บทที่ 9 ซูเฟยหรง
"คุณหนูเก็บของเช่นนี้ หรือว่าท่านเตรียมไปที่หมู่บ้านตระกูลไป๋แล้วรึเจ้าคะ" อาจิ้นถามขึ้นขณะที่กำลังช่วยผู้เป็นนายจัดของใช้ส่วนตัวใส่ห่อ
"ใช่ ข้าจะเดินทางตอนปลายยามซื่อ ไปถึงที่นั่นคงไม่เกินยามโหย่ว" เจ้าของร่างระหงหันมาบอกสาวใช้ " จริงสิ ข้าว่าจะไปซื้อผ้าที่ร้านแพรพรรณเจ้าใหญ่กับขนมร้านซุนอวี่ไปฝากพวกศิษย์พี่ศิษย์น้องด้วย”
“เจ้ากับอาจูก็ไปเลือกของตัวเองด้วยนะ พรุ่งนี้วันครบรอบอายุสิบแปดของข้า ข้าอยากให้ของขวัญคนใกล้ตัว ทุกคนดีต่อข้านักหากไม่ตอบแทนข้าคงไม่สบายใจ"
"คุณหนูเจ้าคะ รถม้าเตรียมเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ" อาจูตรงเข้ามารายงานผู้เป็นนาย
"ดี เจ้าทั้งสองเก็บข้าวของไว้เรียบร้อยแล้วหรือไม่"
"เรียบร้อยเจ้าค่ะ" สาวใช้ทั้งสองตอบพร้อมเพรียงกัน
"เช่นนั้นพวกเราไปกันเถิด ข้าไปลาท่านย่ากับแม่เล็กมาแล้ว ส่วนท่านพ่อกับท่านพี่ไม่อยู่ประเดี๋ยวองครักษ์เงาคงรายงานพวกท่านเอง" หลิวฟางเซียนกล่าว ก่อนเดินนำสาวใช้ไปขึ้นรถม้า
"คุณหนูเลือกผ้าเสร็จแล้วหรือเจ้าคะ" อาจิ้นละสายตาจากผ้าหลากสีตรงหน้าหันมาถามผู้เป็นนาย
"อืม เจ้าสองคนล่ะเลือกผ้าที่ชอบหรือยัง"
"ข้าน้อยชอบสีชมพูดอกท้อกับสีฟ้าอ่อน ไม่รู้จะเลือกกสีไหนดี" อาจิ้นตอบอย่างลังเล
"ใช่เจ้าค่ะ ข้าน้อยก็ชอบแบบเดียวกับอาจิ้น ทว่าข้าเลือกสีฟ้าดีกว่า สีชมพูดอกท้อคงไม่เหมาะกับข้านัก" ถึงแม้จะเลือกได้แล้วแต่น้ำเสียงของอาจูมองดูเหมือนกำลังตัดใจเลือก
"เช่นนั้นข้าจะซื้อให้พวกเจ้าคนละสองสีเลยแล้วกัน ดีหรือไม่"
"แต่ว่า...คุณหนู" สองสาวใช้อ้ำอึ้ง
"เอาล่ะๆ เถ้าแก่ข้าขอสองสีนี้อย่างละสองพับ" หลิวฟางเซียนบอกเจ้าของร้าน
"เหอะ ข้าก็นึกว่าคุณหนูตระกูลใดมาเหมาผ้าชั้นดีตัดหน้าข้า ที่แท้ก็คุณหนูรองหลิวนี่เอง" ซูเฟยหรง คุณหนูใหญ่ตระกูลซูเอ่ยทักทายอย่างไม่เป็นมิตรนัก
"คุณหนูซู" หลิวฟางเซียนยิ้มทักทายน้อยๆ ตามมารยาท มิได้สนใจใบหน้าไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่าย
"แม่นางหลิวควรจะเอาเวลาที่คิดยั่วยวนชินอ๋อง มาฝึกคารวะเวลาพบคุณหนูของข้าเสียให้ชินนะ ต่อไปยังต้องคารวะบ่อยๆ แน่" เสี่ยวฉิน สาวใช้ของคุณหนูซูเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย้ยหยัน
"ต่อไปจะเป็นอย่างไรนั้นให้เป็นเรื่องของวันพรุ่งนี้เถิด เจ้าเป็นสาวเพียงสาวใช้ไม่ควรสอดปาก หยุดทำตัวต่ำต้อยเพราะความคิดสกปรก ควรจะเอาเวลากล่าวคำถากถางข้าไปปรนนิบัติคุณหนูของเจ้า อย่าได้มาล้ำเส้นข้า" หลิวฟางเซียนกล่าวเสียงเรียบ
"เจ้า!" เสี่ยวฉินเงื้อมือหยาบกร้านขึ้นวาดกลางอากาศหวังจะทำร้ายหลิวฟางเซียน
หมับ!
เหวินเต๋อที่ไม่รู้โผล่มาตอนไหน คว้ามือสาวใช้นางนั้นไว้ก่อนออกแรงเล็กน้อย ผลักนางจนเซถลาไปชนซูเฟยหรงจนพวกนางเกือบล้มลงไปพร้อมกัน คุณหนูใหญ่ตระกูลซูมองมาทางหลิวฟางเซียนด้วยใบหน้าบิดเบี้ยวโกรธเคือง นัยน์ตาเมล็ดซิ่งคู่นั้นขุ่นมัวไปด้วยโทสะ
"หึๆ เห็นทีข่าวลือที่ว่าคุณหนูรองตระกูลหลิวอาสาไปรักษาประมุขพรรคมาร แถมยังมีคนจากพรรคมารไปเยี่ยมเยือนถึงจวนจะเป็นเรื่องจริง มิคิดเลยว่าเจ้าจะตกต่ำไปคบค้าสมาคมกับพวกคนชั่วพรรคมารชั้นต่ำ" ซูเฟยหรงเย้ยหยัน
หลิวฟางเซียนยิ้มน้อยๆ เมื่อได้เห็นคุณหนูตระกูลซูเผยนิสัยที่แท้จริงออกมา "ช่วยคนเจ็บไข้คือคุณธรรมของคนเป็นแพทย์ ข้ามิเคยเลือกช่วยคน ส่วนข้าจะคบหาสมาคมกับผู้ใดนั้นไม่จำเป็นให้คนตื้นเขินเช่นท่านมาตัดสิน"
"เสแสร้ง อย่าคิดว่าข้าไม่รู้นะว่าที่เจ้าคบหาคนพรรคมารก็เพื่อยั่วยวนเรียกร้องความสนใจจากพี่หย่งฉี"
หลิวฟางเซียนมองคุณหนูใหญ่ตระกูลซูด้วยสายตาไร้ความรู้สึก ที่แท้คุณหนูผู้นี้ช่างมีความคิดที่ตื้นเขินกว่าที่นางคาดไว้เสียอีก ช่างดีเหลือเกินที่นางรู้สึกตัวได้เร็วไม่ลุ่มหลงในความรักอย่างโง่งมจนเอาตัวเองไปอยู่ในวังวนของการแก่งแย่ง ดีเหลือเกินที่นางมิได้ตอบตกลงเป็นชายารองให้ชินอ๋อง มิเช่นนั้นเรื่องคงยุ่งยากกว่านี้นัก นอกจากจะสร้างปัญหาให้คนในครอบครัวแล้วยังมิอาจอยู่อย่างมีความสุขในจวนอ๋องได้แน่
"องครักษ์เหวินได้เจอท่านที่นี่ช่างบังเอิญนัก" หลิวฟางเซียนหันไปคุยกับองครักษ์คนสนิทของประมุขหนุ่ม ปล่อยคุณหนูใหญ่ตระกูลซูให้ยืนทำหน้าบิดเบี้ยวเพราะถูกโทสะครอบงำไว้อย่างนั้น โดยไม่หันไปสนใจ จนนางทนไม่ไหวสะบัดชายกระโปรงเดินออกไปเสียเอง
"ข้ามารับชุดที่คุณชายรองสั่งตัด คุณหนูรองหลิวเล่า มาซื้อผ้าหรือขอรับ"
"ใช่ ข้าจะไปเยี่ยมญาติที่หุบเขาไป๋ซานน่ะ เลยมาซื้อของติดไม้ติดมือไป" หลิวฟางเซียนตอบเสียงนุ่มนวล ริมฝีปากอิ่มแย้มยิ้มน้อยๆ อยู่ตลอดเวลา "องครักษ์เหวิน ไหนๆก็เจอท่านแล้ว เช่นนั้นข้าขอฝากยาฟื้นฟูลมปราณนี้ให้กับท่านประมุขโม่ด้วย แม้พิษจะขับออกหมดแล้วแต่ร่างกายก็ได้รับผลข้างเคียง กินยานี้ทุกๆสามชั่วยามจนครบสามเม็ด ลมปราณจะถูกฟื้นฟูกลับมาดังเดิม"
"ขอบน้ำใจคุณหนูหลิวนัก" เหวินเต๋อกล่าวขอบคุณ ก่อนรับขวดยามา
"หากคุณหนูรองหลิวมิรังเกียจ ให้ข้าส่งคนไปคุ้มครองระหว่างทางดีหรือไม่ หากท่านกลัวชาวบ้านนำไปติฉินนินทาข้ายินดีคุ้มครองท่านแบบลับๆ " เหวินเต๋อถามขึ้นก่อนที่สตรีตรงหน้าจะแยกตัวออกไป
หลิวฟางเซียนชั่งใจอยู่ครู่หนึ่งจึงพยักหน้าตกลง เมื่อครู่นางทำให้คุณหนูใหญ่ตระกูลซูไม่พอใจ มิรู้ว่านางคิดจะเอาคืนหรือไม่ อย่างไรก็กันไว้ก่อนจะดีกว่า สตรีตื้นเขินนางนี้คงทำได้ทุกอย่างเป็นแน่ ชื่อเสียงขอซูเฟยหรงนั้นไม่ธรรมดา สกุลซูเลี้ยงดูนางอย่างเอาแต่ใจมาตลอด มายามนี้นางถูกหักหน้าเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะคิดโกรธแค้นไปถึงขั้นไหน จะอย่างไรให้คนของพรรคพยัคฆ์เหมันต์ไปส่งน่าจะเป้นทางเลือกที่ดีที่สุด
