บทที่ 13 พี่สาวคนสนิท

“งั้นไปกันเลยนะ วันนี้น้องบูลจะไปช่วยหาเสียงด้วยยังไงลุงฝากจุลช่วยดูแลน้องด้วยนะ” พุฒิพงษ์บอกหลานชายที่ไม่ได้มีท่าทีอะไรกับลูกสาวของเขาแต่ในเมื่อพิมลภัสดึงดันจะไปด้วยเขาก็ไม่รู้จะห้ามยังไงต้อให้ลูกสาวเจอด้วยตัวเองสำหรับเขาทำใจไว้แล้วขอแค่อย่าทำให้เป็นข่าวฉาวโฉ่ก็พอ

“ครับคุณลุงพุด” นวพรรษรักปากเพื่อนของพ่อตามมารยาทเพราะพิมลภัสขึ้นรถคันเดียวกับเขาซึ่งทำให้ทุกคนคิดว่าสองครอบครัวอาจจะเป็นทองแผ่นเดียวกันเพราะเพื่อนสนิทกัน

“เอ้ะ,มันยังไงแล้วคุณทัช คุณพุด หรือจะมีข่าวดีเร็วๆนี้หรือเปล่าเนี่ย” กรรมการบริหารพรรคแซวหัวหน้าพรรคกับผู้สมัครรับเลือกตั้งส.ส.เขตหนึ่งอุตรดิตถ์และยังเป็นเพื่อนสนิทกัน

“ผมก็แล้วแต่ลูกครับจะรักใครชอบใครก็เรื่องของเขาขอแค่เป็นคนดีก็พอครับ” เตชทัชพูดยิ้มๆเขารู้ว่าลูกชายรู้ดีว่าอะไรควรไม่ควร

“เด็กสมัยนี้เราเลี้ยงได้แต่ตัวพวกเขามีความคิดเป็นของตัวเองเราจะสอนจะห้ามก็ไม่ได้ก็ต้องปล่อยให้เขาได้สัมผัสชีวิตจริงด้วยตัวของเขาเอง ผมไม่บังคับกะเกณฑ์ลูกพวกเขาจะรักใครชอบใครก็ต้องให้เขาเลือกเองครับ” พุฒิพงษ์พูดขึ้นเขาไม่ได้คิดอะไรเพราะรู้จักนิสัยของลูกสาวความจริงน่าจะเกิดมาเป็นผู้ชายมากกว่าและเขาไม่ได้เจ้าชู้เหมือนลูกสาวเมื่อคบกับพรสุดาและรักกันพอเรียนจบก็แต่งงานกันเขาก็ไม่เคยนอกใจภรรยาเลยแต่ผิดกับลูกสาวที่ควงหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่คบกันไม่นานก็เลิกและเป็นแบบนี้ตั้งแต่กลับมาจากเมืองนอกแต่เรื่องงานไม่เคยทำให้เขาผิดหวังจึงทำใจยอมรับกับสิ่งที่ลูกสาวเป็น

“คุณจุลมีแฟนหรือยังคะ” พิมลภัสถามหนุ่มหล่อตรงๆเท่าที่เห็นข่าวเขาคบกับไฮโซสาวคนดังแม้จะบอกว่าเป็นเพื่อนกันแต่เธอรู้ว่าเพื่อนนอนกันมากกว่า

“ยังครับ,หากประชาชนให้การสนับสนุนผมเป็นส.ส.นั่นหมายความว่าผมมีภาระมากมายที่ต้องทำไม่มีเวลาจะมาคิดเรื่องนี้และไม่มีเวลาให้ใคร อีกอย่างผมยังไม่พร้อมจะมีครอบครัวครับ” นวพรรษตอบสาวสวยเนื้อหอมคนดังของจังหวัด

“บูลก็คิดเหมือนคุณจุลค่ะ ชีวิตยังมีอะไรสนุกๆให้ทำมากมายจะรีบร้อนแต่งงานไปทำไมจริงมั้ยคะ” สาวสวยช้อนสายตามองหนุ่มหล่อแล้วยิ้มหวานเชิญชวนชายหนุ่มอย่างโจ่งแจ้ง

“ผมไม่มีเวลาว่างมากพอจะเล่นสนุกหรอกครับ สำหรับผมถ้าไม่ก็คือไม่เรื่องบางอย่างมันก็มีข้อยกเว้นครับ” ชายหนุ่มตอบเป็นนัยๆให้สาวสวยคิดเองและเธอก็ไม่ได้โง่ถึงจะฟังไม่ออกว่านวพรรษหมายถึงอะไร

“คุณจุลดูจริงจังมากเลยนะคะ ไม่ต้องคิดมากขนาดนั้นบูลก็เป็นคนสนุกๆไม่ก็คือไม่ค่ะ” พิมลภัสเป็นคนตรงไปตรงมาหากผู้ชายไม่สนเธอก็ไม่แคร์เช่นกันยังมีผู้ชายอีกมากมายที่อยากรู้จักเธอ

“คุณบูลพูดตรงดีนะ”

“ก็ไม่รู้ว่าจะเฟคไปทำไมนี่คะ ชีวิตก็เป็นของเราจะทำยังไงก็ได้แค่มีความสุขก็พออย่าไปคิดอะไรให้มันยุ่งยากค่ะ ขนาดพ่อแม่ของบูลท่านยังทำใจเลยค่ะ” พิมลภัสเริ่มพูดคุยกับนวพรรษมากขึ้นเธอไม่จำเป็นต้องมานั่งกระมิดกระเมี้ยนสร้างภาพเพราะตัวตนของเธอเป็นแบบนี้

“ผมเพิ่งเจอผู้หญิงที่มั่นใจในตัวเองคนแรกนะครับ” นวพรรษพูดยิ้มๆเพราะพิมลภัสพูดเหมือนเพื่อนของเขาที่เคยพูดแบบนี้

“อย่ามาพูดเลยค่ะ คุณจุลก็ไม่ชอบบูลอยู่ดี” สาวสวยมองค้อนไฮโซหนุ่มที่ส่งยิ้มให้เธอ

“อย่างน้อยเราก็เป็นเพื่อนกันได้นี่ครับ” นวพรรษพูดจบก็ยื่นมือไปหาสาวสวย

“เพื่อนก็เพื่อนค่ะ” พิมลภัสยิ้มให้ชายหนุ่มแล้วจับมือกัน

ทั้งสองก็คุยกันถึงเรื่องหาเสียงซึ่งวันนี้เธออาจจะช่วยแค่ครึ่งวันแล้วจะแวะดูงานที่รีสอร์ทในเมื่อนวพรรษไม่สนใจก็ไม่รู้จะฝืนไปทำไมเธอไม่ชอบเอาชนะใครยกเว้นตัวเอง

เวลา 17.30น.

ทุกคนที่ไปช่วยผู้สมัครลงรับเลือกตั้งส.ส.เขตสองหาเสียงก็กลับมาถึงบ้านหลังใหญ่ของพุฒิพงษ์ซึ่งวันนี้โสภีมาช่วยพรสุดาจัดเตรียมอาหารเลี้ยงทุกคนซึ่งสั่งมาจากร้านอาหารที่ลูกชายดูแลยกเว้นเครื่องดื่มซึ่งทุกคนเข้าใจเพราะไม่สามารถจัดเลี้ยงได้จนกว่าจะจบการเลือกตั้ง

“นั่งพักก่อนเถอะโสภี” พรสุดาบอกรุ่นน้องที่มาช่วยงานเธอ

“ไม่เป็นไรจ้ะพี่สุดา งานง่ายๆสบายกว่างานที่ร้านอีกค่ะ” โสภีคุยกับพรสุดาทั้งสองบ้านสนิทสนมกันดีผิดกับภัคจิราที่รู้ว่าพรสุดาสนิทกับโสภีก็พานไม่คบกับพรสุดาแต่ก็ไม่มีใครเดือดร้อน

“แล้วนี่น้ำน่านกลับมาบ้านกี่วันล่ะ”

“มหาลัยหยุดสี่วันจะกลับวันจันทร์สายๆน่ะพี่ ช่วงนี้ใกล้สอบก็เรียนหนักหน่อยเลยไม่ค่อยได้กลับบ้าน เห็นว่าเย็นนี้น้องบูลชวนมากินข้าวด้วยนี่จ้ะ” คนเป็นแม่พูดถึงลูกสาวด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล

“น้ำน่านเรียนเก่งยังไงก็สอบได้อยู่แล้วจ้ะ พูดถึงยัยบูลแล้วพี่ปวดหัวจริงๆรู้อย่างนี้ไม่ส่งไปเรียนเมืองนอกก็ดีหรอก” พรสุดาพูดถึงลูกสาวแต่ทำอะไรไม่ได้ในเมื่อเป็นความผิดของเธอกับสามีที่ส่งลูกสาวไปอยู่กับญาติที่อังกฤษเพื่อเรียนต่อตั้งแต่อายุสิบห้ากลายเป็นคนมั่นใจในตัวเองมากเกินไป

“ขอให้เขาเป็นคนดีก็พอค่ะพี่สุดา” โสภีพูดให้กำลังใจพรสุดาสำหรับเธอขอแค่ลูกเป็นคนดีเพราะไม่มีใครรู้อนาคตล่วงหน้าว่าจะเป็นยังไงจึงสอนลูกมาตลอดว่าทำวันนี้ให้ดีที่สุดและเป็นคนดีก็พอแล้ว

“พี่ก็คิดอย่างนั้นแหละโสภี”

จากนั้นทั้งสองก็เดินดูความเรียบร้อยแล้วรถตู้รถกะบะที่ออกไปหาเสียงตั้งแต่เช้าก็แล่นเข้ามาจอดในบ้านทุกคนก็ลงจากรถมานั่งพักดื่มน้ำเย็นที่เจ้าของบ้านเตรียมไว้ต้อนรับ

“ฉันไปอาบน้ำก่อนนะพุด”

“ตามสบายเพื่อน ดูท่าว่าคืนนี้นายจะนอนหลับสบายแน่” พุฒิพงษ์แซวเพื่อนเพราะวันนี้เดินกันทั้งวัน

“ฉันไหวอยู่แล้วน่าเพื่อน ต่อให้เดินอีกทั้งวันฉันสบายมาก” เตชทัชเบ่งกล้ามให้เพื่อนดูแล้วหัวเราะทำให้ทุกคนหัวเราะตาม

“เชิญทุกคนอาบน้ำอาบท่าให้สดชื่นก่อนแล้วเชิญมารับประทานอาหารเย็นด้วยกันนะคะ” พรสุดาพูดกับทุกคนที่เหนื่อยมากันทั้งวัน

ทุกคนก็แยกย้ายกันไปอาบน้ำรวมถึงนวพรรษก็เดินไปที่บ้านพักริมน้ำแต่ยังมีอีกหลังอยู่ริมน้ำบรรยากาศดีและหลังที่เขาพักก็ดีเหมือนกันเป็นส่วนตัวจัดวางได้อย่างเหมาะเจาะและบรรยากาศตอนเช้าดีมานอนหลับสบายส่วนคนของเขาพักหลังถัดขึ้นไปและพ่อของเขากับคนสนิทและกรรมการบริหารพรรคก็พักหลังถัดกันไปตามแนวยาวไปถึงริมรั้วหน้าบ้าน

“พี่เทนกับพี่ซอไปอาบน้ำก่อนเถอะครับ ผมขอชื่นชมบรรยากาศก่อนแล้วค่อยอาบบน้ำ” นวพรรษบอกคนสนิทก่อนจะเดินเข้าไปในบ้านพักแล้วหยิบเบียร์ในตู้เย็นมาหนึ่งขวดใหญ่แล้วเดินไปนั่งจิบเบียร์ที่โต้ะอัลอยด์มองบรรยากาศยามเย็นโพล้เพล้พระอาทิตย์กำลังลับยอดไม้ซึ่งหาดูที่กรุงเทพไม่ได้ ร่างสูงดื่มด่ำกับธรรมชาติจนเบียร์หมดขวดก่อนจะลุกไปอาบน้ำเพราะเริ่มหิว

วีรินทร์อาบน้ำเสร็จก็ขี่มอเตอร์ไซค์ออกไปก่อนพ่อเพราะแม่อยู่ที่บ้านลุงพุดและพิมลภัสก็โทรมาตามกลัวว่าเธอจะบิดพริ้วไม่ไปดื่มด้วย

“สวัสดีค่ะป้าสุดา”

“สวัสดีจ้ะน้ำน่านพี่บูลเขารออยู่ริมแม่น้ำแน่ะลูก” พรสุดาบอกหลานสาวเพราะลูกสาวให้คนจัดโต้ะอาหารที่ริมน้ำไม่รวมกับผู้ใหญ่

“งั้นน่านไปหาพี่บูลก่อนนะคะป้าสุดา แม่” วีรินทร์บอกแม่และป้าก่อนจะเดินอ้อมไปหาพิมลภัสที่นั่งดื่มอยู่คนเดียว

“มาเลยน้ำน่านพี่รอเธออยู่ตั้งนานแน่ะ”

“แหม,พี่บูลเพิ่งโทรหาน่านไม่ถึงครึ่งชั่วโมงเลยนะคะ” ร่างเล็กนั่งตรงข้ามพี่สาวข้างบ้านเธอไม่ได้สนใจว่าใครจะว่าพิมลภัสยังไงแต่พิมลภัสที่เธอรู้จักเป็นพี่สาวใจดีและดีกับเธอมาตั้งแต่เด็กแม้จะห่างกันตอนไปเรียนต่อที่อังกฤษแต่พอกลับมาก็ยังสนิทกันเหมือนเดิม

“ก็พี่นั่งคนเดียวมันเหงานี่” คนเหงาบ่นกับน้องสาวเพราะช่วงนี้ทำอะไรมากไม่ได้เพราะพ่อถูกจับตาจากฝ่ายตรงข้ามจึงอยู่เงียบๆไม่อยากให้พ่อมีปัญหาจนกว่าจะผ่านพ้นการเลือกตั้ง

“อย่างพี่บูลมีเหงาด้วยเหรอคะ”

“น้ำน่านก็เห็นอยู่ว่าช่วงนี้พี่ไปไหนไม่ได้จนกว่าจะเลือกตั้งเสร็จก็เซ็งเลยสิ ดื่มเป็นเพื่อนพี่หน่อยนะจ้ะ” พิมลภัสบอกน้องสาวแล้วเทไวน์ใส่แก้วให้ก่อนจะโทรบอกให้สาวใช้เอาอาหารมาเสิร์ฟ

“น่านดื่มเยอะไม่ได้นะคะ” คนเคยเมาบอกพี่สาวข้างบ้านแม้จะรู้ว่าดื่มที่นี่ได้และปลอดภัยที่สุดก็ตามแต่อาการเมาค้างมันน่ากลัวกว่า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป