บทที่ 10 จัดฉาก

ปรางทิพย์ชะงักตัวเล็กน้อยเพราะไม่คิดว่าวรุตจะตามหาเธอได้เร็วขนาดนี้ เธอไม่อยากจะคุยกับเขาแต่ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้เธอก็ฝืนเดินต่อ เพราะอย่างไรก็คงต้องคุยกับเขาให้รู้เรื่อง เธอหยุดเดินยืนรอเขาอยู่ใกล้ๆ ประตูทางเข้าอาคาร เผื่อมีอะไรจะได้เรียกรปภ.ได้ทัน

"ปราง สบายดีไหม ขาเป็นอะไรน่ะ" เหมือนเขาสังเกตเห็นอาการเดินไม่เต็มฝ่าเท้าของเธอจึงได้เอ่ยถาม

"ไม่ได้เป็นอะไร คุณมาทำไม"

"ผมอยากคุยกับปราง ผมไม่ได้อยากเลิกกับปรางแบบนี้นะ"

"แล้วคุณอยากเลิกแบบไหน"

"เอ่อ..ผมหมายถึงไม่ได้อยากเลิกกับปราง"

"แต่ฉันอยากเลิก แล้วก็รับไม่ได้ที่คุณนอกใจ"

"ผมไม่ได้นอกใจคุณนะ ที่เห็นวันนั้นเอ่อ.." เขาไม่ได้พูดต่อว่าไปหิ้วผู้หญิงหุ่นสะบึมนั่นมาจากไหน แต่เธอก็พอจะเดาได้

"วันนั้นผมเมาหนักมาก แล้วพวกเพื่อนมันก็จัดการมาให้ เช้ามาผมแทบจำอะไรไม่ได้"

"เมามากแต่ก็ยังกลับคอนโดตัวเองถูก แถมเอามานอนที่ห้องอีกเนี่ยนะ แล้วคนมันเมามาก มันทำเรื่องอย่างนั้นไม่ไหวหรอกค่ะ ฉันว่าเราพูดเรื่องนี้กันจบแล้วนะคะ พอเถอะรุต อีกอย่างฉันก็มีแฟนใหม่แล้วด้วย" ไหนๆ ก็มีแฟนกำมะลอ ขอยืมชื่อใช้หน่อยเถอะค่ะ

"ผมไม่เชื่อ"

"นั่นแล้วแต่คุณ พูดจบหรือยังคะ ฉันจะได้กลับห้อง"

"ปรางจะออกไปข้างนอกไม่ใช่หรือ ผมไปส่งให้ได้นะ ถ้าปรางขี้เกียจขับรถ"

"ไม่ต้องไปแล้วค่ะ พอดีแฟนฉันเขามาพอดี คุณรีบกลับไปเถอะค่ะ ฉันไม่อยากมีปัญหา"

เธอเหลือบไปเห็นรถสีดำคันหรูก็เลยรีบไล่วรุต ก่อนที่เธออาจจะต้องยืมตัวเขาแสดงละครฉากใหญ่อีกฉาก แล้วดูเหมือนวรุตก็จะไม่ยอมไปง่ายๆ แน่นอนว่าเขาไม่เชื่อเธอ จนไตรวิทย์ลงมาจากรถและตรงมาทางเธอ ในมือเขามีทั้งถุงกระดาษใบใหญ่ ทั้งถุงพลาสติกเธอเดาว่าน่าจะเป็นอาหารอีกเช่นเดิม

เขาเดินตรงมาทางนี้สายตาภายใต้กรอบแว่นใสสำรวจคนข้างๆ เธออย่างไม่ปิดบัง แล้วสายตาก็เหมือนจะถามเธออยู่ในที

"อ้าว กลับช้าจังเลยคะ ปรางลงมารอตั้งนาน" เธอเอ่ยทัก อาจารย์หนุ่มก็หน้าตึงขึ้นทันที ขมวดคิ้วมองเธอใช้สายตาดุนั้นคล้ายต่อว่าเธออยู่กลายๆ แต่เธอไม่ใส่ใจมันแล้ว รีบเดินเข้าไปคล้องแขนเขาไว้ ทิ้งให้วรุตยืนอยู่ตรงนั้นโดยไม่สนใจเขาอีก คุณหมอแนบลำตัวเบียดแขนเขาจนอกอิ่มแทบจะเกยอยู่บนมัดกล้ามแน่นนั่น

เมื่อเดินไปรับอาจารย์ไตรวิทย์เสร็จ คล้องแขนเขาเพื่อจะเดินเข้าอาคารคอนโด แต่มือของวรุตก็รั้งแขนของปรางทิพย์เอาไว้ เธอชะงักตกใจเล็กน้อย แล้วก็รีบสะบัดแขนออกจากมือเขา

"ปราง ไม่จริงใช่ไหม" วรุตเอ่ยถามเสียงแผ่ว

"ขอโทษนะคะ ฉันมีแฟนใหม่แล้วจริงๆ คุณเลิกมาตามตื๊อฉันได้แล้ว" ปรางทิพย์เอ่ยเสียงเข้มพยายามไม่หันไปมองหน้าเจ้าของแขนแกร่งที่เธอยึดเขาไว้มั่น

"เขาตามตื๊อคุณหรือ" เสียงเข้มเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก ปรางทิพย์ก็ออกจะหวั่นๆ ไม่ได้ แต่เพื่อตัดวรุตให้ขาด ถูกเขาด่าเดี๋ยวค่อยว่ากัน

"เอ่อ..ค่ะ" ปรางทิพย์แทบจะตอบไม่เต็มคำ วรุตมองหน้าไตรวิทย์เขม็ง

"งั้นไปขอกล้องวงจรปิดจากคอนโด เดี๋ยวผมจะให้ทนายจัดการแจ้งความฟ้องร้องให้ คุกคาม มาตราสามเก้าเจ็ด" ปรางทิพย์เงยหน้ามองเขาอย่างอึ้งๆ เช่นเดียวกับวรุต ที่หน้าถอดสีขึ้นทันที

"ผมขอเตือนให้คุณอย่ามายุ่งกับปรางอีก" ไตรวิทย์พูดแค่นั้นแล้วก็ก้าวขาเดินต่อ ปรางทิพย์รีบกระชับแขนเขาแล้วก็ก้าวเท้ายาวๆ ตามคนตัวสูง

จนเมื่อทั้งคู่เข้ามาภายในอาคารลับสายตาจากวรุตแล้ว ปรางทิพย์จึงได้เอ่ย

"ขอโทษนะคะ อาจารย์วิทย์ เรื่องมันจวนตัวน่ะค่ะ" เธอกล่าวขอโทษพร้อมทั้งกระพุ่มมือขึ้นพนมไหว้เขาทั้งที่ยังเดินอยู่ จนเข้ามาถึงในลิฟต์

"เขาเป็นใคร"

"เอ่อ.. แฟนเก่าฉันเองค่ะ เลิกกันมาสักพักแล้ว แต่เขายังมาตามตื๊อจนฉันต้องย้ายห้องหนีมาแล้วครั้งหนึ่ง"

"หนี" เธอได้ยินเสียงขึ้นจมูกเขา พร้อมทั้งสีหน้าประหลาดๆ ไม่รู้ว่าเขาด่าหรือเห็นใจเธอกันแน่

"ขอบคุณ คุณด้วยนะคะ ที่ไม่หักหน้าฉันเมื่อกี้" เขาไม่ตอบอะไร เพราะถือว่าเมื่อกี้เขาก็ไม่ได้แสดงตัวอะไร พูดไปตามความที่จะเป็นแค่นั้น ส่วนที่เธอมาเกาะแขนเขาแกล้งทำใส่ เขาไม่เดือดร้อนอะไร

"นึกว่าคุณจะหยุดงานต่อ เลยซื้อพวกอาหารกับผลไม้มาไว้ให้" เขาเอ่ยบอกเมื่อเข้ามาที่ห้องเธอ วางถุงพวกนั้นที่โต๊ะกินข้าว ไม่จัดเข้าตู้เย็นเหมือนครั้งก่อน

"ขอบคุณนะคะ พรุ่งนี้จะไปทำงานแล้วค่ะ" เธอจึงกลายเป็นคนที่ต้องมาจัดอาหารพวกนั้นใส่ตู้เย็นแทน ไม่ลืมที่จะหยิบน้ำให้แขกที่นั่งรออยู่ที่โซฟาด้วย

"เรื่องแฟนเก่าคุณ ถ้าเขายังมาตามตื๊อก็ทำอย่างที่ผมว่าน่ะ ถ้าหาทนายไม่ได้ให้บอกจะแนะนำให้"

"ขอบคุณอีกครั้งค่ะ" เธอหันไปยิ้มหวานให้เขาอย่างจริงใจ อย่างน้อยเธอจะได้สู้ไอ้วรุตนั่นได้บ้าง ไม่ต้องคอยหนีอยู่แบบนี้

อาจารย์ไตรวิทย์มองรอยยิ้มนั้นแล้วก็ต้องเผลอเอานิ้วมือดันแว่นตา เวลาเธอยิ้มแล้วก็ดูดีไม่น้อย เพียงแต่เขาไม่ค่อยเห็นเธอยิ้มสักเท่าไหร่

เสียงโทรศัพท์ที่สั่นในกางเกงยีนสีเข้ม เขาหยิบมันขึ้นมาดู เห็นหน้าจอว่าเป็นใครโทรมาก็ต้องถอนหายใจเบาๆ พักนี้แม่เขามักจะโทรมาบ่อย ถามหาแฟนกำมะลอของเขาบ้างละ ถามเรื่องขาเธอบ้าง เดี๋ยวก็โทรมาให้ชวนไปทานข้าวที่บ้านบ้าง ซึ่งเขาเองก็พยายามบ่ายเบี่ยงอยู่ตลอด ในอาทิตย์ที่ผ่านมา โชคดีที่งานเขายุ่งพอดี ไม่อย่างนั้นคงปฏิเสธได้ยาก

"ครับแม่" คนรับสายใช้นิ้วดันแว่นอีกครั้ง พลางหันไปมองคนตัวเล็กที่ก้มๆ เงยๆ อยู่หน้าตู้เย็น

"ผมไม่ได้อยู่ห้องครับ ตอนนี้อยู่ข้างนอก"

"เอ่อ..ออกมาด้วยกัน"

"หายแล้วครับ" เขาเหลือบสายตาไปมองเธอ พอดีกับที่เธอหันหน้ามาทางเขาพอดี เพราะจัดของเข้าตู้เย็นเสร็จแล้ว แต่ปรางทิพย์ก็ไม่ทันได้ฟังว่าเขาคุยอะไรกับใคร

"ไม่ต้องเข้าไปหรอกครับ ไม่รู้จะกลับตอนไหนเลย" เขามองหน้าเธออีกครั้ง แล้วก็ชี้นิ้วเข้าไปที่โทรศัพท์ตัวเอง เธออ่านปากที่เขาขมุบขมิบได้ความว่า แม่อยากคุยกับคุณ เธอตกใจเล็กน้อยแล้วก็รับโทรศัพท์จากเขามา

"สวัสดีค่ะคุณแม่" เสียงใสเอ่ยทักทาย แล้วก็ต้องขมวดคิ้ว เธอรีบเปิดสปีกเกอร์โฟนทันที

(แม่มีขนมจากโรงแรมไปฝากด้วย แล้วก็เสื้อผ้าอีกตั้งหลายชุดวันนี้แม่ไปช็อปปิ้งกับเพื่อนมา เลยได้มาฝากหนูด้วย แม่รู้แล้วว่าเราอยู่ด้วยกัน ไม่ต้องปิดแม่หรอก เจ้าวิทย์มันเอาแต่บ่ายเบี่ยงไม่ให้แม่เข้าไปที่คอนโดมัน)

"แม่ครับ" เสียงยานคางของอาจารย์หนุ่มเป็นเชิงขอร้องเหมือนไม่ให้แม่พูดต่อ

(อยู่ด้วยกันก่อนแม่ก็ไม่ว่าอะไร ขอแม่เข้าไปดูหน่อยแล้วกัน เผื่อเจ้าวิทย์มันดูแลหนูไม่ดี เดี๋ยวค่ำๆ แม่เข้าไปนะ) พูดจบคุณนายประไพรก็ตัดสายทิ้งไปทันที ทั้งสองคนได้แต่นั่งมองหน้ากันอยู่ตรงโซฟา

"ตะ..ต้องทำยังไงคะ" เธอถามเพราะรู้สึกผิดที่ไม่สามารถต่อรองกับแม่เขาได้

"ไปเก็บเสื้อผ้า ชุดทำงานด้วย แล้วก็พวกของใช้ส่วนตัว พวกเครื่องสำอางอะไรพวกนี้น่ะ"

"กะ..เก็บไปไหนคะ"

"ไปอยู่ที่คอนโดผมน่ะซิ เร็วเข้าเดี๋ยวแม่เข้าไปแล้วไม่เจอว่าห้องผมมีของคุณอยู่ ได้ความแตกแน่"

"ฉันต้องไปอยู่นั่นหรือคะ"

"จะถอนฟ้องไหม"

"ถอนๆ ค่ะ" ปรางทิพย์รีบลุกจากโซฟา เข้าไปที่ห้องส่วนตัวของตัวเอง กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกนำมากางไว้บนเตียง เธอรวบชุดเท่าที่พอจะหยิบได้ รวมถึงชุดทำงาน แล้วก็เข้าไปที่ห้องน้ำกวาดเครื่องสำอางออกมาแล้วก็โยนใส่กระเป๋า

กระเป๋าเดินทางใบใหญ่ถูกยกใส่ท้ายรถคันหรู เพียงครึ่งชั่วโมงอาจารย์หนุ่มก็พาเธอมาถึงคอนโดหรู แค่เดินเข้ามาถึงล็อบบี้เธอยังคิดว่าที่นี่เป็นโรงแรมห้าดาวเสียอีก ระบบลิฟต์ที่ต้องใช้คีย์การ์ด พาเธอขึ้นมาถึงชั้นสี่สิบสอง ห้องเขาใหญ่มากและก็หรูหราไม่แพ้ล็อบบี้ด้านล่างนั่นเลย มันใหญ่กว่าห้องเธอหลายเท่าตัวทีเดียว ปรางทิพย์ไม่ได้มีเวลาสนใจห้องเขาต่อ เมื่ออาจารย์หนุ่มรีบเข้ามาช่วยเธอจัดเสื้อผ้าในกระเป๋าไปแขวนไว้ที่ห้องแต่งตัว ภายในตู้ว่างอีกอีกฝั่ง แล้วก็สั่งให้เธอรีบเอาพวกเครื่องสำอางไปวางไว้ในห้องน้ำ

"เอาแปรงสีฟันมาหรือเปล่า"

"เอามาค่ะ"

"เอาใส่ไว้ในแก้วกับของผมได้เลย"

ปรางทิพย์เอาแปรงสีฟันของเธอค่อยๆ วางไปในแก้วของเขาอย่างเบามือ มองแก้วนั้นด้วยความรู้สึกแปลกๆ แล้

วก็ต้องรีบออกจากห้องน้ำ เพราะเสียงกริ่งหน้าประตูห้อง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป