บทที่ 6 แพ้ความดี

“ไปสิครับเสี่ย เผื่อผมจะได้พ่อพันแม่พันธุ์มาเพิ่มอีกสังสองสามคู่” ตาโพธิ์ก็มักจะไปกับเสี่ยฉลองเพื่อหาพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ไก่ชนของแกและนักเล่นไก่ก็จะรู้ว่าแกเพาะพันธุ์ไก่ชนขายจึงมาซื้อไปเลี้ยงต่อเพื่อขุนให้โตให้แกร่งแล้วนำเข้าสังเวียนเดิมพันราคาซื้อขายก็หลักร้อยหลักพันถึงหลักหมื่นก็แล้วแต่พ่อพันธุ์แม่พันธุ์

“งั้นผมไปเตรียมตัวก่อนะเดี๋ยวจะแวะมารับ” เสี่ยฉลองบอกพ่อตาของลูกชายที่กลายเป็นคู่หูของแกแล้วลุกขึ้นเดินไปที่รถกอล์ฟแล้วขับออกไป

“ตาโพธิ์แกไม่ต้องซื้อไก่มาอีกนะ เท่าที่มีนี่ก็ดูแลไม่ไหวแล้ว” นางบัวล้อมบอกสามีเพราะเธอต้องไปช่วยให้อาหารให้น้ำไก่ของสามีที่ฟักไข่ออกลูกหลานออกมายั้วเยี้ยถ้าเป็นไก่ตัวเมียก็แยกเลี้ยงเป็นอาหารหากเป็นไก่ตัวผู้ก็เลี้ยงไว้ขาย

“ฉันไปดูเป็นเพื่อนเสี่ยแกเฉยๆนะยายล้อม” ตาโพธิ์ตอบคู่ทุกข์คู่ยากของแก

“ฉันก็เห็นพ่อพูดแบบนี้ทุกทีแหละ” โสภีพูดกับพ่ออย่างรู้ทันและลูกเขยก็เป็นใจสร้างฟาร์มไก่ให้พ่อตาอยู่กลางสวนผลไม้ห่างจากโกดังสินค้าและร้านขายวัสดุก่อสร้างลึกไปด้านในเพื่อไม่ให้กลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านแต่เป็นฟาร์มเล็กๆที่ทำแก้เหงาตามประสาคนแก่

“ไม่เป็นไรน่าโสภี พ่อแกก็ทำเล่นๆไม่ได้จริงจังอะไรสักหน่อยยังมีคนงานช่วยอีกถ้าไม่ให้พ่อเลี้ยงไก่เดี๋ยวก็ไปช่วยเด็กที่โกดังอีกหรอก” กำพลพูดกับภรรยาที่เป็นห่วงพ่อว่าแก่แล้วแต่ตาโพธิ์ก็ไม่เคยอยู่นิ่งช่วยหยิบจับงานในร้านทุกอย่างจนเขาต้องหาอะไรให้แกทำแล้วมาลงตัวที่ไก่ชนและเข้ากับพ่อของเขาได้ดีกลายเป็นคู่หูกันไปไหนมาไหนด้วยกันบางทีก็ไปช่วยงานที่สวนทุเรียนของลูกชายคนเล็กที่อำเภอลับแลห่างกันประมาณสิบกว่ากิโลเมตร

“ตามใจค่ะ งั้นฉันไปที่ร้านเลยละกัน” โสภีบอกสามีแล้วเดินไปหยิบกระเป๋าคาดเอวใบเก่งมาคาดเอวแล้วขี่สกู้ดเตอร์ไฟฟ้าออกไปที่ร้านเพื่อดูคนงานแม้จะไว้ใจแต่ก็ต้องไปตรวจตราสินค้าที่ขายไปเพื่อจะได้สั่งเพิ่มซึ่งฝ่ายสต็อกสินค้าทำเสร็จก็เอามาส่งให้เธอตรวจก่อนแล้วเซ็นอนุมัติถึงจะสั่งสินค้า ส่วนรายได้ประจำวันปิดยอดเสร็จก็จะส่งยอดรายได้ทั้งหมดให้เจ้กับเสี่ยทุกวันและโสภีก็จะเป็นคนเอาเงินไปเข้าบัญชีและที่ร้านของเธอไม่ได้ขายของเหมือนบ้าพ่อสามีที่มีโรงโม่หิน ดูดทราย ขายส่งกรวด หิน ดิน ทราย รับถมที่ ถมทราย ถมดิน เสาคอนกรีต ท่อคอนกรีต หากใครจะสร้างบ้านก็สั่งวัสดุที่ร้านของเธอแล้วไปสั่งหินทรายและเสาบ้านที่บ้านของพ่อสามีซึ่งจะเอื้อผลประโยชน์ให้กัน

“ผมขอตัวนะครับพ่อแม่ พอดีวันนี้จะไปช่วยพี่พุดเขาหาเสียงหน่อย”กำพลบอกพ่อตาแม่ยายแล้วขับมอเตอร์ไซค์คันเล็กไปบ้านของพุฒิพงษ์

สองสามีภรรยาก็แยกกันไปตาโพธิ์ก็ไปแต่งตัวรอเสี่ยมารับส่วนยายบัวล้อมก็ไปทำสวนผักของแกและดูคนงานตัดหญ้าใส่ปุ๋ยต้นไม้ส่วนน้ำก็ติดปั้มต่อท่อน้ำดูดจากแม่น้ำน่านมารดผลไม้ทุกต้นโดยไม่เปลืองแรงคนงานซึ่งสองตายายที่เคยลำบากมาก่อนก็อยู่นิ่งเฉยไม่ได้ทำโน่นนี่นั่นตลอด

ที่บ้านหลังใหญ่ของเสี่ยฉลอง

ในบ้านก็มีวันนีย์กับลูกสะใภ้และหลานสาวนั่งอยู่ในห้องรับแขกก็คุยกันเรื่องกระเป๋าเสื้อผ้าแบรนด์เนมทั้งหลายที่เศรษฐีคนมีเงินใช้กันเพื่อยกระดับตัวเองไม่ให้เป็นคนบ้านนอกล้าสมัยเพราะหลานสาวคนโตไปเรียนมหาวิทยาลัยเอกชนที่กรุงเทพจึงมีเพื่อนเป็นลูกคนมีเงินและลูกท่านหลานเธอเยอะและชอบออกงานสังคมจึงติดตามเทรนด์ใหม่ๆตลอดเพื่อไม่ให้ตัวเองเอ้าท์หรือตกเทรด์

“คุณย่าคะกระเป๋าใบนี้ของชาแนลราคาถูกมากเลยค่ะเป็นที่นิยมด้วยเพื่อนของทรายให้แอร์โฮสเตสหิ้วมาให้ทรายก็เลยสั่งไปใบหนึ่งค่ะ” ภาสิริหรือทรายลูกสาวคนโตวัย25ปีของยอดชายกับภัคจิรายื่นโทรศัพท์หรูราคาเกือบห้าหมื่นให้ย่าดูภาพกระเป๋าชาแนล Jumbo Classic Flap & Large 2.55 สีขาวราคาเกือบสองแสนบาท

“สวยนะคะคุณแม่” ภัคจิราเห็นก่อนแล้วแต่เธอให้ลูกสาวมาขอเงินย่าเพราะราคาถูกของลูกสาวเกือบสองแสน

“สวยจริงยัยทรายแล้วใบเท่าไหร่ล่ะลูก” วันนีย์ถามหลานสาวที่มักมาขอให้เธอซื้อกระเป๋าหรือขอเงินไปช้อปปิ้งเสื้อผ้าตลอดซึ่งคนเป้นนย่าไม่เคยขัดใจหลานสาวคนสวยที่บอกว่าอายเพื่อนที่ไม่มีเหมือนพวกเขา

“ใบนี้แสนเก้าเองค่ะคุณย่า” คนเป็นหลานตอบยิ้มๆและบีบนวดให้ย่าอย่างเอาใจ

“อะไรนะยัยทราย กระเป๋าใบนี้นี่นะแสนเก้า” คุณนายวันนีย์ถามหลานสาวเสียงดังเธออยากเป็นลมกับกระเป๋าใบเดียวราคาถูกของหลานสาว

“แหมคุณย่าขา กระเป๋าใบนี้ไม่ได้มาง่ายๆนะคะแล้วที่เมืองไทยไม่มีขายด้วยและคนที่ใช้กระเป๋ายี่ห้อนี้ก็มีแต่ไฮโซเศรษฐี ดาราคนดังทั้งนั้นเลยนะคะ” คนเป็นหลานบอกย่าถึงระดับคนใช้กระเป๋าแบรนด์เนมชื่อดงที่เธออยากได้ “คุณย่าคิดดูสิคะทั้งจังหวัดมีทรายใช้คนเดียวด้วยนะคะ”

“ย่าว่าทรายเลือกใบอื่นที่ถูกกว่านี้ดีมั้ยลูก ย่าเห็นกระเป๋าของทรายตั้งหลายใบที่ซื้อมายังไม่ได้ใช้ด้วยซ้ำราคาก็หลายหมื่นแพงๆทั้งนั้น” คุณนายวันนีย์บอกหลานสาวที่นับวันจะใช้ของแพงขึ้นเรื่อยๆและใช้แค่ครั้งสองครั้งก็ทิ้งไว้และยังมีอีกหลายใบที่อยู่ในตู้ที่ยังไม่ได้ใช้

“ไม่ได้หรอกค่ะคุณย่า ทรายสั่งไปแล้วของมาถึงแล้วด้วยและเพื่อนโทรมาบอกให้ทรายไปเอาวันพรุ่งนี้ค่ะ” ภาสิริบอกย่าอย่างออดอ้อนและคิดว่ายังไงย่าก็ตามใจเธอ

“เฮ้อ,ทรายใช้ของเกินตัวแล้วนะลูก ต่อไปถ้าทรายอยากได้ของราคาแพงทรายต้องเก็บเงินซื้อเองจะได้รู้ว่ากว่าจะได้เงินมามันไม่ง่ายเราต้องทำงานถึงจะมีเงินของปู่ย่าตายายหากใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่ายมันก็หมดได้นะลูก” คุณนายวันนีย์สอนหลานสาวที่ใช้เงินมือเติบซื้อของราคาแพงเพื่อแข่งกับเพื่อนถึงครอบครัวมีเงินแต่ธุรกิจก็มีขึ้นมีลงยังไงก็ต้องระวังการใช้จ่ายและช่งนี้เศรษฐกิจก็ไม่ดีเท่าไหร่

“คุณย่าจะไม่ให้ทรายเหรอคะ” หลานสาวเริ่มเสียงแข็งเมื่อถูกย่าบ่น

“ครั้งนี้ย่าจะให้และต่อไปทรายต้องดูแลจัดการเรื่องการเงินของตัวเองย่าจะไม่จ่ายของพวกนี้ให้อีกแล้วนะ” คนเป็นย่าบอกหลานสาวที่ยิ้มออกเมื่อย่าจะให้เงินไม่งั้นเธอต้องไปขอพ่อและแน่นอนต้องถูกบ่นและไม่ให้แน่นอน

“ขอบคุณค่ะคุณย่า งั้นเย็นนี้ทรายไปกรุงเทพนะคะ” ภาสิริบอกย่ากับแม่ด้วยความดีใจที่จะได้กระเป๋าใบใหม่ที่เธอฝากเพื่อนซื้อก่อนจะรับเช็คจากย่าแล้วลุกออกไปจากห้องรับแขก

“อ้าวยัยทรายจะรีบไปไหนลูก” เสี่ยฉลองถามหลานสาวที่เดินออกมาจากห้องรับแขกหน้าตาสดใส

“ทรายจะไปกรุงเทพค่ะคุณปู่”

“แล้วงานของหลานล่ะ”

“พรุ่งนี้เย็นทรายก็กลับแล้วค่ะ เรื่องงานคุณปู่ไม่ต้องห่วงแม่จะช่วยดูให้ค่ะ ทรายไปนะคะคุณปู่” เมื่อพูดจบคนเป็นหลานก็เดินขึ้นไปห้องของตัวเองอย่างอารมณ์ดีเตรียมตัวเข้ากรุงเทพ

“เป็นอะไรอีกล่ะคุณนายหน้าเหี่ยวยังกับถูกหวยถล่ม” เสี่ยฉลองว่าภรรยาที่ไม่ยอมเลิกขายหวยเถื่อนหรือหวยใต้ดินซึ่งวันนีย์รับหวยมานานเป็นเจ้ามือรายใหญ่ในจังหวัดที่ไม่มีใครมายุ่งเพราะเส้นสายเจ้ามือใหญ่ที่กรุงเทพเคลียทางตำรวจให้

“นี่เสี่ยอย่ามาแช่งฉันนะ จะไปไหนก็ไปสิ” คุณนายวันนีย์ว่าสามีแล้วไล่ไปให้พ้นหูพ้นตาเพราะกำลังหงุดหงิดที่เสียเงินสองแสน

“ไปก็ได้” เสี่ยฉลองเดินออกจากห้องรับแขกไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเพื่อจะไปรับตาโพธิ์ที่บ้านของลูกชายจึงไม่ทันได้บอกภรรยาว่าไปดูไก่ชนที่อำเภอพิชัย

“แม่ภัคเตือนลูกหน่อยนะยัยทรายอายุแค่นี้ใช้ของราคาสองแสนแม่ว่ามันแพงไปหน่อยหากไม่สอนตอนนี้แม่กลัวว่าเงินจะหมดซะก่อน ดูน้ำน่านสิอายุอ่อนกว่าตั้งหลายปียังรู้จักใช้เงิน” วันนีย์บอกลูกสะใภ้เปรียบเทียบหลานสาวทั้งสองคนที่แตกต่างกันราวหน้ามือกับหลังมือและยอมรับว่าลูกสะใภ้คนเล็กเลี้ยงลูกได้ดีทำให้เธอชื่นชมทั้งที่เมื่อก่อนไม่ชอบและไม่ยอมรับเป็นลูกสะใภ้

“คุณแม่จะเอายัยน้ำน่านมาเทียบกับยัยทรายได้ยังไงคะ ลูกของภัคอยู่ในสังคมมีเพื่อนแต่ละคนเป็นลูกท่านหลานเธอและเศรษฐีทั้งนั้นจะมาทำตัวซอมซ่อเหมือนยัยน้ำน่านได้ยังไงคะ” ภัคจิราคอแข็งขึ้นมาทันทีพูดสวนกลับแม่สามีด้วยความไม่พอใจเพราะลูกของเธอเหนือกว่าลูกของโสภี

บทก่อนหน้า
บทถัดไป