"ทว่าอะไรแม่นางหลิว"เหวินเต๋อถามละล่ำละลัก
"ทว่ามิสามารถถอนได้ทั้งหมด"
"ทำไมล่ะ" เหวินเต๋อและคุณชายรองโม่ถามพร้อมกันเสียงดัง
"ดอกเฟิ่งเซียนสีนิลนี้มิเพียงปลูกจากปุ๋ยพิษเพียงอย่างเดียวหากแต่เพิ่มพิษงูเก้าชนิดเข้าไปด้วย ข้าต้องขับพิษงูเก้าชนิดนี้ออกไปก่อน ถึงจะให้เขากินยาเซียนกำราบพิษได้”
“วางใจเถิด ข้ารักษาได้" หลิวฟางเซียนกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "ท่านจอมยุทธ์เหวินท่านนำยาห่อนี้ไปให้สาวใช้ของข้า พวกนางรู้ว่าควรต้มอย่างไรให้ยานี้ขับพิษงูเก้าชนิดได้อย่างหมดจด"
"ข้าจะรีบจัดการเดี๋ยวนี้" เหวินเต๋อรับคำก่อนจะรีบออกไป
หลิวฟางเซียนหันมาสนใจคนเจ็บต่อ นางฝังเข็มให้เขาเพื่อแยกพิษงูออกมากำจัดก่อน บาดแผลของท่านประมุขพรรคเป็นเพียงรอยถากของอาวุธมีดบินมิได้รุนแรงมากนัก เห็นได้ชัดว่าคนร้ายจงใจเพียงแค่ให้เขาได้รับพิษและตายอย่างทรมาณ มิได้ต้องการสังหารในคราวเดียวอย่างตรงไปตรงมา
เพียงครู่เดียวพิษงูเก้าชนิดก็แยกตัวออกจากพิษ เฟิ่งเซียนฮวาสีนิล พร้อมกันกับที่เหวินเต๋อยกถ้วยยามาพอดี หลิวฟางเซียนป้อนยาให้ท่านประมุขจนหมดถ้วย รอเวลาอยู่เกือบหนึ่งเค่อยาจึงเริ่มออกฤทธิ์ เหงื่อเม็ดเล็กๆ ค่อยๆผุดพรายออกมาตามผิวหนัง เจ้าของร่างสูงโปร่งที่กำลังหลับตาพริ้มเริ่มตัวสั่นเทา พิษงูเก้าชนิดกำลังจะถูกขับออกมา หลิวฟางเซียนใช้ผ้าเช็ดหน้าของนางซับเหงื่อให้บุรุษที่ตัวเย็นเหยียบตรงหน้า
ในที่สุดคนเจ็บก็กระอักเลือดสีแดงเข้มเกือบดำออกมาอึกใหญ่ เหวินเต๋อและคุณชายรองโม่ทรุดลงที่ข้างเตียงอย่างตระหนก
"เจ้าทำอันใดพี่ข้า!" คุณชายรองโม่ตะคอกถามเสียงดัง
"พิษงูเก้าชนิดถูกขับออกมาหมดแล้ว"
หลิวฟางเซียนเอ่ยเสียงเรียบ มือเรียวหยิบขวดยาเล็กๆ ที่มียาเซียนกำราบพิษอยู่ออกมาจากถุงหอม นางเทยาออกมาหนึ่งเม็ดก่อนจะป้อนใส่ปากให้กับท่านประมุขที่นอนหลับตาพริ้มไม่ได้สติ "อีกไม่เกินหนึ่งชั่วยามพิษเฟิ่งเซียนฮวาจะถูกขจัดจนหมด ถึงยามนั้นประมุขของพวกท่านจึงจะฟื้น"
"ข้าจะวางใจได้อย่างไร หากครบตามเวลาที่เจ้าพี่ใหญ่ข้ายังไม่ฟื้นเล่า" คุณชายรองโม่ถามอีกครั้ง ทว่าน้ำเสียงอ่อนลงกว่าเมื่อครู่อยู่หลายส่วน
"เช่นนั้นข้าจะอยู่ต่ออีกหนึ่งชั่วยาม หากท่านประมุขไม่ฟื้นข้าจะไม่รับเงินค่ายาเซียนกำราบพิษ"หลิวฟางเซียนต่อรอง
"ได้ หากพี่ข้าฟื้น ข้าจะมอบเงินเพิ่มให้เจ้าอีกสิบเท่า ตกลงไหม?" คุณชายผู้เอาแต่ใจกล่าวอย่างท้าทาย
"คุณชายรองเหตุใดจึงไปท้าทายนางเช่นนั้นเล่าขอรับ ยานั่นราคาเม็ดละหนึ่งพันตำลึง สิบเท่าก็...นะ...หนึ่งหมื่นตำลึงเชียวนะขอรับ" เหวินเต๋อกระซิบเตือนผู้เป็นนายละล่ำละลัก
"หมื่นตำลึงก็หมื่นตำลึงสิ ตระกูลโม่มิได้ขาดเงินเสียหน่อย ขอเพียงท่านพี่ข้าปลอดภัย เท่าไหร่ข้าก็จ่าย" คุณชายรองโม่กล่าวอย่างไม่ใส่ใจนัก
เดิมทีหากเหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นกับชาวบ้านธรรมดาหาเช้ากินค่ำ หลิวฟางเซียนคงไม่คิดที่จะเรียกเก็บเงินเช่นนี้ หากแต่พรรคพยัคฆ์เหมันต์ช่างโอ่อ่า จะให้นางมอบยาที่ทำจากสมุนไพรหายากราคาแพงกับพวกเขาเปล่าๆ เห็นทีจะไม่เหมาะนัก ในเมื่อเขาอยากจ่ายให้นางหมื่นตำลึงตามคำที่กล่าวออกไปแล้วนางก็จะรับไว้ อย่างไรเสียกำไรจากการค้าครั้งนี้ยังสามารถจ่ายค่าสมุนไพรให้นางได้นำไปช่วยคนอีกเยอะทีเดียว
แพขนตาบางใต้คิ้วงามสีเข้มค่อยๆ เปิดขึ้นอย่างช้าๆ ท่านประมุขฟื้นขึ้นหลังจากผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วยามพอดี คุณชายรองโม่และเหวินเต๋อรีบรุดไปที่ข้างเตียงอย่างยินดี ทว่าดวงตาคมนัยน์ตาดำครามนั้นกลับมองข้ามบุรุษทั้งสองมาทางดรุณีน้อยแปลกหน้าอย่างไม่ชอบใจนัก
"นางเป็นใคร พวกเจ้าปล่อยให้สตรีเข้ามาในห้องของข้าได้อย่างไร" ประมุขพรรคผู้ยิ่งใหญ่กล่าวด้วยน้ำเสียงดุดันน่ายำเกรง สายตาของเขาที่จ้องมองมาทางหลิวฟางเซียนช่างดูไม่เป็นมิตร เห็นทีข่าวลือที่ว่าท่านประมุขเย็นชาต่อสตรีคงจะเป็นเรื่องจริง
"ท่านประมุขอย่าเพิ่งโมโหขอรับ แม่นางผู้นี้เป็นหมอหญิงที่มียาเซียนกำราบพิษ ทะ...ที่ท่านให้ข้าตามหาก่อนหมดสติขอรับ" เหวินเต๋อละล่ำละลักรีบอธิบาย
"ข้าให้เจ้าไปหาแค่ยา มิใช่ว่าให้พาคนมาเสียเมื่อไหร่"ประมุขหนุ่มพ่นลมหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย เหวินเต๋อผู้นี้ช่างไม่ได้เรื่องได้ราวเสียจริง
"หากคนของท่านไม่พาข้ามาด้วย เกรงว่าท่านคงมิอาจฟื้นกระมัง" หลิวฟางเซียนเอ่ยแทรกเสียงนุ่ม ก่อนจะหันมากล่าวกับคุณชายรองโม่โดยไม่สนใจประมุขหนุ่มนี่นอนทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่บนเตียง "เอาล่ะ คุณชายรองโม่ คนก็ฟื้นแล้ว ข้าก็ควรจะกลับได้แล้ว เงินค่ายาเซียนกำราบพิษที่ท่านตกลงไว้พรุ่งนี้ค่อยให้คนนำไปส่งให้ข้าที่จวนราชครูหลิวก็แล้วกัน ข้าขอตัว"
"ได้ๆ พรุ่งนี้ข้าจะให้คนไปจัดการ" คุณชายรองโม่รับปาก ก่อนจะหันมาหาพี่ชายจอมเผด็จการของตนเมื่อเห็นว่าหมอหญิงนางนั้นเดินพ้นประตูไปแล้ว
"ท่านพี่ ท่านเป็นอย่างไรบ้าง"
"อาเหยียน วางใจเถิด ข้าไม่เป็นอันใดแล้ว และที่สตรีนางนั้นกล่าวหมายความว่าอย่างไรที่ว่าข้ามิอาจฟื้น" โม่เสวี่ยหยางเอ่ยถามอย่างสงสัย
เขาโดนพิษเฟิ่งเซียนฮวาสีนิลมิใช่หรือ เพียงกินยาเซียนกำราบพิษของหุบเขาไป๋ซานก็ขจัดพิษได้แล้ว เหตุใดจึงต้องพานางมาด้วยหรือนางจะมีประสงค์อื่น
"เหวินเต๋อพานางมา นางอาสามารักษาท่านเอง เพราะเหตุใดข้าเองก็ไม่รู้ได้ ทว่าตอนนางมาถึง เพียงตรวจชีพจรท่านนางก็พบว่าท่านได้รับพิษถึงสองอย่าง"
"เก่งกาจถึงเพียงนั้นเชียวหรือ" โม่เสวี่ยหยางรู้สึกทึ่ง นานแล้วที่เขาไม่ได้พบยอดฝีมือเช่นนี้ "นา
ยังกล่าวอันใดอีกหรือไม่"
