บทที่ 8 8
Midnight คือสนามแข่งรถแบบถูกต้องตามกฎหมายย่านชานเมือง ยิ่งในคืนวันหยุดขาซิ่งยิ่งหลั่งไหลพากันมารวมตัวกันที่นี่
มันคือแหล่งกบดานสำหรับสองพี่น้องอย่างกฤชกับปรินทร์ที่และยังรวมไปถึงเพื่อนสนิทอย่างคทาธร
ทั้งสามหุ้นกันเปิดที่นี่เมื่อหลายปีก่อน ไม่เพียงแต่จะเป็นสนามแข่งรถแต่ด้านในยังมีคลับเล็กๆ ไว้นั่งดื่มแต่จำกัดสิทธิ์ให้สมาชิกระดับ Platinum เท่านั้น
และชั้นบนยังมีพื้นที่ส่วนตัวรวมถึงห้องนอนของแต่ละคน ซึ่งปรินทร์ก็มักปลีกวิเวกมาอยู่ที่นี่อยู่บ่อยครั้ง
เช่นวันนี้
เขาถึงที่นี่ตั้งแต่ช่วงเที่ยงหลังจากดีลกับลูกค้าเกือบทั้งวัน นัดกับเพื่อนไว้เพื่อลองสนามใหม่ได้ราวๆ สองสามรอบแล้วพาตัวเองขึ้นมาพักผ่อน ตื่นขึ้นมาอีกทีถึงรู้ว่าฟ้ากำลังจะมืดพอดี
ประตูถูกเคาะจากด้านนอกตามด้วยเสียงกดรหัสไม่นานระบบก็ปลดล็อก เวลาแบบนี้หากไม่ใช่เรื่องด่วนส่วนมากชาลีจะไม่ขึ้นมาด้านบนโดยพลการ
“คุณกฤชกำลังมาครับ”
ปรินทร์นิ่งไปพักหนึ่งก่อนพยักหน้ารับส่งๆ ไม่แปลกหรอกถ้ามันจะถ่อมาถึงที่นี่ ถึงกฤชไม่ใช่พวกพูดมากแต่มันเก่งในเรื่องสร้างความกดดันให้คนรอบตัว
ไม่งั้นคงไม่ถูกบรรดาญาติฝั่งพ่อเขม่นแบบนั้น และเพราะเหตุผลนี้เขาถึงผลักภาระบริษัทให้คนเป็นพี่ดูแลทั้งหมด ขี้เกียจปวดหัวกับความประสาทของฝูงแร้งที่จ้องแต่จะรุมทึ้ง
“อะไรของมึงอีก?” ชายหนุ่มเลิกคิ้วถามลูกน้องที่ยืนนิ่งไม่ขยับตัว
ชาลีถือเป็นมือขวาและเลขาส่วนตัวก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรล้วนจัดการได้ดีเกินคาด แม้มันจะติดกวนตีนไปนิดแต่ก็ถือว่าเป็นสีสัน อีกอย่างทำงานด้วยกันมาหลายปีถือว่าไว้ใจได้คนหนึ่ง
“เกี่ยวกับผู้หญิงคนนั้นน่ะครับ”
ปรินทร์มุ่นหัวคิ้วกับประโยคที่ไม่ได้ขยายใจความ “คนไหน?”
ชาลีคิดอยู่นานว่าควรนำเรื่องนี้มาบอกนายดีหรือเปล่า แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจได้เมื่อเจอกับวนิษาอีกครั้งในคืนวันงานเปิดตัวน้ำหอมที่โรงแรมริมแม่น้ำ
“อ่า...ผมหมายถึงคุณมีนน่ะครับ”
ท่าทีของเจ้านายนั้นดูมีความสนใจขึ้นมาเล็กน้อยหลังจากได้ยินชื่อ ‘คุณมีน’ แต่ก่อนที่จะรายงานประตูกลับถูกเปิดเข้ามาเสียก่อน
การปรากฏตัวของพี่ชายนั้นใช้เวลาเร็วกว่าที่เขาคาดคะเนไว้
ปรินทร์ส่งยิ้มหวานๆ ให้คนเป็นพี่แต่กลับไม่ได้รับอะไรกลับมานอกจากใบหน้าเฉยชา
บอกตามตรงว่าแว่นสายตาเข้ากับลุคที่มันพยายามสร้างขึ้นมาเกินกว่าที่คาดไว้ กฤชมันไม่ได้สายตาสั้นแต่อย่างใด มันจงใจใส่อำพรางสายตาตัวเองเวลามองคู่สนทนาก็เท่านั้น
แม้สีหน้าของกฤชจะเรียบนิ่งตามปกติ แต่คนที่อยู่กับมันมาทั้งชีวิตอย่างเขามีหรือจะมองไม่ออกว่ามันกำลังหัวเสียแบบสุดขีด
“ติดต่อยากเหลือเกินนะไอ้น้องเหี้ย!”
นั่นไง...คำทักทายแบบอบอุ่น
“มึงก็เหมือนกัน” คราวนี้กฤชหันไปทางชาลี “กว่าจะง้างปากได้แต่ละคำ”
ชาลียังคงมีสีหน้าเรียบเฉยก่อนที่จะค้อมศีรษะลงแล้วอพยพตัวเองไปอยู่ด้านหลังเพื่อปล่อยให้สองพี่น้องเคลียร์กันเอง
คนเป็นพี่ทิ้งตัวลงกับอาร์มแชร์ตัวนุ่ม แต่ยังไม่วายด่าน้องชายตัวเองผ่านทางสายตาอันเกรี้ยวกราด ในขณะที่คนถูกด่าได้แต่กระตุกยิ้มชวนยั่วฝ่าเท้า
“กูแค่หวังดี แล้วมึงโมโหอะไร” ที่มันดั้นด้นมานี่ไม่ได้มีอะไรสำคัญนักหรอก มันแค่ตั้งใจมาด่ากันมากกว่า
“มีคนคอยดูแลไม่ดีตรงไหนวะ”
“รำคาญ วุ่นวาย” กฤชแสยะยิ้มพลางส่ายศีรษะอย่างระอา
ปรินทร์ถึงกับหลุดหัวเราะลั่นห้องกับอาการไม่สบอารมณ์ของอีกฝ่าย ในสายตาคนอื่นแล้วคงมองว่ากฤชเป็นคนประเภทสุภาพบุรุษแต่ยังคงมีความนิ่งขรึม
แต่ใครจะรู้ว่ามันคือภาพลักษณ์ที่มันตั้งใจสร้างขึ้นมาต่างหาก
“อังคารนี้ประชุมผู้ถือหุ้น” กฤชลุกจากอาร์มแชร์เดินไปนั่งอยู่หน้าบาร์แทน ในมือกำลังโคลงแก้วซึ่งน่าจะเป็นวิสกี้เครื่องดื่มโปรดของมัน
มาถึงก็จัดเลย...สงสัยจะหงุดหงิดของจริง
“กูอยากให้มึงเข้าด้วย”
ได้ยินสิ่งที่พี่ชายพูดแล้ว คนฟังถึงกับพรูลมหายใจราวกับคนเกียจคร้าน ถึงเขาจะโยนเรื่องบริษัทให้เป็นของกฤชก็จริงแต่ตัวเองก็ยังมีหุ้นในนั้นอยู่
“ถ้าว่างจะไป” ปรินทร์ตอบเสียงเนือย ขณะที่นัยน์ตาคมจดจ้องอยู่กับหน้าจอโทรศัพท์ของชาลี หัวคิ้วขมวดมุ่นเมื่อกดเล่นวิดีโอเห็นภาพของหญิงสาวคนหนึ่งที่หนีจากไปตั้งแต่เช้าตรู่หลังจากที่เราเพิ่งจะสนุกกันสุดเหวี่ยงทั้งคืน
“มึง-ต้อง-ว่าง” น้ำเสียงเข้มจัดดังสำทับขึ้นมา
เล่นเอาปรินทร์นึกอยากลุกไปกระโดดเตะมันให้รู้แล้วรู้รอด แต่หากทำงั้นขึ้นมาจริงคนที่เป็นฝ่ายเพลี่ยงพล้ำน่าจะเป็นเขามากกว่า
เก่งกับคนอื่นได้ แต่เว้นไอ้ห่ากฤชไว้คนหนึ่งแล้วกัน
ปรินทร์เหลือบมองพี่ชายที่นั่งจิบวิสกี้อย่างเงียบๆ เหมือนว่ามันกำลังจมอยู่กับความคิดหลังจากที่สบถด่าเขาไปก่อนหน้านี้ เพราะแบบนั้นเขาจึงออกคำสั่งกับคนของตัวเองด้วยการพยักพเยิดหน้า
“เมื่อกี้มึงว่าอะไรนะ” ปรินทร์ยอมรับว่าชื่อของ ‘มีน วนิษา’ ยังฝังอยู่ในสมอง อาจเพราะไม่เคยเจอคนแบบนี้มาก่อนเลยส่งผลให้จำง่ายกว่าคนอื่นที่ผ่านเข้ามา
“เรื่องที่แขกทะเลาะวิวาทเมื่อเดือนก่อนน่ะครับ” เห็นคนเป็นเจ้านายมุ่นหัวคิ้ว ชาลีจึงยื่นข้อมูลที่สืบมาให้ทันที “เหมือนว่าผู้ชายคนนี้จะมีความเกี่ยวข้องกับคุณมีน”
ปรินทร์ไม่ชอบยุ่งกับคนที่มีเจ้าของเท่าไร แต่ซูมดูข้อมูลตรงหน้ากลับต้องผ่อนลมหายใจเพราะมันไม่ใช่สิ่งที่เขาเดาไว้
แต่ถ้าจำไม่ผิด...คืนนั้นท่าทีของวนิษาดูคล้ายกับคนที่เพิ่งอกหักหรือไม่ก็เพิ่งเลิกรากับคนรัก ซึ่งมันก็สอดคล้องกับคืนที่เห็นว่าเจ้าตัวยืนถกเถียงกับหนุ่มสาวคู่หนึ่ง
