บทที่ 14 เรื่องของผู้ใหญ่
“ไม่เป็นไรน่า ถ้าน้ำน่านเมาเดี๋ยวพักที่บ้านริมน้ำได้เลยคืนนี้พี่ยกให้” พิมลภัสพูดอย่างใจดีอย่างน้อยคืนนี้เธอก็มีเพื่อนดื่มทั้งที่ตอนแรกชวนนวพรรษแต่เขาไม่ได้รับปากเพราะต้องพูดคุยปรึกษาเรื่องหาเสียงต่อในวันพรุ่งนี้ที่จังหวัดพิษณุโลกดีที่เธอนัดน้องสาวคนสวยไว้ก่อน
“แล้วหนุ่มไฮโซของพี่บูลไปไหนแล้วล่ะคะ” วีรินทร์ถามถึงหนุ่มไฮโซของพี่สาวที่พูดถึงเมื่อวานและเธอไม่ได้สนใจแต่ได้ยินพ่อพูดถึงนวพรรษว่าเนื้อหอมมากมีสาวน้อยสาวใหญ่และประชาชนทั่วไปมาขอถ่ายรูปด้วยเยอะแยะไปหมด
“เขาสนใจแต่เรื่องการเมืองไม่ยุ่งเรื่องผู้หญิงจ้ะ ขนาดพี่บอกว่าแค่สนุกกันเขายังปฏิเสธเลย” พิมลลภัสพูดกับวีรินทร์อย่างไม่อายว่าเธอเสนอตัวให้นวพรรษแต่เขาไม่เอา
“เขาอาจมีแฟนแล้วก็ได้ค่ะ” วิรินทร์คิดว่านพรรษหน้าตาหล่อฐานะชาติตระกูลและการศึกษาดีเลิศขนาดนี้ไม่น่าจะโสด
“ก็เห็นข่าวว่าคบกับไฮโซลูกสาวเจ้าของสายการบินสยามแอร์ไลน์นะ แต่เขาบอกว่าไม่มีแฟนสงสัยเป็นแค่เพื่อนนอนกันเท่านั้นแหละมั้ง” พิมลภัสพูดอย่างรู้ดีว่าพวกไฮโซคนดังคบกันก็ไม่ได้แค่กินข้าวดูหนังแล้วกลับบ้านก็เหมือนกับเธอนี่แหละยิ่งคนที่เคยผ่านเมืองนอกมาก็ไม่ค่อยแคร์อะไรนอกจากใช้ชีวิตอย่างมีความสุขจนกว่าจะถึงเวลาที่ต้องมีใครสักคนอย่างจริงจังเพราะสมัยนี้ไม่มีใครถือสาเรื่องพรหมจรรย์
“แหม,พี่บูลขามันอาจจะไม่ใช่แบบนั้นก็ได้ค่ะ” เธอก็พอรู้เหมือนกันว่าคนดังไฮโซเขาคบกันเป็นเพื่อนแต่จะเป็นเพื่อนกิน เพื่อนเที่ยว เพื่อนนอน หรือเพื่อนแท้ก็แล้วแต่พวกเขาจะจัดว่าเป็นเพื่อนแบบไหน
“เรื่องนี้พี่คอนเฟิร์มจ้ะ เพราะวงในเขาบอกมาและเชื่อถือได้” ถึงเธอจะอยู่บ้านนอกแต่ก็มีเพื่อนที่กรุงเทพเหมือนกัน
“ยอมเลยค่ะ ขนาดน่านอยู่กรุงเทพยังไม่รู้จักเขาเลย” คนที่เอาแต่เรียนไม่ได้สนจเรื่องไฮโซ ดาราคนดังหรือข่าวซุบซิบยอมคนอายุเยอะกว่าและมีประสบการณ์โชกโชนพูดให้ฟัง
“นี่ๆ น้ำน่านอย่ามัวแต่คุยสิ เอ้า ชนแก้วหน่อย” พิมลภัสชนแก้วกับน้องสาวและกินอาหารเย็นที่สาวใช้เอามาเสิร์ฟและคุยกันเรื่องงานเรื่องเรียนและจิปาถะตามประสาที่ไม่ได้เจอกันนาน
น้ำน่านก็ดื่มไวน์ไปคุยไปจนติดลมเผลอดื่มไปหลายแก้วคุยกันอย่างออกรสไม่ถึงชั่วโมงร่างเล็กก็คอพับเอนตัวพิงพนักเก้าอี้อัลลอยด์รู้สึกมึนตาลาย
“น่านไม่หวายแล้วค่าพี่บูลล..” เสียงหวานบอกพี่สาวแล้วยกมือโบกไปมาตาลายมองหน้าพิมลภัสที่มีสองสามสี่ห้าหน้าแล้วหลับตาลงก่อนจะลืมตาขึ้นมาใหม่ก็ยังเป็นเหมือนเดิม
“อะไรกันน้ำน่าน ไวน์เพิ่งจะหมดไปขวดเดียวเองคออ่อนจริงๆน้องสาวชั้น” สาวสวยส่ายหน้าไปมามองน้องสาวขำๆเธอกำลังคุยสนุกแต่วีรินท์เมาซะแล้ว
“พี่บูลลทำมายมีหลายหน้าจังเลยค้า..”
“พี่จะโดนอาดินกับอาโสภีว่ามั้ยเนี่ย เดี๋ยวพี่พาไปนอนนะ” พิมลภัสโทรเรียกสาวใช้ชาวลาวมาช่วยพาน้องสาวไปนอนที่บ้านพักของเธอ
“น้ำน่านไหวมั้ย”
“หวายค่า..”
“แน่ะ,ยังจะอวดเก่งอีกนะเรา” คนคอแข็งว่าน้องสาวอย่างขำๆเพราะเธอมีแต่น้องชายพอเพื่อนรุ่นน้องของพ่อบ้านใกล้กันมีลูกสาวเธอก็ชอบมาเล่นกับน้องจึงรักและผูกพันกันเหมือนพี่น้องกันส่วนน้องชายของเธอก็แอบชอบวีรินทร์แบบหญิงชายแต่ไม่กล้าแสดงออกเพราะหญิงสาวบอกว่ายังไม่คิดจะมีแฟน
“ม่าย ม่าย น่านไม่ด้ายอวดเก่งน้าค้า พี่บูลลต้องแกล้งน่านแน่แน้..เอิ้ก อึกกๆๆ..”
“เฮ้ย,น้ำน่านอย่าเพิ่งอ้วกนะน้องรัก จิ๋วเร็วๆสิ” พิมลภัสเร่งสาวใช้ให้ช่วยกันหิ้วปีกน้องสาวเข้าไปในห้องน้ำก่อนจะปล่อยร่างอรชรนั่งลงบนโถชักโครกแล้วเอาถังขยะมารองอ้วกของวีรินทร์
“โอ้กกๆๆ แหวะๆๆ..”
วีรินโก่งคออาจียนเอาอาหารและไวน์รสดีของพี่สาวคนสวยออกไปจนหมดไส้หมดพุงเปรอะเปื้อนชุดของตัวเองแล้วตัวอ่อนพิงพิมลภัสไว้อย่างหมดแรง
“ตายๆน้ำน่านเอ้ย พี่ไม่รู้ว่าเราคออ่อนขนาดนี้” สาวสวยไม่คิดว่าน้องสาวจะคออ่อนขนาดนี้ปกติก็เห็นดื่มนะแต่ไม่มากเท่าวันนี้เพราะขวดที่สองกำลังลงไปครึ่งขวดและเธอดื่มเยอะกว่าวีรินทร์เสียอีก
“โอ้ย,เวียนหัวจางเลยค่าพี่บูล...” คนเมาพูดเสียงยานคางวิงเวียนศีรษะจนมือไม้อ่อนแรงยกไม่ขึ้นแต่รู้ตัวทุกอย่างที่พี่สาวช่วยดูแล
“จะทำยังไงกันดีคะคุณบูล”
“ก็พาน้ำน่านไปนอนที่เตียงแล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวให้แล้วปล่อยให้นอนจนกว่าจะสร่างน่าจะพรุ่งนี้เช้าโน่นแหละ” คนเป็นนายบอกสาวใช้แล้วพยุงวีรินทร์ไปที่เตียงก่อนจะถอดเสื้อกางเกงออกเหลือแต่ชุดชั้นในแล้วช่วยกันเช็ดหน้าเช็ดตัวให้คนเมา
“อื้อ มันเย็นจางเลยค่า น่านหนาว..”
“เวรกรรมของพี่จริงๆนะน้ำน่าน ไม่น่าชวนเรามาดื่มเลยจริงๆๆ..” พิมลภัสพูดขำๆ
“วายของพี่บูลอร่อยม้ากมากค่าา”
“จ้าแม่คุณ นอนไปเลยจ้ะเดี๋ยวพี่ไปบอกอาหินกับอาโสภีเองว่าเรานอนที่บ้านพี่ จิ๋วอยู่เป็นเพื่อนน้ำน่านก่อนนะ ถ้าไม่อาเจียนก็กลับไปนอนได้เลย” พิมลภัสบอกน้องสาวและสาวใช้ก่อนจะจัดห่มผ้าให้ให้น้องสาวแล้วเดินลงไปจากบ้านพักเพื่อไปบอกพ่อแม่ของวีรินท์
พิมลภัสเดินไปที่โต้ะอาหารที่จัดหลังบ้านห่างจากบ้านพักของเธอพอสมควรและสว่างไสวไปทั่วบริเวรบ้านและปลอดภัยเพราะมีรั้วรอบขอบชิด
“อาหินคะคืนนี้น้ำน่านนอนที่บ้านของบูลนะคะ พอดีน้องเมาค่ะ”
“ได้สิน้องบูล งั้นเดี๋ยวอากับอาโสภีก็กลับเลยละกัน” กำพลรู้ว่าลูกสาวจะค้างกับพิมลภัสก็ไม่ได้ว่าอะไรเพราะรู้ว่าที่นี่ปลอดภัยจึงเดินไปบอกเจ้าภาพ “พี่พุดครับผมขอตัวกลับก่อนนะครับ”
“ตามสบายหิน ขอบใจมากนะที่มาช่วยพี่” พุฒิพงษ์ขอบใจรุ่นน้องที่มาช่วยเขาหาเสียง
“ผมต้องมาช่วยพี่ชายสิครับ ผมขอตัวกลับก่นนะครับคุณทัช คุณจุล สวัสดีครับ” กำพลยกมือไหว้ทุกคนเพราะสองวันที่ผ่านมาออกหาเสียงด้วยกันจึงทำให้รู้จักกันหมด
“สวัสดีครับคุณหิน ไว้คราวหน้าเราคงได้เจอกันอีกนะครับ”เตชทัชลุกขึ้นจับมือกับเพื่อนรุ่นน้องของพุฒิพงษ์ที่มาช่วยหาเสียงและชอบอัธยาศัย
เมื่อกำพลกลับบ้านพวกที่เหลือก็คุยกันเรื่องหาเสียงที่พิษณุโลกในวันพรุ่งนี้เพราะพวกเขาจะเดินทางออกสายหน่อยแล้วแวะหาเสียงที่อำเภอวัดโบถส์ก่อนจะเข้าไปหาเสียงในอำเภอเมือง
“คุณจุลดื่มอะไรคะนั่น” พิมลภัสนั่งลงข้างนวพรรษมองแก้วเล็กของเขาสลับมองใบหน้าหล่อแดงซ่านอย่างสงสัย
“พอดีลุงพุดให้ผมลองดื่มเหล้าต้มน่ะ” ชายหนุ่มพูดเรียบๆ
“เหล้าต้มเหรอ มันแรงนะนั่นบูลว่าคุณจุลดื่มไวน์ดีกว่าค่ะเดี๋ยวบูลไปหยิบมาให้” พิมลภัสเสนอเพราะหนุ่มไฮโซดื่มเหล้าเถื่อนมันเข้ากันซะที่ไหนล่ะ พ่อของเธอก็กระไรเอาเหล้าเถื่อนมาให้เขาดื่มและเรียกซะดิบดีว่าเหล้าต้มและไม่ต้องสงสัยเลยว่ามาจากไหนก็ตาโพธิ์ของวีรินทร์นั่นเอง
“ก็แรงบาดคอเหมือนกับเตกีลาเลยทีเดียว” นวพรรษตอบสาวสวยที่เขาคิดว่าจะมากินข้าวด้วยแต่เขาเพิ่งเห็น
“บูลว่าคุณจุลกับคนสนิทไปดื่มที่ริมน้ำดีกว่าค่ะ เดี๋ยวบูลจัดเครื่องดื่มไปให้จะได้ไม่มีใครว่า” พิมลภัสกระซิบหนุ่มหล่อซึ่งเธอคิดว่าเขาก็ขาดื่มเช่นกัน “ อ้อ,ไม่ต้องกลัวบูลจะมอมนะคะ”
นวพรรษมองตามหลังลูกสาวเจ้าของบ้านแล้วส่ายหน้าไปมาถามว่าเขากลับพิมลภัสมั้ยคือไม่ได้กลัวแต่ไม่อยากมีปัญหามากกว่าในเมื่อผู้ใหญ่คุยเรื่องความเก่าความหลังกันเขาคิดว่าไปนั่งดื่มที่ริมน้ำก็ไม่เลวเหมือนกันยังไงก็มีคนของเขาอยู่ด้วย
“ผมขอตัวก่อนนะครับ”
“ตามสบายจุล” เจ้าของบ้านตอบชายหนุ่มแล้วทุกคนก็คุยกันต่อมีเหล้าต้มมาให้ชิมกันเล่นๆซึ่งทุกคนก็พร้อมจะลองปกติก็ดื่มแต่ไวน์รสเลิศและวิสกี้ชั้นดีจึงลองของดีบ้านๆดูบ้าง
