บทที่ 7 พี่ชายเพื่อน
“น้ำน่านก็เป็นหลานของเธอนะแม่ภัค จะพูดอะไรก็ระวังปากหน่อย”
“ค่ะคุณแม่” ภัคจิราเก็บความไม่พอใจไว้เมื่อก่อนนี้วันนีย์ทั้งด่าทั้งว่าโสภีแต่พอมีหลานก็เริ่มอ่อนลงสุดท้ายก็ใจอ่อนยอมรับโสภีเป็นลูกสะใภ้ถึงไม่ได้สนิทกันมากแต่ก็ไม่ด่าทอพูดจากระทบกระทั่งเหมือนเมื่อก่อนและยังรักลูกของกำพลกับโสภีมากหากให้เงินลูกของเธอก็จะต้องให้ลูกของโสภีด้วย
“เธอดูบัญชีหวยเล่มนี้ให้หน่อยนะ แม่จะไปเอนหลังสักหน่อย” วันนีย์ไม่อยากมีปัญหากับลูกสะใภ้จึงเลือกไปนอนพักสายตา จะว่าไปแล้วเธอก็ผิดเองที่อคติกับโสภีและดีกับลูกสะใภ้ที่มีฐานะเหมาะสมกันพอมาถึงตอนนี้ก็ทำให้คิดได้ว่าอย่าดูคนที่ฐานะ
“ค่ะคุณแม่” ภัคจิรามองตามหลังย่าของลูกเดินไปที่ห้องพักผ่อนก่อนจะหยิบบัญชีหวยของแม่สามีมาทำให้ตามที่ท่านขอก่อนจะเห็นสามีเดินออกมาจากห้องทำงานทำท่าเหมือนจะออกไปข้างนอก “จะไปไหนคะคุณยอด”
“ผมจะไปดูหน้างานที่เขาจะให้ถมที่สร้างรีสอร์ทน่ะ คุณมีอะไรหรือเปล่า” ยอดชายถามภรรยาที่พักหลังมาจ้องจับผิดเขาทั้งที่เขาไม่ได้ทำอะไรผิดกระดิกตัวไปไหนไม่ได้
“ภัคไปด้วยคนสิคะ”
“คุณจะไปทำไมมันร้อนนะ” ยอดชายตอบภรรยาเขาขี้เกียจฟังเธอบ่น
“ที่ไม่อยากให้ภัคไปเพราะนัดใครไว้หรือเปล่าคะ”
“อยากไปก็ตามใจแล้วอย่ามาบ่นให้ผมได้ยินนะ” ในเมื่ออยากไปเขาก็ให้ไปจะได้ตัปัญหาเพราะขี้เกียจทะเลาะ
“งั้นรอเดี๋ยวนะภัคไปหยิบกระเป๋าก่อน” ภัคจิราเดินขึ้นไปหยิบกระเป๋าแล้วตามสามีไปที่รถสัญชาติยุโรปตราดาวสามแฉกที่คนขับรถติดเครื่องรอเจ้านายเพื่อไปทำงาน
กรุงเทพมหานคร
ที่มหาวิทยาลัยชื่อดังของรัฐเป็นนมหาวิทยาลัยในฝันของนักศึกษามากมายที่อยากมาเรียนแต่ไม่ง่ายเลยหากไม่เก่งจริงและหนึ่งในนั้นคือ วีรินทร์ พิชัยสงคราม หรือน้ำน่านที่สอบเข้าได้คณะสถาปัตย์ตามที่เธอต้องการและตอนนี้กำลังเรียนปีสองเทอมสองซึ่งสอบเสร็จเธอก็จะขึ้นปีสามซึ่งเรียนยากขึ้นทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้กลับบ้านมาเป็นเดือนแล้ว
“น่านๆเสาร์นี้แกจะกลับบ้านหรือเปล่า” ลอออร เตชะรัตนะ หรือลออถามเพื่อนรักที่สอบติดมาเรียมมหาวิทยาลัยเดียวกันแต่คนละคณะและพักอยู่ด้วยกันที่คอนโดใกล้มหาลัยเธอเป็นลูกสาวเจ้าของร้านขายเครื่องมือการเกษตรใหญ่สุดในจังหวัดพ่อแม่ของเธอเป็นเพื่อนกับพ่อแม่ของวีรินทร์และรู้จักกันมาตั้งแต่เด็กเรียนโรงเรียนเดียวกันมาตลอดจนถึงมหาลัยแต่เรียนบัญชีคนละคณะกับวีรินทร์
“ใช่จ้ะลออ แกจะกลับพร้อมน่านมั้ยจะได้ขับรถไปกันถ้าแกไม่ไปน่าจะขึ้นเครื่องบินกลับ” วิรินมองเพื่อนรักที่วิ่งกระหืดกระหอบมาหาเธอที่นั่งรอใต้ต้นจามจุรีใหญ่ซึ่งเป็นจุดนัดพบของเธอกับเพื่อนหลังเลิกเรียนจะมารอกันที่นี่ทุกวัน
“กลับสิยะ ขืนไม่กลับพร้อมแกเสี่ยกิจกับเจ้สุดาก็ตัดเบี้ยเลี้ยงลออน่ะสิ” ลอออรตอบเพื่อนเพราะพ่อกับแม่โทรมาขู่ว่าถ้าอาทิตย์นี้ลูกสาวไม่กลับบ้านจะตัดเบี้ยเลี้ยงรายเดือน
“งั้นเลิกเรียนแล้วเรากลับกันเลยดีมั้ยไปถึงดึกหน่อยไม่เป็นไร” น้ำน่านปรึกษาเพื่อนทั้งที่เธอไม่ชอบขับรถตอนกลางคืน
“ลออว่าเรากลับตอนเช้าสักตีสี่ตีห้าดีกว่ามั้ยแก กลางคืนมันอันตรายแล้วระยะทางจากพิดโลกไปบ้านเรามันเปลี่ยวมีแต่ป่าด้วย” ลอออรตอบเพื่อนหากมีผู้ชายไปด้วยก็ไม่น่ากลัวแต่ผู้หญิงสองคนไม่สมควรเดินทางตอนกลางคืน
“ก็ได้จ้ะ งั้นเรากลับห้องกันเถอะ” วีรินทร์ชวนเพื่อนกลับคอนโดแล้วตรงไปที่รถของตัวเองที่จอดอยู่ในที่จอดรถของมหาลัย
“น้ำน่าน ลออ รอด้วย” สาวร่างเล็กฉบับกระเป๋าวิ่งมาหาเพื่อนทั้งสองที่เดินเกือบจะถึงรถคันเล็กของวีรินทร์ที่สองสาวสลับกันขับมาเรียนคนละวัน
“ว่าไงจ้ะมายด์ น่านคิดว่าแกกลับไปแล้วเสียอีก” วีรินทร์หยุดรอเพื่อนแล้วถามเพื่อน
“พอดีมายด์ไม่ได้เอารถมาแต่อยากชวนแกสองคนไปกินข้าวที่ห้างน่ะ” มาริดา พัฒนธาดาหรือ มายด์ ลูกสาวคนเล็กของเจ้าสัวสันติกับระวิวันอดีตดาราสาวชื่อดังในอดีตมีพี่น้องแม่เดียวกันสามคนและเป็นคนเล็กและมีพี่ชายต่างพ่อสองคนซึ่งต่างคนต่างอยู่ไม่มีปัญหาอะไรเพราะพ่อของเธอเลิกกับภรรยาคนแรกก่อนที่จะมาแต่งงานกับแม่ของเธอ
“ไปก็ไป” วีรินทร์ตอบเพื่อนเมื่อลอออรพยักหน้า
“งั้นไปกันเลยเดี๋ยววันนี้มายด์เลี้ยงพวกแกเอง” มาริดาบอกเพื่อนทั้งสองที่สนิทกันตั้งแต่รับน้องปีหนึ่งและเธอถูกรุ่นพี่แกล้งก็ได้วีรินทร์คอยช่วยจึงสนิทกันและมารู้ทีหลังว่าเธอเป็นลูกสาวเจ้าสัวสันติมหาเศรษฐีเมืองไทย
“ไม่เอาอ่ะแก ลออว่าเราแชร์กันเหมือนเดิมนั่นแหละ” ลอออรไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจผิดว่าพวกเธอคบกับมาริดาเพราะว่ารวยถึงบ้านเธอจะไม่รวยเท่าแต่ก็ถือว่ามีอันจะกินหรือพูดง่ายๆเขาเรียกว่าเศรษฐีบ้านนอก
“ตกลงๆ พวกแกนี่ยังไงนะทำไมไม่ให้มายด์เลี้ยงข้าวเราเป็นเพื่อนกันนะ” มาริดาต่อว่าเพื่อนเธอไม่ได้อวดรวยแต่อยากตอบแทนน้ำใจวีรินทร์กับลอออรบ้าง
“แบบนี้ดีแล้วล่ะมายด์ พวกเราเป็นเพื่อนกันและอีกอย่างเรายังขอเงินพ่อแม่ใช้กันอยู่เลยเอาไว้แกทำงานหาเงินเองได้ก่อนค่อยเลี้ยงน่านนะ” วีรินทร์ไม่อยากให้เพื่อนเข้าใจผิดและคิดว่ามาริดาเข้าใจตัวเองกับลอออร
“จ้าคุณน้ำน่านคุณลออ งั้นไปกันเถอะจ้ะ” มาริดาบอกเพื่อนทั้งสองแล้วขึ้นรถคันเล็กของวีรินทร์ไปที่ห้างสรรพสินค้าหรูกลางเมืองที่มีลูกค้าทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติซึ่งมีหลายสาขาทั่วประเทศซึ่งพี่ชายพี่สาวและญาติๆช่วยกันบริหาร
สามสาวไปถึงห้างหรูเกือบสิบแปดนาฬิกาเพราะรถติดแล้วตรงไปที่ร้านชาบูชื่อดังที่มีลูกค้าไม่ขาดสายซึ่งหนุ่มสาวนิยมมากินกันเป็นกลุ่มหรือไม่ก็มาเป็นครอบครัวคิดเป็นหัวๆสี่ร้อยเก้าสิเก้าและมีเวลากินหนึ่งชั่วโมง
“คนเยอะเนาะแก” ลอออรมองคนรอคิวกินชาบูแล้วคอตกกว่าจะถึงคิวพวกเธอก็คงหิวโซแน่นอน
“นั่นสิลออ น่านว่าไงหรือว่าเราไปกินอย่างอื่นก็ได้นะ” มาริดาพูดกับเพื่อนเพราะต้องรอถึงหกคิวกว่าจะถึงพวกเธอ
“งั้นเราไปกินที่ฟู้ดคอร์ทกันมั้ย”
“ไม่มีปัญหา”
“ได้สิ”
มาริดากับลอออรเห็นด้วยกับน้ำน่านแล้วทั้งสามก็เดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้นสามที่เป็นศูนย์อาหารเพื่อกินอาหารเย็น
“น้องมายด์..” เสียงห้าวเรียกมาริดาทำให้สามสาวหันไปมองหนุ่มหล่อใส่สูทผูกไทมีลูกน้องเดินตามเกือบสิบคน
“เฮียเบส” มาริดายิ้มให้พี่ชายที่เดินมาหาเธอ
“มาทำอะไรที่นี่เลิกเรียนนานแล้วทำไมไม่กลับบ้าน” มานิตหรือเฮียเบสพี่ชายวัย30ปีของมาริดาเดินตรวจงานตามร้านค้าเช่าว่ามีตรงจุดไหนต้องเปลี่ยนแปลงหรือทำให้น่าสนใจดึงดูดลูกค้าเพราะเศรษฐกิจช่วงนี้กำลังย่ำแย่ทำให้ร้านค้าเช่าได้รับความเดือดร้อนจึงหาทางช่วยเหลือ
“พอดีมายด์นัดเพื่อนมากินข้าวและจะมาอาศัยรถคนแถวนี้กลับบ้านด้วยค่ะ” มาริดาตอบพี่ชายแล้วยิ้มประจบวันนี้เธอตื่นสายจึงติดรถแม่ไปมหาวิทยาลัย
“จะไม่แนะนำเพื่อนให้พี่รู้จักหรือไง” มานิตท้วงน้องสาวมองเพื่อนทั้งสองหน้าตาสวยน่ารักไปคนละแบบคนหนึ่งสูงประมาณร้อยเจ็ดสิบกว่าเล็กน้อยร่างเพรียวหุ่นนางแบบผมยาวใบหน้าเรียวจมูกโด่งริมฝีปากอวบอิ่มผิวีน้ำผึ้งนวลเนียนอกเอวสะโพกซ่อนในชุดนักศึกษาแต่ก็โดดเด่นเห็นได้ชัดอีกคนก็เตี้ยกว่าเล็กน้อยน่าจะสูงร้อยหกสิบเพราะสูงกว่าน้องสาวของเขานิดหน่อยผิวขาวผมม้าเหมือนเด็กมัธยมใบหน้าจิ้มลิ้มปากนิดจมูกหน่อยรูปร่างผอมเพรียวเหมือนน้องสาวของเขา
“อ่อ,มายด์ลืมไปเลยค่ะนึกว่าเฮียเบสรีบ นี่ลออกับน้ำน่านเพื่อนรักของมายด์แล้วนี่เฮียเบสพี่ชายของมายด์จ้ะ” มาริดาแนะนำพี่ชายให้รู้จักเพื่อนทั้งสองของเธอ
