บทที่ 1 1
อุณหภูมิภายในห้องร้อนระอุไม่ต่างจากเปลวไฟ นาทีนี้วนิษายอมรับกับตัวเองว่า…เธอปล่อยให้อารมณ์และความต้องการของร่างกายเป็นฝ่ายนำทาง
ไม่ได้ดื่มเหล้าจนขาดสติ แม้ตอนนี้สติสัมปชัญญะจะมีไม่เต็มร้อยแต่ก็รู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่
ดวงตาฉ่ำปรือมองเจ้าของร่างสูงที่กำลังเปลื้องอาภรณ์โชว์ร่างกายกำยำสมกับชายชาตรี
เรียวปากอิ่มเม้มเข้าหากันแน่นขณะที่ดวงตาเรียวรีค่อยๆ สำรวจตั้งแต่ลำคอไล่ลงมาที่แผงอกแกร่งซึ่งเต็มไปด้วยมัดกล้าม
ใจของหญิงสาววาบหวิวเมื่อเลื่อนสายตาต่ำลงมาถึงกล้ามหน้าท้องแบบคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ
ได้แต่ถามกับตัวเองว่าทำไมที่ผ่านมาเธอเสียเวลาไปฟรีๆ ตั้งหลายปี สุดท้ายกลายเป็น ‘คนโง่’ เพียงเพราะอยากซื่อสัตย์กับใครคนหนึ่งที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคนรัก
น่าขันเสียจริง...
“คุณควรสนใจแค่ผม...” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นซึ่งดูเหมือนมันจะซ่อนความไม่พอใจในกระแสน้ำเสียงนั้น
วนิษาช้อนตามองคนเอาแต่ใจ เห็นนัยน์ตาคมประกายวาววับขึ้นเล็กน้อย อาจด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์หรืออะไรก็ช่าง แต่เธอดันรู้สึกพึงพอใจกับประกายในดวงตาคมคายของชายหนุ่มยิ่งกว่าอะไร
การที่ได้เป็นคนสำคัญมันรู้สึกดีแบบนี้นี่เอง
“ทำให้ฉันลืมเรื่องอื่นสิคะ”
วนิษามองว่าคนตรงหน้ามีคุณสมบัติครบสูตร แบบฉบับที่ผู้หญิงส่วนใหญ่พร้อมกระโจนเข้าหาโดยไม่กลัวว่าตัวเองจะต้องเสียใจในภายภาคหน้า
“แล้วฉันจะสนใจแค่คุณ”
แต่เสือร้ายอย่างไรก็ยังเป็นเสืออยู่วันยังค่ำ ชอบอยู่ในป่ามากกว่าถูกล่ามหรือโดนกักบริเวณ เพราะงั้นอย่าไปคาดหวังหรือจริงจังกับความสัมพันธ์ทางกายเพียงข้ามคืน
การที่เขาเป็นเสือกินเนื้อและไม่ยอมหยุดอยู่ที่ใครง่ายๆ ผู้ชายคนนี้เลยกลายเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับเธอ
“เฉพาะคืนนี้?” เสียงแหบพร่าดูจะทุ้มต่ำกว่าเดิมดังขึ้น และมันก็ช่วยดึงสติที่เหลืออยู่น้อยนิดของวนิษาให้คืนกลับสู่สถานการณ์ตรงหน้า
“ค่ะ แค่คืนนี้” เดิมพันเต็มสิบว่าถึงยังไงผู้ชายอย่างเขาย่อมขยาดกับการผูกมัด ซึ่งเธอก็ไม่ได้นึกอยากผูกสัมพันธ์แต่อย่างใด
“แล้วถ้าผมอยากสานต่อขึ้นมาล่ะ?”
“เรื่องนั้น...” ริมฝีปากบางยิ้มยั่ว “ค่อยว่ากันอีกที”
คำพูดรวมถึงการกระทำคล้ายแม่เสือดาวยั่ว รับบทสวมวิญญาณนางแมวป่าเหมือนเวลาถ่ายแบบ แต่อันที่จริงใจของวนิษากำลังเต้นเป็นจังหวะบ้าคลั่ง แข้งขาเกือบจะอ่อนยวบเมื่อถูกคนตัวโตคว้าเอวแล้วบดจูบลงมาซ้ำแล้วซ้ำเล่า
สมองมึนเบลอหมุนราวกับลูกข่าง เมาเหล้าหรือจะสู้เมาจูบ คนไร้ประสบการณ์แอ่นตัวเข้าสู้บดเบียดแล้วจูบตอบกลับไปแบบไม่รู้ทิศรู้ทาง
ทว่าเสียงครางกระเส่าในลำคอของปรินทร์ทำให้วนิษาบวกคะแนนให้กับตัวเองเพราะคลำมาถูกทาง
“เชื่อผมสิ...” ชายหนุ่มว่าเสียงพร่า กดปลายจมูกโด่งตามกรอบหน้าก่อนลงไปคลอเคลียลำคอระหง
“คืนนี้จะเป็นคืนที่วิเศษสำหรับเรา”
“อื้อ” วนิษาเผลอร้องเสียงแผ่ว ท้องน้อยหดเกร็งเสียววาบไปทั้งกาย หลังจากฝ่ามือใหญ่เลิกเดรสรัดรูปขึ้นมากองบนเอว ฝ่ามือใหญ่เลื่อนต่ำไปยังต้นขาแล้ววกมาด้านใน
เจ้าของร่างบางสะดุ้งยามปลายนิ้วปัดป่ายใจกลางสาวผ่านเนื้อผ้าที่เริ่มมีน้ำเอ่อซึม ตอนนี้รับรู้ได้ถึงความอุ่นร้อนและความฉ่ำแฉะ
“คุณชุ่มไปหมดแล้วคนสวย...”
จังหวะที่ปรินทร์จ้องตาแล้วพูด เหมือนร่างกายของเธอจวนเจียนระเบิด นัยน์ตาคมหลุบลงก่อนที่มุมปากหยักจะกระตุกขึ้นแล้วเอ่ยต่อ
“ผมอยากจะกลืนคุณทั้งตัว”
เจ้าของร่างเล็กเงยหน้าหลับตาพริ้ม เรียวปากบางเผยอออกจากกันเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวของอีกฝ่ายเป่ารดริน ช่องท้องหดเกร็งหวามหวิวไปทั่วร่างกาย
รู้ตัวอีกที...แผ่นหลังของเธอก็นอนราบไปกับเตียง
เก้าโมงครึ่งไม่ขาดไม่เกิน ปลายเท้าวนิษาหยุดอยู่หน้าร้านอาหารกึ่งคาเฟ ร้านตกแต่งค่อนข้างดีมองดูแล้วรู้สึกถึงความเงียบสงบ ติดแค่ตรงที่อยู่ในซอยลึกเกินไปเท่านั้น
เมวิกาก็ช่างหาร้านที่ชวนปลีกวิเวกได้ดีเหลือเกิน
“มีน...ทางนี้” ดวงตากลมทอเป็นประกายขึ้นเมื่อเห็นเพื่อนที่ควบตำแหน่งผู้จัดการนั่งโบกไม้โบกมืออยู่โซนเอาต์ดอร์
เธอกับเมวิกาเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่ปีหนึ่ง อาจเพราะชีวิตมีอะไรคล้ายๆ กันโลกเลยดึงดูดเข้าหากัน สนิทกันชนิดที่ว่ารู้ไส้รู้พุงถึงยอมให้มันเป็นคนช่วยรับงานแต่ละอย่างให้นี่ไง
วนิษาเริ่มเข้าวงการถ่ายแบบตั้งแต่อยู่มหาวิทยาลัย นับแต่นั้นมาก็เริ่มมีงานเข้ามาเรื่อยๆ แต่ส่วนมากรับถ่ายแค่ร้านเสื้อผ้าในอินสตาแกรมเป็นหลัก มีถ่ายโฆษณาบ้างนิดหน่อยเท่านั้น
“ร้านโคตรไกล เกือบหลง” คนที่เพิ่งมาถึงอดบ่นไม่ได้ ครั้นเพื่อนจะนัดเจอที่โรงแรมแต่เป็นเธอเองที่ปฏิเสธ อาจเพราะกลัวว่าจะเจอกับปรินทร์อีกครั้งกระมัง
ที่จริงแล้วเธอก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมต้องหนี
“แกบอกให้หาร้านแบบคนน้อยๆ ส่วนตัวๆ ฉันก็มีปัญญาหาได้แค่นี้แหละจ้า” เมวิกาจีบปากจีบคอพูด ก่อนใช้ดวงตาพิศมองเพื่อนที่หายไปกับปรินทร์ทั้งคืน
“แล้วสรุปเมื่อคืนเป็นไง”
“ก็...อือ” วนิษาแสร้งหยิบเครื่องดื่มที่เพื่อนสั่งรอไว้ให้ขึ้นมาดื่มแก้กระหาย พอสมองหวนนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อคืนท้องน้อยกลับหวามหวิวขึ้นมาจนเผลอหนีบขาเข้าหากัน
ตอนที่ปรินทร์รู้ว่าเธอไม่เคยมีเซ็กซ์มาก่อนสีหน้าเขาดูตกใจพอสมควร แน่นอนวนิษาคิดว่าคนอย่างเขาคงไม่ยอมถอยกลับอยู่แล้ว
‘ทำไมคุณไม่บอกผมก่อน’
