บทที่ 15 เข้าห้องผิด
“ตามสบายจุล” เจ้าของบ้านตอบชายหนุ่มแล้วทุกคนก็คุยกันต่อมีเหล้าต้มมาให้ชิมกันเล่นๆซึ่งทุกคนก็พร้อมจะลองปกติก็ดื่มแต่ไวน์รสเลิศและวิสกี้ชั้นดีจึงลองของดีบ้านๆดูบ้าง
ร่างสูงเดินไปตามทางเดินผ่านบ้านพักหลังเล็กหลังใหญ่เรียงรายตามแนวรั้วลงไปถึงริมน้ำท่ามกลางลมโชยเย็นสบายได้กลิ่นธรรมชาติก่อนจะไปนั่งที่โต้ะอัลลอยด์ที่จิ๋วเก็บกวาดจานแก้วบนโต้ะเรียบร้อย
“อากาศดีนะครับคุณจุล” ชรินนั่งลงเก้าอี้ฝั่งซ้ายมือเจ้านายส่วนอุเทนนั่งฝั่งขวาละฝั่งตรงข้ามไว้ให้เจ้าของบ้านคนสวยที่กำลังเดินมาพร้อมสาวใช้สองคนที่ถือถาดกับแกล้มและไวน์ วิสกี้ แก้วมาที่นวพรรษกับคนสนิทนั่งอยู่
“มีทั้งไวน์ วิสกี้ คุณจุล คุณซอ คุณเทนจะดื่มอะไรดีคะ อ้อ,แล้วอย่าคิดว่าบูลมอมเหล้านะคะสบายใจได้ไม่มีอะไรปลอมแปลงในเครื่องดื่มสองขวดนี้แน่นอนค่ะ” พิมลภัสพูดดักคอสามหนุ่มก่อนเพราะเธอไม่นิยมใช้ของพวกนั้นมอมผู้ชาย
“คุณบูลพูดมาซะขนาดนี้ผมจะปฏิเสธได้ยังไงครับ” นวพรรษตอบยิ้มๆเขาก็ไม่ได้กลัวหรอกและคิดว่าคนมีการศึกษาอย่างพิมลภัสไม่น่าจะทำแบบนั้นแน่แต่เขาก็ระวังตัวในระดับหนึ่งคือให้คนสนิทเนคนเปิดวิสกี้ซึ่งแอลกอฮอล์ที่เขาดื่มไปก่อนหน้านั้นมันก็ทำให้ร่างกายร้อนวูบวาบไปเหมือนกัน
“ผมคงอยู่ดื่มด้วยไม่นานนะครับ”
“ไม่มีปัญหาค่ะ บูลรู้ว่าทำงานแบบนี้ต้องระวังตัวแต่มันก็ต้องมีบ้างเวลาเหนื่อยล้ามากๆไอ้พวกนี้ก็ช่วยได้นะคะ” เธอก็คนทำงานบางทีร่างกายเหนื่อยล้ามากๆก็ใช้วิธีแช่น้ำอุ่นและดื่มแค่นี้ก็ทำให้นอนหลับสบายไม่ต้องคิดอะไรให้ปวดหัว
“เอาไว้คุณบูลเข้ากรุงเทพเมื่อไหร่ผมขอเลี้ยงคืนละกันครับ”
“ยินดีค่ะ งั้นชนแก้วกันหน่อยค่ะเพื่อมิตรภาพของรุ่นลูก” พิมลภัสพูดยิ้มๆเธอคิดว่าในเมื่อเขาไม่สนใจไม่ได้คิดอะไรกับเธอก็เป็นเพื่อนกับนวพรรษก็ได้ยังไงพ่อก็เป็นเพื่อนกัน
“ยินดีครับ”
จากนั้นสามหนุ่มหนึ่งสาวก็ดื่มไปคุยกันไปทั้งเรื่องงานเรื่องการเมืองและเรื่องเรียนพิมลภัสก็ไม่ได้มีท่าทีอะไรจนกระทั่งห้าทุ่มกว่าสาวสวยก็ขอตัวเพราะรู้สึกมึนๆอุเทนก็ไปส่งเธอถึงบ้านก่อนจะกลับมานั่งดื่มกับเจ้านายต่อ
“จะว่าไปคุณบูลเธอก็แมนดีนะครับ” อุเทนพูดขึ้นเพราะพิมลภัสถือได้ว่าเป็นผู้หญิงทำงานเก่งมีความคิดความอ่านกว้างไกลสมกับที่ไปเรียนเมืองนอกเมืองนามา
“พูดจาตรงดีด้วยนะครับ”
“ผมกำลังคิดถึงมิ้งค์ครับ ถ้าสองคนนี่เจอกันจะเป็นยังไง หึหึๆๆ..” นวพรรษคิดถึงเพื่อนสาวหล่อที่ชอบคนเก่งแต่ที่เจอก็เป็นผู้หญิงสวยน่ารักน่าทะนุถนอมทั้งนั้นจึงคบใครไม่ได้นาน
“คุณจุลจะเป็นพ่อสื่อเหรอครับ” อุเทนถามเจ้านาย
“เปล่าครับพี่เทน เรื่องแบบนี้ผมไม่ยุ่งหรอกครับ แต่วันหนึ่งพวกเขาอาจจะเจอกันก็ได้ใครจะไปรู้ครับ” เขาก็รู้ใจเพื่อสาวหล่อเช่นกันว่าสเป็คของเมทิราเป็นยังไง
สามหนุ่นมก็นั่งดื่มกันไปเงียบๆจนกระทั่งชรินกับอุเทนหาวขึ้นพร้อมกันทำให้นวพรรษขำคนสนิทก่อนจะบอกให้พวกเขาไปพักผ่อน
“พี่ซอกับพี่เทนไปพักผ่อนเถอะครับ ผมจะนั่งดื่มต่ออีกสักพักก็จะเข้านอนแล้วเหมือนกัน”
“ไม่เป็นไรครับ ให้ผมกับซอนั่งเป็นเพื่อนดีกว่าครับ” อุเทนตอบเจ้านายหากเจ้านายไม่ไปนอนแล้วเขาจะนอนก่อนได้ยังไง
“ไปเถอะครับพี่เทนพี่ซอ ที่นี่รั้วรอบขอบชิดไม่มีอะไรหรอกถ้าคุณบูลวางยาผมป่านนี้มันคงออกฤทธิ์แล้วครับ พวกพี่เหนื่อยมากันทั้งวันแล้วพรุ่งนี้เราต้องลุยต่ออีกครับ” เจ้านายหนุ่มหล่อพูดติดตลกพวกเขานั่งดื่มกับพิมลภัสมาชั่วโมงกว่าหากถูกวางยาป่านนี้มันออกฤทธิ์ไปแล้ว
“แต่ว่า..”
“ไม่มีแต่ครับนี่เป็นคำสั่งแล้วบ้านพักของผมก็อยู่ตรงนี้เองนะครับ” นวพรรษบอกคนสนิททั้งสองที่เป็นห่วงเขาทั้งที่เมื่อก่อนเขาก็ไปไหนมาไหนคนเดียวแต่พอมาลงรับสมัครเลือกตั้งส.ส.ก็ต้องมีคนติดตามดูแล
“ครับคุณจุล ถ้ามีอะไรก็เรียกพวกเราได้นะครับ” สองหนุ่มบอกเจ้านายและเขาก็ไม่คิดจะละหน้าที่เพราะบ้านพักก็อยู่ห่างไปไม่ไกลสามารถมองเห็นเจ้านายหากมีอะไรก็วิ่งมาหาทันจึงปล่อยให้ชายหนุ่มได้อยู่ตามลำพังตามที่ต้องการ
นวพรรษเอนกายพิงเก้าอี้มองดูดวงดาวบนท้องฟ้ายกแก้ววิสกี้ขึ้นดื่มดื่มด่ำธรรมชาติอย่างแท้จริงที่ไม่ได้ปรุงแต่งมองไปฝั่งตรงข้ามที่อยู่ไม่ไกลก็มีแสงไฟสว่างเป็นจุดๆไกลออกไปน่าจะเป็นร้านอาหารเพราะมีแสงไฟเยอะตามริมฝั่งเป็นแนวยาวตามคำบอกเล่าของเจ้าถิ่นอย่างพิมลภัส ผู้หญิงส่วนมากที่เขารู้จักก็ต้องการมีหน้ามีตามีชื่อเสียงมีสามีที่ร่ำรวยโดยที่ไม่สนใจเรื่องความรักแล้วเขาล่ะต้องการอะไรในเมื่อเลือกเดินทางสายนี้แล้วมันก็ยากที่จะทำตามใจตัวเองได้เพราะมันส่งผลเสียถึงหน้าที่และครอบครัวทำให้เขาไม่คิดถึงเรื่องแฟนและครอบครัวชายหนุ่มนั่งคิดไปอย่างเพลิดเพลินปล่อยตัวปล่อยใจไปกับบรรยากาศยามค่ำคืนที่เงียบเหงาแต่มันทำให้เขาได้มีเวลาเป็นของตัวเองแม้จะน้อยนิดก็ตามแล้วดื่มด่ำกับวิสกี้รสเยี่ยมละมุนลิ้นซึ่งบ่งบอกว่าพิมลภัลเป็นสาวนักดื่ม
“ฮืมม..เอาเรื่องเหมือนกันนะเนี่ย” ชายหนุ่มสบัดหน้าไปมารู้สึกตาลายจึงแหงนหน้ามองดูดวงดาวที่ส่องประกายระยิบระยับบนท้องฟ้ายกมือขึ้นตบท้ายทอยเบาๆแล้วลุกขึ้นก่อนจะเซเล็กน้อย
ส่วนสองหนุ่มคนสนิทก็มองเจ้านายนั่งดื่มด่ำกับบรรยากาศและด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ทำให้ชรินกับอุเทนเผลอหลับจึงไม่ทันเห็นว่านวพรรษกำลังลุกขึ้นเดินกลับห้องพักของตัวเอง
ร่างสูงเดินไปที่บ้านพักแล้วเปิดประตูเข้าไปในห้องแล้วล็อคประตูโดยไม่เปิดไฟอาศัยไฟหน้าบ้านพักที่เล็ดลอดเข้ามาก่อนจะถอดเสื้อถอดกางเกงออกจากกายโยนไปกองบนโซฟาจนเปลือยเปล่าแล้วเดินเซไปที่เตียงทิ้งตัวลงนอน
“ใครเปิดแอร์วะ” เสียงห้าวพึมพำเบาๆก่อนจะหลับตาลงแต่ในหัวมันหมุนคว้างจึงนอนนิ่งๆเพราะเขาดื่มมากเกินไปแต่ก็ดีจะได้หลับง่ายๆแล้วดึงผ้าห่มมาห่มแล้วเคลิ้มหลับ
ฝ่ายวรรินทร์รู้สึกหนาวเพราะมีคนมาแย่งผ้าห่มจึงขยับไปหาไออุ่นพอเจอก็กอดหมับโดยไม่รู้ว่ามีคนเข้าห้องผิดและมาแย่งผ้าห่มของเธอ
“หืมม..” วงแขนแข็งแรงก็โอบกอดร่างเล็กอย่างอัตโนมัติสัมผัสผิวนุ่มจึงลูบไล้อย่างละเมอรับรู้ถึงไอร้อนสัมผัสกันจึงยกขาเกยขาเรียวเกี่ยวเข้ามาแนบชิดกายแกร่งแล้วลูบไล้ผิวนุ่มจนสัมผัสความนุ่มเด้งในมือจึงปลดตะขอเสื้อชั้นในแล้วถอดออกก่อนจะสัมผัสเนื้อแท้โดยที่ชายหนุ่มกำลังคิดว่าตัวเองฝันไปและร่างอวบอิ่มหอมกรุ่นเย้ายวนอารมณ์ของเขาจนพุ่งพล่านจึงประกบริมฝีปากแนบชิดกับเรียวปากนุ่มมีกลิ่นหอมของไวน์เขาก็สอดลิ้นเข้าไปทักทายแล้วดูดดึงหยอกเย้าลิ้นนุ่มที่ไม่ประสาอย่างกระหายสองมือก็บีบเคล้นทรวงอกอวบอิ่มเต็มมือก่อนจลูบไล้ลงไปถึงบั้นท้ายแล้วถอดกางเกงในออกไปปลายเท้า
“อื้ออ อืออ..” เสียงหวานครางออกมาเมื่อเธอหายใจไม่ออกและสัมผัสกล้ามอกแน่นแข็งเต้นตึกๆในมือจึงลูบไล้ลำตัวไปมาเผยอริมฝีปากกว้างเพื่อสูดอากาศหายใจ
“อ๊ะ อืออ..” เสียงหวานคราออกมาเมื่อมือหนาสัมผัสเนินเนื้อนุ่มแล้วแทรกนิ้วยาวเข้าไปกลางกลีบบุปผาอ่อนนุ่มที่ยังไม่มีภมรหนุ่มตัวใดได้กล้ำกลาย
“โอ้,พระเจ้า..” ชายหนุ่มร้องออกมาเมื่อแทรกนิ้วเข้าไปกลางกลีบบุปผาแสบคับแคบที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่องทำให้แกนกายลำให้แข็งผงาดชูชันพร้อมจะบุกรุกเต็มกำลัง
สองหนุ่มสาวต่างก็ตกอยู่ในภวังความมึนเมาวีรินทร์ก็คิดว่าแค่ความฝันไม่น่าจะเป็นอะไรฝ่ายชายก็คิดว่าเขาฝันดีมากจึงไม่คิดจะหยุดนิ้วยาวแทรกเข้าออกกลางกลีบบุปผาอ่อนนุ่มจนหยาดน้ำผึ้งแสนหวานหลั่งรินออกมาชายหนุ่มไม่รอช้าเขาก็จับขาเรียวกางออกกว้างแล้วจับแกนกายอวบใหญ่จรดกลางกลีบบุปผาแล้วผลักดันเข้าไปเป็นจังหวะ
“แจ่ะๆๆ แจ่ะๆๆ..”
“โอ้ว,สุดยอดจริงๆ อ่า..” เสียงห้าวคำรามออกมาเมื่อเจอความคับแคบกลางกลีบบุปผาที่ยังบริสุทธิ์ผุดผ่อง
“โอ้ะ อ่า ซี้ดด มะ ไม่ อื้ออ..” วีรินทร์สะดุ้งเมื่อเจ็บกลางใจสาวจึงผลักใสร่างสูงที่ทาบทับกายเธอออกแต่สามารถผลักเขาได้และยังถูกปิดปากแล้วเขาก็โยกเอวสอบเข้าออกติดกันสามสี่ครั้งแล้วจังหวะสุดท้ายก็กระแทกเข้าใส่เต็มแรงจนเยื่อพรหมจรรย์ขาดถลำลึกเข้าไปในบุปผางาม
“อื้ออ อืออ...”
“หื้มมม...”
ต่างฝ่ายต่างสะดุ้งตื่นจากความฝันซึ่งมันเจ็บจริงแกนกายอวบถูกบุปผาดอกงามบีบรัดแน่นจนหายใจแทบไม่ออกเจ็บปวดทรมานแทบขาดใจ
“โอ้ยย...อู้ยย... มะ ไม่ อ่า เจ็บ ฮืออ ฉันเจ็บเอามันออกไป อ่า ซี้ดด โอ้ยย...” วีรินทร์ร้องออกมาเสียงแหบเธอคิดว่าตัวเองพูดเสียงดังแต่มันกลับอู้อี้ในลำคอร่างกายของเธอฉีกขาดออกเป็นเสี่ยงเจ็บจนแทบขาดใจแต่ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้เพราะเขาตัวใหญ่กว่ากดทับร่างกายของเธอจนขยับไม่ได้
นวพรรษไม่สนใจอะไรแล้วตอนนี้เขาต้องไปต่อให้จบไม่งั้นเขาต้องถูดรัดตายแน่ๆเอวสองบดคลึงขยับโยกกายแกร่งเข้าออกช้าๆเพราะถูกบีบรัดอย่างแนบแน่น
