บทที่ 24 24
แม้วนิษาจะไม่ได้มีชื่อเสียงเท่ากับดารานักแสดงแต่ก็พอเป็นที่รู้จักอยู่บ้าง ซึ่งที่ผ่านมาเธอค่อนข้างระมัดระวังตัวตลอดในเรื่องข่าวด้านลบ อาชีพเธอดูได้เงินมาง่ายก็จริงแต่การแข่งขันค่อนข้างสูงลิบ ตั้งแต่ต้นปีมานี้มีอินฟลูฯ ตุ้บเรื่องข่าวฉาวไปก็หลายคน ดังนั้นอะไรที่พอจะหลีกเลี่ยงได้ก็ควรเลี่ยง มันได้ไม่คุ้มเสียหรอก
“อยากกินยำนัวๆ อะมี่ เปรี้ยวปากมากเลยตอนนี้” วนิษาฉีกเรื่องชวนคุยเรื่องอื่นจะได้ไม่ต้องขุดเรื่องในอดีตขึ้นมารกสมองอีก
“โนจ้ะ พรุ่งนี้เหลือถ่ายฉากรวม แกอยากหน้าบวมออกกล้องหรือไง” ด้วยตารางงานที่ว่างไม่ตรงกัน วันนี้คนที่มาถ่ายจึงมีแค่วนิษากับนิษฐาเท่านั้น “อดเปรี้ยวไว้กินหวานเนอะ เสร็จงานพรุ่งนี้ค่อยจัดหนัก”
คนถูกห้ามพยักหน้ารับก่อนเดินออกจากลิฟต์ตามเพื่อนไป พอเสร็จจากงานทีไรเหมือนพลังงานมันหดหายแถมไม่ได้กินของที่ชอบอีกโลกมันก็จะหม่นๆ นิดหน่อย
วนิษาพยักหน้าให้เพื่อนเมื่อเมวิกาชี้นิ้วบอกกลายๆ ว่าจะเข้าห้องน้ำ ส่วนเธอที่จัดการธุระส่วนตัวเรียบร้อยตั้งแต่อยู่ในกองแล้วจึงควักโทรศัพท์ออกมาดูอะไรเรื่อยเปื่อยฆ่าเวลา
ยิ่งมีสายเรียกเข้าแถมคนที่โทรมาคือวศพลมันยิ่งทำให้วนิษารู้สึกเหมือนหมดอาลัยตายอยาก
“มีอะไร” โทรมาทีไรไม่เคยมีเรื่องดีให้น่ายินดีนักหรอก
“บอกเลขบัญชีมาหน่อย” ทว่าสิ่งที่ได้ยินทำเอาคนเป็นพี่อย่างเธอแปลกใจไม่น้อย อยู่ๆ มาขอเลขบัญชีธนาคารเนี่ยนะ
“ทำไม? จะโอนเงินให้ใช้หรือไง” แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ วนิษาไม่เคยไว้วางใจน้องชายสักนิด
“บอกเลขมา” ได้ยินเสียงวศพลกระแทกลมหายใจจนเสียงดัง ก่อนที่มันจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูแล้วคล้ายกับกลั้วหัวเราะ “ฝากเงินไปจ่ายหนี้เจ้าของคลับให้หน่อย รู้จักกับเขาไม่ใช่เหรอ”
ตอนนี้เกิดคำถามขึ้นในหัววนิษาหลายอย่าง หนึ่งเลยคือวศพลไปเอาเรื่องที่เธอรู้จักกับปรินทร์มาจากที่ไหน และสองจำนวนเงินเป็นแสนนั้นไปหามาจากไหนอีก
“มีน...บอกเลขบัญชีมาดิวะ”
พอเธอเงียบมันก็เลยเริ่มหัวเสียตามสเต็ป
“ทางนั้นขีดเส้นตายวันนี้ รู้จักกับเขา ไงก็เอาไปคืนให้ด้วยแล้วกัน”
“แล้วทำไมไม่โอนเข้าบัญชีเขาไปเลย” จะมาโอนให้เธอซ้ำซ้อนทำไมกันไม่เข้าใจ
“เขาให้จ่ายต่อหน้า” เหตุผลข้อนี้ทำเอาหญิงสาวมุ่นหัวคิ้ว “หรือจะให้ไปเหยียบที่นั่นอีกไหมล่ะ จะได้เจอไอ้เวรพวกนั้นอีก บอกไว้ก่อนว่าช่วงนี้พ่อยิ่งเพ่งๆ อยู่”
“แล้วไปเอาเงินมาจากไหน”
“ไม่ได้ขายยาแล้วกัน” แล้วดูมันตอบคำถาม แบบนี้น่ายื่นมือช่วยตรงไหน
วนิษาถอนหายใจกลัดกลุ้มปัญหาที่โดนเทใส่ตัวเอง สุดท้ายก็ให้เลขบัญชีไปจะได้จบปัญหาเรื่องนี้สักที รอไม่นาน SMS แจ้งเตือนว่ามีเงินเข้าบัญชีตรงตามจำนวนเงินที่น้องชายบอกไว้
แต่ตอนนี้เธอกลับต้องมาเครียดต่อเพราะลืมไปว่ารถเสีย ไม่รู้ด้วยว่าซ่อมเสร็จหรือยัง
‘เขาขีดเส้นตายวันนี้’
เวรกรรม! แล้วแบบนี้จะทำยังไง
ระหว่างที่ยืนคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ เมวิกาออกจากห้องน้ำมาพอดีเลยทำให้วนิษานึกบางอย่างออก คงต้องขอเบอร์โทรคุณชาลีจากเพื่อนอีกที ครั้นจะกลับไปค้นหานามบัตรที่ปรินทร์เคยให้ไว้ก็จำไม่ได้แล้วว่าวางไว้ไหน
“หาไรกินก่อนปะ หรือซื้อไปกินที่ห้องทีเดียว”
“กินที่ห้องแล้วกัน” ตอนนี้อยากกลับห้องไปควานหานามบัตรเจ้าของคลับมากกว่า
“อ้าว! คุณชาลียังไม่กลับอีกเหรอคะ” การสนทนาหยุดชะงักเมื่อสายตาของเมวิกาไปสะดุดอยู่กับชายร่างสูงใหญ่ที่นั่งอยู่หน้าร้านกาแฟ “อย่าบอกนะว่ารอรับพวกเรากลับด้วย”
วนิษาชื้นใจนึกขอบคุณขึ้นมาทันทีที่เห็นคุณชาลีในเวลานี้
“คุณมี่ลืมให้กุญแจรถน่ะครับ โทรไปก็ไม่รับสาย แต่ผมให้คนยกรถไปไว้ที่อู่แล้ว” คนพูดโชว์หน้าจอโทรศัพท์ให้ดูซึ่งเป็นรูปขั้นตอนการยกรถ “แต่ยังทำอะไรไม่ได้”
“โอ๊ยตาย! มี่ก็ลืมให้ไว้” โทรศัพท์กดปิดเสียงไว้เพราะกลัวรบกวนการทำงานของทีมงาน “แบบนี้ต้องเอาไว้กี่วันคะ มี่ต้องรีบใช้รถด้วย”
“ถ้าเช็กแล้วไม่เป็นอะไรมาก คิดว่าไม่นานน่าจะเสร็จครับ ขับกลับได้เลย”
“เอาไงดี” เมวิกาหันไปถามความเห็นเพื่อนที่เอาแต่ยืนนิ่ง “แกจะกลับไปก่อนไหมมีน ถ่ายงานเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว เดี๋ยวฉันไปที่อู่เอง”
“เอ่อ...” วนิษากัดปากอย่างชั่งใจ ไหนๆ เรื่องที่วศพลก่อความวุ่นวายเมวิกาก็รู้อยู่แล้ว ดังนั้นเลยไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอะไร “ตอนนี้เจ้านายของคุณชาลีอยู่ไหนเหรอคะ คือมีนมีเรื่องที่ต้องคุยกับเขาน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจอยู่ชั่วขณะ ก่อนที่ริมฝีปากหนาจะคลี่ยิ้มแล้วเอ่ย
“ถ้างั้นคุณมีนคงต้องไปอู่พร้อมกับคุณมี่แล้วละครับ”
กลายเป็นว่าตอนนี้พวกเราทั้งสองคนกลับมานั่งบนรถของคุณชาลีเหมือนกับเมื่อเช้า แต่ที่เปลี่ยนไปก็คงมีแค่เมวิกาที่บอกคนขับว่าขอเสียมารยาทนั่งเบาะหลังกับเพื่อนเพราะมีเรื่องจะคุยด้วย
ไม่ต้องเดาอะไรให้มากความวนิษาก็พอจะรู้ว่าเป็นเรื่องอะไร
“อะไรยังไง อยู่ๆ ก็รู้สึกแน่นอกงี้เหรอ” คนที่แน่นอกตัวจริงโน้มตัวกระซิบถาม “หรือเปลี่ยนใจ ไหนรีบตอบซิ”
“ไม้มันโอนเงินฝากให้จ่ายค่าเสียหายแทน” โชว์หลักฐานการโทรเข้ารวมถึงข้อความจากธนาคาร “เพราะงั้นพับโครงการของแกเก็บไปได้เลย”
