บทที่ 21 21
อาทิตย์นี้วนิษามีถ่ายแบบแบรนด์เสื้อผ้าอีกสองเจ้า เจ้าหนึ่งถ่ายในสตูฯ ส่วนอีกเจ้าถ่ายนอกสถานที่เลยต้องทำงานออกมาให้ดีก่อนที่แสงของวันจะหมดลง
ถ่ายเสร็จต้องรีบไปอีเวนต์งานต่อ นอกจากนั้นก็มีลงงานที่รับรีวิวจากสปอนเซอร์ตามคิวที่เมวิกาเป็นคนรันให้
เกือบสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเมวิกาคุมเข้มเธอเกี่ยวกับเรื่องอาหารการกิน อันที่จริงถ้าช่วงไหนมีถ่ายแบบที่ต้องเน้นรูปร่างมากๆ ก็จะคุมปกติอยู่แล้ว แต่รอบนี้มีงานชิ้นใหญ่อย่างถ่ายโฆษณาเลยต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษ
วนิษายอมรับว่าเมื่อคืนเธอตื่นเต้นจนแทบนอนไม่หลับ แต่ก็ต้องบังคับตัวเองให้ข่มตาจนหลับได้ในที่สุด ทางกองนัดไว้ช่วงแปดโมงเช้าดังนั้นทั้งเธอและเมวิกาจึงเตรียมตัวออกจากคอนโดฯกันตั้งแต่หกโมง
ทว่า...
“รถสตาร์ตไม่ติด” ผู้จัดการสาวหันมาบอกด้วยสีหน้าเหมือนอยากกรีดร้องเต็มทน
“เวรกรรม” วนิษาถึงกับกุมขมับ แล้วก็ดันมาเสียถูกจังหวะด้วย
“ไฟไม่ติดแบบนี้แบตฯ หมดแน่ๆ เหมือนเพิ่งเปลี่ยนไปไม่นานนี้เอง ทำไมหมดไวจัง”
พวกเธอทั้งสองคนไม่ค่อยมีความรู้เรื่องรถเท่าไรหรอก แต่เวลามีปัญหาอะไรก็เอาเข้าศูนย์ตลอด อีกอย่างรถคันนี้อายุยังไม่ได้เยอะถึงขนาดที่ว่าจะพังง่ายๆ มันน่าจะมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง
แต่เรื่องรถเอาไว้ก่อน เพราะเรื่องงานสำคัญกว่า
“เสร็จจากงานค่อยให้ช่างมาดูแล้วกัน” เมวิกาหอบหิ้วข้าวของลงจากรถเมื่อไม่สามารถแก้ไขอะไรได้
มันคือเหตุการณ์สุดวิสัยซึ่งตอนนี้ไม่มีเวลาเอ้อระเหยแล้ว คิดได้ดังนั้นวนิษาจึงช่วยเพื่อนหอบข้าวของแล้วพากันเดินออกไปหน้าปากซอยเพื่อหาแท็กซี่ไปยังสถานีรถไฟฟ้าอีกที
เขาว่าฟ้าหลังฝนมักจะงดงามแต่ชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะงดงามยังไง แค่เริ่มต้นวันมารถดันเสียแบบเอาฤกษ์เอาชัยสุดๆ แล้วเป็นที่รู้กันว่าเช้าวันทำงานรถติดมากแค่ไหน ขนาดตอนนี้เพิ่งจะหกโมงกว่าแต่รถก็เริ่มเยอะแล้ว
“ตึกอะไรนะมี่ จะกดเรียกรถในแอปฯ”
วนิษาพูดยังไม่ทันจบโทรศัพท์ของเพื่อนก็แผดเสียงขึ้นมา เมวิกายกมือขึ้นห้ามเหมือนออกคำสั่งให้เธอหยุดอยู่กับที่ก่อนที่มันจะกดรับโทรศัพท์ ซึ่งเธอก็ไม่ทันมองว่าใครโทรเข้ามา
“เมวิกาค่ะ” ปล่อยให้เพื่อนคุยธุระก่อน ส่วนเธอก็ยื่นโทรศัพท์ให้มันพิมพ์ชื่อสถานที่ที่เราต้องไป เมวิการับไปถือไว้แต่ยังไม่ได้ให้ความสนใจอาจเพราะต้องแยกประสาทคุยโทรศัพท์
“มาเองเลยเหรอคะ ตอนนี้มี่อยู่กับมีนพอดีเลยค่ะ”
หืม? พอมีชื่อตัวเองเลยพาให้สงสัยว่าปลายสายของผู้จัดการคือใคร แทนตัวเองด้วยชื่อเล่นแถมยังพูดจาสุภาพแบบนั้น นึกไม่ออกจริงๆ ว่ากำลังคุยอยู่กับใคร
แล้วจู่ๆ เพื่อนก็ยัดโทรศัพท์คืนให้กันแล้วคว้ามือเธอ วนิษาจำต้องเร่งฝีเท้าตามไปในขณะที่เมวิกายังไม่วางสายจากคนที่น่าสงสัย
กระทั่งเราเดินมาถึงหน้าคอนโด...
“โอ๊ะ! บีเอ็มคันสีดำใช่ไหมคะ เห็นแล้วค่ะ” แน่นอนว่าวนิษาย่อมมองหารถสีดำโดยอัตโนมัติ ซึ่งก็มีรถคันหนึ่งจอดเทียบตรงที่พวกเธอยืนอยู่พอดี
กระจกด้านข้างคนขับเลื่อนลงเผยให้เห็นใบหน้าเจ้าของรถรวมถึงคนที่โทรเข้ามา
“คุณชาลี?” เสียงนั้นคือเมวิกาที่เอ่ยออกไป ส่วนวนิษานั้นได้แต่ครางในลำคอที่เห็นคนของปรินทร์อยู่ตรงหน้า
“ครับ” เจ้าของชื่อขานรับเหมือนยืนยันตัวตน ชายหนุ่มมองข้าวของที่หญิงสาวหอบหิ้วจึงเอ่ยปากถาม “จะไปไหนกันเหรอครับ”
“กำลังจะไปตึก xxx ค่ะ แต่พอดีรถเสีย” เมวิกาเห็นโอกาสอยู่ตรงหน้าจึงรีบคว้าไว้ “ไม่ทราบว่าทางที่คุณชาลีจะไป ผ่านพวกสถานีรถไฟฟ้าหรือรถไฟใต้ดินบ้างไหมคะ...”
“ครับ ขึ้นมาได้เลย”
เมื่ออีกฝ่ายอนุญาตผู้จัดการสาวจึงรีบเปิดประตูข้างคนขับแล้วหันไปสำทับคนที่ยืนนิ่ง “เร็วแก ไม่งั้นไปสายนะ”
นาทีนั้นไม่มีทางอื่นให้เลือกนัก สรุปแล้วตอนนี้วนิษาก็พาร่างตัวเองขึ้นมานั่งเบาะหลังจนได้ เธอค้อมศีรษะให้คุณชาลีเล็กน้อยเมื่อเขาเป็นฝ่ายค้อมศีรษะให้ก่อน
“ผมเสร็จจากธุระพอดีก็เลยตั้งใจจะเอาของมาคืนตามที่อยู่ที่คุณมี่ให้ไว้น่ะครับ” ชาลีอธิบายความเป็นมาของการ ‘บังเอิญ’ เจอกัน
“อย่างน้อยในความโชคร้ายก็ยังเหลือความโชคดีเนอะ ใช่ไหมแก...” ประโยคท้ายเมวิกาหันมาถามวนิษาอย่างมีเลศนัย มองจากดาวอังคารยังรู้เลยว่าไอ้เพื่อนตัวดีกำลังคิดอะไรแผลงๆ อยู่แน่ๆ
“การ์ดโฮลเดอร์ของคุณมีนอยู่ในกล่องนะครับ ลองเช็กของดูก่อน พอดีผมเจอว่ามันหล่นอยู่ใต้เบาะที่นั่ง” ของที่ว่าก็คือสิ่งที่เธอตามหาอยู่สินะ
แต่แปลก...เธอจำได้ว่าตอนนั้นแม้จะรีบเดินตามปรินทร์ขนาดไหน แต่ตอนที่ลุกออกมาก็กวาดตามองแล้วว่ามีอะไรตกหล่นอยู่หรือเปล่า
“ว่าแต่รถเสียนี่เป็นอะไรเหรอครับคุณมี่” วนิษาไม่แน่ใจว่าคุณชาลีพยายามเบี่ยงความสนใจหรือเปล่า แต่ตอนนี้เขาเปลี่ยนประเด็นโดยหันไปคุยกับเมวิกาแทน
“มีช่างมาลากรถไปหรือยัง”
“ยังค่ะ” ผู้จัดการสาวส่ายหน้า “ยังไม่รู้ด้วยว่าเป็นอะไร อยู่ๆ ก็สตาร์ตไม่ติดขึ้นมาเฉย”
“จริงๆ คนรู้จักผมเปิดอู่ซ่อมรถอยู่นะครับ เรียกใช้บริการได้เลย”
“งั้นก็ดีเลยค่ะ แบบนี้มีส่วนลดให้ไหมคะเนี่ย” ถ้าเป็นคนอื่นคงได้คิดว่าสองคนนี้ต้องรู้จักกันมาก่อนแน่ๆ ดูคุยเหมือนคนสนิทที่รู้จักกันมานาน “ล้อเล่นนะคะคุณชาลี ยังไงมี่ขอคอนแท็กต์ไว้หน่อยค่ะ เผื่อให้เขามายกรถไปเลยทีเดียว จะว่าไปมี่ก็ไม่ได้ตรวจเช็กสภาพรถมานานแล้ว”
“ได้ครับ เดี๋ยวผมจัดการให้” คุณชาลีตอบรับอย่างคนใจดี
