บทที่ 10 ขวัญใจมหาชน

“หวัดดีทัช สวัสดีครับทุกคน” พุฒิพงษ์รับไหว้ทุกคนเพราะเขาอาวุโสกว่าและอยู่พร้อมกับผู้สมัครรับเลือกตั้งของจังหวัดพิษณุโลกมารอรับหัวหน้าพรรคและกรรมการบริหารพรรคมาช่วยหาเสียง

“หวัดดีเพื่อน พวกเราไปช่วยหาเสียงที่อุตรดิตถ์กันก่อนนะครับคุณถาวรเดี๋ยววันจันทร์อังคารเรามาช่วยหาเสียงที่พิษณุโลก” เตชทัชตบไหล่เพื่อนทักทายเบาๆและทักทายเจ้าถิ่นที่มาต้อนรับเขาพร้อมคณะและได้วางแผนงานกันไว้แล้วว่าเสาร์อาทิตย์เขาช่วยลูกพรรคที่อุตรดิตถ์แล้ววันจันทร์อังคารมาช่วยลูกพรรคที่พิษณุโลกแล้วกลับกรุงเทพส่วนลูกชายจะอยู่ช่วยแค่สามวันแล้วกลับไปหาเสียงของตัวเองต่อ

“ไม่มีปัญหาครับคุณทัช” นายถาวรผู้สมัครส.ส.พิษณุโลกตอบหัวหน้าพรรคที่ตระเวรช่วยลูกพรรคหาเสียงมาตลอดเดือนกว่าแม้ไม่ทั่วถึงแต่จัดทีมงานกรรมการบริหารพรรคไปทุกจังหวัด

“สวัสดีครับคุณลุงพุด” นวพรรษยกมือไหว้เพื่อนของพ่อ

“สวัสดีหลานชาย เป็นยังไงบ้างลุงว่างานนี้ผู้สมัครเขตยี่สิบสองไม่มีใครสู้ได้แน่ๆเลยจริงมั้ย” พุฒิพงษ์พูดกับลูกชายของเพื่อนที่ลงรับสมัครเลือกตั้ง ส.ส.เขตสามย่านฝั่งธนบุรี

“ก็อยู่ที่ชาวบ้านประชาชนจะให้การสนับสนุนครับคุณลุง” นวพรรษพูดอย่างถ่อมตัวถึงแม้เขาจะได้เปรียบคู่แข่งแต่ทางโน้นเขาก็มีพรรคพวกเยอะเช่นกันเขาหวังว่าจะไม่มีใครมาเล่นสกปรกเท่านั้น

“ลุงเชื่อว่าจุลทำได้” พุฒิพงษตบไหล่หลานชายเบาๆให้กำลังใจ “ผมว่าเราเดินทางกันเลยมั้ยครับ เชิญครับทุกท่าน” พุฒิพงษ์เชิญทุกคนไปที่รถเพราะเขาได้จัดเตรียมน้ำชากาแฟแซนวิชไว้ให้สำหรับทุกคนในรถเพราะวางแผนกันไว้ว่าจะไปรับประทานอาหารเช้าที่บ้านของเขาซึ่งตอนนี้ภรรยาของเขาก็ได้จัดเตรียมไว้แล้วเรียบร้อย

เตชทัช นวพรรษ ขึ้นรถคันเดียวกับพุฒิพงษ์แล้วรถทั้งสามคันก็ขับตามกันไปจังหวัดอุตรดิตถ์ซึ่งใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่าก็คุยกันปรึกษากันว่าแผนงานสี่วันนี้มีอะไรบ้างที่พวกเขาต้องทำเพื่อให้ประชาชนเข้าใจว่านโยบายของพรรคต้องการช่วยเหลือประชาชนจริงๆ

เวลา 09.30น.

รถทั้งสามคันก็แล่นเข้าไปจอดในบ้านหลังใหญ่ของพุฒิพงษ์ที่เปิดบ้านต้อนรับทุกคนจากกรุงเทพและพิษณุโลกมาช่วยหาเสียงและปราศรัยในวันพรุ่งนี้

พรสุดาภรรยาของพุฒิพงษ์กับพิมลภัสหรือบูลลูกสาววัน27ปีและพุฒิชัยหรือบูมลูกชายวัย25ปีออกมาต้อนรับทุกคนที่หน้าบ้าน

“สวัสดีค่ะทุกท่าน เชิญรับประทานอาหารเช้าก่อนค่ะ” พรสุดาทักทายเพื่อนของสามีและกรรมการบริหารพรรคอีกหกคนและผู้สมัครส.ส.จากพิษณุโลกและคนติดตามไปหลังบ้านริมแม่น้ำน่านที่เธอได้จัดโต้ะอาหารเช้าจัดเตรียมอาหารเช้าต้อนรับทุกคน

“สบายดีนะครับคุณสุดา” เตชทัชทักทายภรรยาของเพื่อน

“สบายดีค่ะคุณทัช แล้วคุณเดียร์ไม่มาด้วยเหรอคะ” พรสุดาตอบเตชทัชและถามถึงภรรยาของเขาที่สนิทสนมคุ้นเคยกันดี

“พอดีมีงานการกุศลของเค้าก็เลยไม่ได้มาด้วยมีแต่ตาจุลมาช่วยไม่รู้ว่าคุณสุดาจำได้มั้ยครับ ตาจุลนี่คุณสุดาภรรยาของลุงพุดเขา ลูกชายคนรองครับ” เตชทัชแนะนำลูกชายคนรอง

“สวัสดีครับคุณป้า”

“สวัสดีจ้ะ จำได้สิคะคุณทัช คุณจุลแป็นผู้สมัครส.ส.รูปหล่ออายุน้อยแล้วยังเป็นขวัญใจสาวๆและนักข่าวด้วยนี่ต้องจำได้สิคะ แล้วนี่น้องบูลกับน้องบูมลูกชายลูกสาวของฉันค่ะ น้องบูล น้องบูมไหว้คุณลุงทัชกับคุณจุลสิลูก” พรสุดา

“สวัสดีค่ะ/ครับคุณลุงทัช คุณจุล” สองพี่น้องยกมือไหว้เพื่อนของพ่อและรู้ว่าเขามีลูกชายหล่อแต่เธอไม่เคยเจอเพราะเรียนที่เมืองนอกมาตั้งแต่อายุสิบห้าพอจบปริญญาตรีก็กลับบ้านมาอยู่ที่อุตดิตถ์และบริหารโรงแรมไม่ค่อยได้เข้ากรุงเทพแต่ก็รู้จักพวกคนดังไฮโซเพราะเธอก็เป็นเซเลบคนดังในจังหวัดเช่นกัน

“สวัสดีครับคุณบูลคุณบูม” นวพรรษยกมือรับไหว้สองพี่น้องแล้วยิ้มให้

“ไปกินข้าวกันก่อนเดี๋ยวค่อยคุยกัน ทุกคนคงหิวกันแล้วเชิญตามสบายครับ” พุฒิพงษ์เชิญทุกคนไปกินอาหารเช้าที่เตรียมไว้เลี้ยงแขก

ทั้งหมดก็กินข้าวไปคุยกันไปเมื่ออิ่มแล้วก็เอาของไปเก็บที่บ้านพักหลังเล็กใหญ่ที่ตั้งอยู่ริมรั้วรอบบริเวณบ้านของพุฒิพงษ์เตรียมไว้ต้อนรับซึ่งเหมือนยกรีสอร์ทมาอยู่ที่บ้านเพื่อเอาไว้ต้อนรับเพื่อนๆ เมื่อเก็บของเสร็จทุกคนก็เตรียมตัวออกไปหาเสียงในเมืองและเย็นนี้มีปราศรัยที่สนามกีฬา

“พี่บูลจะไปช่วยพ่อหาเสียงจริงเหรอครับ” พุฒิชัยถามพี่สาวที่บอกว่าไม่ไปเพราะร้อนและคนเยอะไม่อยากไปสุงสิงกับพวกทีมงานของพ่อซึ่งแต่ละคนไม่น่าสนใจเลยสักนิด

“ใช่ แกจะไปด้วยมั้ยล่ะ”

“ไม่อ่ะ,ผมมีงาน เอาไว้ว่างก่อนค่อยไปช่วยพ่อที่ไปนี่เพราะลูกชายเพื่อนพ่อหล่อใช่มั้ยละ” คนเป็นน้องรู้ทันพี่สาวเพราะนวพรรษรูปหล่อพ่อรวยไฮโซของแท้ฐานะการศึกษาและชาติตระกูลก็ดีเรียกได้ว่าพ่อของลูกในฝันของสาวๆเลยทีเดียวขนาดเขาเป็นผู้ชายยังยอมรับว่านวพรรษเป็นผู้ชายสมบูรณ์แบบจริงๆ

“สู่รู้จริงๆฝากดูงานที่โรงแรมด้วย” พิมลภัสพูดจบก็เดินออกไปหน้าบ้านที่พ่อของเธอและทุกคนรออยู่ “สวัสดีค่ะอาหิน น้ำน่านกลับมาหรือยังคะ”

“สวัสดีจ้ะน้องบูล เห็นอาโสภีโทรมาบอกว่ามาถึงแล้วนะ น้องบูลมีอะไรหรือเปล่าลูก” กำพลตอบลูกสาวของรุ่นพี่ที่สนิทสนมกับลูกสาวของเขาแต่ห่างกันช่วงไปเรียนต่อพอกลับมาก็เจอกันคุยกันบ้างเพราะลูกสาวของเขาไปเรียนที่กรุงเทพ

“ก็บูลไม่ได้เจอน้ำน่านนานแล้วเมื่ออาทิตย์ก่อนคุยกันเห็นว่าจะกลับบ้านอาทิตย์นี้ก็อยากเจอน้องค่ะเดี๋ยวเย็นนี้บูลชวนน้ำน่านมากินข้าวด้วยกันดีกว่า” พิมลภัสบอกพ่อของวีรินทร์ไว้ก่อน 

“น้องบูลก็โทรบอกน้ำน่านละกัน เดี๋ยวอาไปรถคันโน้นนะ” กำพลยิ้มให้หลานสาวแล้วเดินไปขึ้นรถกับพุฒพงษ์และเตชทัช

ทั้งหมดก็แยกย้ายกันไปขึ้นรถหาเสียงและพิมลภัสก็เลือกขึ้นคันเดียวกับนวพรรษที่มีคนสนิทของเขาติดตามาด้วยสองคนแล้วรถหาเสียงก็ขับตามกันไปสิบกว่าคันจะให้เดินหาเสียงทุกบ้านเหมือนกรุงเทพไม่ไหวแน่เพราะบ้านแต่ละหลังอยู่ห่างกันยกเว้นฝั่งในเมืองที่ต้องเดินหาเสียง

“คุณจุลหาเสียงทุกวันคงเหนื่อยแย่สิคะ” ไฮโซสาวบ้านนอกถามผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.สมัยแรกที่กรุงเทพเธอก็ติดตามข่าวของเขาเหมือนทุกคนและรอวันที่เขาจะมาช่วยพ่อหาเสียง

“ก็ต้องเหนื่อยเป็นเรื่องปกติครับ” นวพรรษตอบสั้นๆเขาไม่อยากให้คนจับตามองว่าสนิทกับลูกสาวของพุฒิพงษ์และความจริงเขาก็ไม่ได้สนิทกับพิมลภัสในเมื่อเธอมาช่วยพ่อหาเสียงมันก็เป็นสิทธิ์ของเธอและเขาก็ต้องทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเท่านั้น

“บูลเห็นข่าวคุณจุลกับเพื่อนไปหาเสียงดูสนุกดีนะคะ”

“พอดีเพื่อนๆว่างก็เลยมาช่วยและชาวบ้านชาวตลาดพวกเขาน่ารักให้การต้อนรับเป็นอย่างดีก็เลยออกมาอย่างที่เห็นครับ” ชายหนุ่มพูดแล้วยิ้มคิดถึงเพื่อนๆไปช่วยหาเสียงจนตลาดแทบแตกเพราะความฮอตของสองหนุ่มแท้กับหนึ่งหนุ่มเทียมที่สาวๆสนใจมากกว่าหนุ่มทั้งแท่งอย่างพีรวัสกับจิรายุสและตัวเขาอีกคน

“คุณจุลมาช่วยพ่อหาเสียงเดี๋ยวบูลจะไปช่วยคุณจุลด้วยได้มั้ยคะ” พิมลภัสถามไฮโซหนุ่มหล่อแล้วยิ้มหวานให้เขาชนิดที่ว่าถ้านวพรรษมองไม่ออกก็ไม่รู้จะว่ายังไงแล้วแต่บนรถมีเธอกับเขายืนคู่กันบนหลังรถแล้วอยู่บนแท่นสูงกว่าคนอื่นและใกล้ชิดกันส่วนคนสนิทของเขายืนอยู่ด้านหลัง

“ไม่เป็นไรครับ ผมมาช่วยคุณลุงพุดหาเสียงตามปกติที่ผู้สมัครและหัวหน้าพรรคและะกรรมการบริหารพรรคที่ต้องช่วยเหลือกันเท่านั้นครับ” นวพรรษมองไปตามถนนและยกมือโบกให้ชาวบ้านที่มองและโบกมือให้พวกเขาพอถึงชุมชนก็จอดรถแล้วพากันลงไปเดินหาเสียงแจกใบปลิวเข้าออกทุกตรอกซอกซอยอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อยทั้งที่แดดก็ร้อนมากยังดีที่ไม่มีมลพิษเหมือนกรุงเทพ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป