บทที่ 11 ชุดเซ็กซี่ของคุณแม่
คุณประไพรมาถึงพร้อมด้วยขนมของฝากจากโรงแรม แล้วก็ถุงเสื้อผ้าจากแบรนด์หรูอีกหลายถุง ปรางทิพย์รีบเอาน้ำมาเสิร์ฟแม่ของเจ้าของห้อง เธอหยิบของที่เคาน์เตอร์บาร์อย่างชำนาญราวกับอยู่ที่นี่มาจนชิน ส่วนลูกชายได้แต่นั่งหน้าตึงอยู่กับมารดาเขาที่ห้องรับแขก
คุณแม่ชวนคุยอยู่หลายเรื่อง ส่วนมากจะถามเรื่องเธอเสียมากกว่า สักครู่ท่านก็ขอตัวเข้าห้องน้ำ ทั้งสองคนจึงได้หันมาสบตากัน และหลังจากที่ท่านออกมาจากห้องน้ำเพียงครู่เดียวก็กลับ ทั้งสองคนมายืนส่งแขกอยู่ที่หน้าประตูเพราะท่านบอกว่าไม่ต้องลงไปส่งข้างล่าง จนเมื่อประตูห้องปิดลง คนทั้งคู่ก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่แทบจะพร้อมกัน
คุณหมอสาวเดินไปทิ้งตัวนั่งที่โซฟาอย่างหมดแรง เพราะเร่งรีบมาตั้งแต่ที่ห้องเธอ เรียกว่าจัดของกันเสร็จได้ทันเวลาพอดี
"คุณคงต้องอยู่ห้องผมสักพัก" อาจารย์หนุ่มเอ่ยบอก ตอนที่เธอกำลังเอนหลังพิงโซฟาในท่าสบายๆ แต่พอเขาพูดจบเธอก็ดีดตัวเองขึ้นนั่งหลังตรงทันที
"คุณว่าไงนะ"
"อยู่แค่ตรงนี้พูดไม่ได้ยินหรือไง"
"ได้ยิน แต่..แม่คุณจะมาอีกหรือคะ"
"ก็แหงล่ะซิ" เธอได้แต่ทิ้งตัวเอนโซฟาอย่างคนหมดแรงไปอีกรอบ
"ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะ เดี๋ยวพาไปทานข้าวข้างบน แต่งตัวสวยๆ หน่อยนะ เอ่อ..ไม่ได้ว่าคุณแต่งตัวไม่ดี ร้านหรูน่ะ ใส่ธรรมดาไปเดี๋ยวคุณจะเขินคนอื่น วิวมันสวยพวกดารายังมาถ่ายรูปกันบ่อย" เขารีบเอ่ยบอกเหตุผลเพราะสายตาที่จ้องมา
"สวยสุดก็ชุดทำงานนั่นแหละค่ะ ไม่ได้เอาชุดสวยมาด้วย รวบมาแต่ชุดใส่เล่นกับชุดทำงานค่ะ" และชุดทำงานของเธอมันก็ออกจะเรียบร้อย กึ่งเป็นทางการสักหน่อย คงจะพอมีสักชุดที่ดูจะใส่สวยๆ ได้บ้างหรอกมั้ง เธอกำลังจะเดินเข้าไปที่ห้องเขาเพื่อเปลี่ยนชุด แต่เขาส่งถุงกระดาษที่คุณประไพรให้ไว้ให้เธอแทน
"ลองดูชุดพวกนี้ มีใส่ได้หรือเปล่า"
เขาเอ่ยบอกเธอจึงเปิดกล่องแบรนด์หรูออกมาดู ชุดเดรสสั้นสีขาวเกาะอก เธอมองชุดแล้วก็มองหน้าเขา อาจารย์หนุ่มก็ยักไหล่ใส่เธอ อีกสองกล่องที่เปิดออกยี่ห้อเดียวกัน อีกชุดสีครีมเหมือนจะเรียบร้อย แต่พอเธอพลิกด้านหลัง รอยผ่าตั้งแต่คอจนถึงเอวนั่นทำเธอรีบวางมันลงทันที อีกชุดก็แทบจะไม่ต่างกัน
เธอหันมาเปิดถุงแบรนด์ดังอีกยี่ห้อ แค่เกาะกล่องออกก็ต้องหน้าแดงเถือกเป็นลูกตำลึง เพราะนอกจากชุดชั้นในแบบเซ็กซี่แล้ว ยังมีชุดนอนตัวบาง ชุดนอนเหมือนไม่ได้นอนนั่นอีก เธอรีบปิดกล่องอย่างรวดเร็ว หันไปมองหน้าอาจารย์ เห็นเขาเอามือดันแว่นตา แล้วก็ก้มหน้าก้มตาดูอะไรไม่รู้ที่โทรศัพท์ในมือ เธอรีบรวบกล่องทั้งหมดคิดจะเดินเข้าห้อง แต่เหมือนนึกอะไรได้
"ฉันนอนห้องไหนหรือคะ" เขาบุ้ยปากไปที่ห้องตรงข้ามกับเขา เธอจึงได้โล่งอกขึ้นบ้างนิดหน่อย
"พวกของใช้จะรบกวนคุณซื้ออีกชุดได้ไหม พวกนั้นเอาไว้ที่ห้องผม เผื่อวันไหนแม่มาจะได้ไม่ต้องย้ายของ ส่วนห้องคุณเวลาไม่อยู่ก็ล็อกเอาไว้ ท่านไม่มีกุญแจ มีแค่คีย์การ์ดขึ้นมา ค่าใช้จ่ายเดี๋ยวผมออกเอง"
"อ๋อ ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา" เธอตอบเขาเสร็จแล้วก็หอบสมบัติเซ็กซี่เข้าไปที่ห้องที่เขาบอกว่าเธอจะนอนที่นั่น เพียงครู่ใหญ่ ๆ เธอก็ออกมา แต่ยังไม่ได้แต่งหน้า
"ขอเข้าไปแต่งหน้าที่ห้องคุณก่อนนะคะ"
"ตามสบาย" เขาตอบเธอทั้งที่ยังไม่ได้หันมา
ปรางทิพย์กลับออกมาอีกครั้งในชุดเกาะอกสีขาวที่ดูจะเรียบร้อยกว่าชุดอื่น ใบหน้าสวยหวานถูกแต่งแต้มอย่างบางเบา ผมยาวสลวยถูกปล่อยลง เธอเลยใช้มันปิดไหล่พอให้ไม่โล่งตานัก แต่มันก็แทบจะไม่พอปกปิดเนินอกอิ่มที่โผล่พ้นชายผ้าออกมาสะดุดตานั่น นับว่าคุณแม่เขาเก่งในเรื่องวัดขนาดตัวทีเดียว เพราะมันพอดีแบบที่นึกว่าเธอได้ไปลองชุดด้วยตัวเอง เอวคอดรับสะโพกนั่น คงจะดีกว่านี้ถ้าชุดมันจะยาวกว่านี้อีกสักหน่อย
"เวอร์เกินไปหรือเปล่าคะ" เธอถามเขา เพราะเห็นเขายังมองอยู่ ไม่แน่ใจสายตาเขาว่าโอเคหรือยัง
"ไม่ครับ โอเคแล้ว" อาจารย์ขยับแว่นอีกครั้ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน
เธอเดินตามเขามาถึงหน้าประตู แล้วมองรองเท้าตัวเองที่ตู้เก็บ ตอนที่มาเธอรีบจับยัดๆ ไว้ จนลืมสังเกตว่ามันมีแต่ส้นสูง แล้วก็ไม่ทันคิดอะไรเธอหยิบคู่สีเดียวกับชุดขึ้นมา
"จะใส่ส้นสูงหรือ" เขาเอ่ยถาม ทำให้เธอนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งจะหายจากเท้าแพลง แต่ก็ไม่เจ็บแล้ว
"หายเจ็บแล้ว ไม่เป็นไรมั้งคะ ไม่ได้เดินไกล แล้วก็เผลอหยิบมาแต่ส้นสูง" สายตาดุนั่น ทำเอาเธอรู้สึกผิดขึ้นมาอย่างนั้น
ปรางทิพย์เดินมาได้นิดเดียว เขาก็จับมือเธอไปเกาะแขนเขาไว้ และเหมือนเขาจะเดินช้าลงเล็กน้อยด้วย
"เกาะไว้ เผื่อเจ็บจะได้ทรงตัวได้"
เขาพาเธอขึ้นลิฟต์มาชั้นห้าสิบเก้า ห้องอาหารบรรยากาศดี ออกจะโรแมนติกไม่น้อย เธอหันไปมองที่มาของเสียงเพลงบรรเลงจากไวโอลินอยู่ด้านหน้าเวที แล้วก็จริงอย่างเขาว่า พวกผู้หญิงเกือบทุกคนแต่งตัวราวกับอยู่ในงานราตรีสโมสร บางโต๊ะก็จัดตกแต่งไปด้วยดอกไม้ราวกับจัดฉากจะขอแต่งงาน เขาพาเธอเดินออกมาที่นอกระเบียงใหญ่ ด้านนอกเปิดเป็นโอเพ่นแอร์ รับลมธรรมชาติ ทำให้ผมสลวยของเธอปลิวล้อลมจนเธอต้องแอบจับมันรวบไว้อยู่บ่อยครั้ง
โซฟาโต๊ะริมกำแพงเตี้ยแต่กรุกระจกสูงขึ้นเพื่อความปลอดภัย อีกทั้งยังไม่บดบังทัศนียภาพสวยยามค่ำคืนของเมืองกรุง เธอมองภาพเบื้องหน้าวิวเดียวกับห้องเขา แต่พอใบหน้าได้สัมผัสลมฝุ่นพีเอ็มของกรุงเทพ กลับทำเธอรู้สึกดีกว่าระเบียงเล็กที่คอนโดเช่าเธอเสียอีก
"สวยจังเลยค่ะ"
"อืม สวย"
คุณหมอคนสวยมัวแต่สนใจกับภาพตรงหน้า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเก็บภาพเอาไว้ เห็นเขากำลังสั่งอาหาร
"คุณอยากทานอะไรหรือเปล่า"
"แล้วแต่อาจารย์เลยค่ะ ปรางทานได้หมด" เขาสะดุดเสียงที่เธอเรียกชื่อตัวเอง เพราะปกติ เขามักจะได้ยินแต่ฉันๆ พอเงยหน้ามองเธอ ก็เห็นเธอวุ่นวายอยู่กับโทรศัพท์ที่กำลังถ่ายตัวเอง แต่เพราะลมแรงจนทำให้ผมเธอปลิวแล้วต้องคอยจับ
"ไม่มียางมัดผมหรือ"
"ไม่ได้เอามาด้วยค่ะ ไม่รู้ว่าโอเพ่นแอร์"
"ผมมีผ้าเช็ดหน้าผูกได้ไหม"
"ได้ๆ ค่ะ"
เธอยื่นมือมารับ ผ้าเช็ดหน้าจากเขา รวบผมตัวเองขึ้นสูง แล้วก็จะมัด แต่เพราะมันไม่ใช่ยางมัดผม จึงทำให้ดูเก้ๆ กังๆ ไม่น้อย
"มานี่ผมผูกให้"
คุณหมอหันไปยิ้มแห้งๆ ให้อาจารย์ กำลังจะย้ายตัวเองไปนั่งที่โซฟาตัวยาวฝั่งเขา แต่เขากลับเดินมาที่เธอแทน ทิ้งตัวลงนั่งข้างๆ แล้วก็จับไหล่ให้เธอหันหลังให้เขา เธอจึงรวบผมขึ้นใหม่อีกครั้ง เพราะยังมีปอยผมที่ถูกรวบขึ้นมาไม่หมด เมื่อจับมันถนัดแล้ว เขาจึงเอาผ้าเช็ดหน้ามัดให้เธอ ระหว่างที่มัดนิ้วมือของเขาที่กระทบกับต้นคอระหงทำเอาปรางทิพย์สะดุ้งตัวนิดๆ อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้ จนเขามัดให้เสร็จแล้ว เธอยังจำสัมผัสที่ท้ายทอยได้อยู่เลย
เขากำลังจะลุกออกจากโซฟาตัวยาวของเธอ พอดีกับที่พนักงานเอาไวน์ขวดหรูมาเปิดแล้วก็เทให้พอดี ทำให้เขายังลุกขึ้นกลับไปไม่ถนัด จึงได้แต่นั่งรออยู่ข้างเธอ พนักงานคงจะหวังดี จึงช่วยเขาย้ายจานชามที่อยู่ฝั่งตรงข้ามมาวางไว้ตรงหน้าเขา แล้วแก้วไวน์ก็ถูกวางตรงหน้าเขาและเธอ ปรางทิพย์ไม่หันไปมองเขาได้แต่ถ่ายรูปวิวด้านนอกอยู่แบบนั้น
"มาผมถ่ายให้"
เธอเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม แล้วก็ส่งโทรศัพท์ให้เขาในหน้าจอที่พร้อมถ่ายภาพ รอยยิ้มหวานยิ้มให้กล้องที่โทรศัพท์ เสร็จแล้วก็เขยิบไปใกล้ๆ คนถ่ายรูปเพื่อดูว่ารูปใช้ได้หรือไม่
"อาจารย์คะ ถ่ายหน้าปรางให้มันชัดๆ หน่อยซิ อย่ามือสั่น" เธอส่งโทรศัพท์คืนให้เขาอีกครั้ง เอนตัวออกห่าง เพื่อให้เขาโฟกัสภาพได้ เธอเช็กรูปอีกครั้ง แต่ก็ยังบ่น
"ก็ยังดีกว่าเมื่อกี้ค่ะ แล้วนี่ต้องถ่ายรูปเป็นหลักฐานส่งให้แม่คุณด้วยหรือเปล่าคะ"
"อืม เข้าท่า"
เขาเอ่ยตอบแล้วก็หยิบโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกงตัวเอง ขยับเข้ามาใกล้เธอ เพื่อที่จะเซลฟี่สองคน ปรางทิพย์จำต้องขยับเข้าไปใกล้ๆ เขาเพื่อให้ใบหน้าของเธอเข้าไปอยู่ในภาพนั้นได้ชัดๆ
"พี่วิทย์ พี่วิทย์จริงๆ ด้วย" เสียงทักมาจากด้านหลัง ก่อนที่เจ้าของเสียงหวานจะเดินมาตรงหน้าเขา
"อ้าว น้องพัส กลับมาเมื่อไหร่ครับ"
"กลับมาได้สักพักแล้วค่ะ พาแฟนมาทานข้าวหรือคะ เอ่อ..ไม่แนะนำหน่อยหรือคะ" ใบหน้าจิ้มลิ้มเอียงคอถาม ปรางทิพย์มองว่าเจ้าของเสียงใสนี้ดูเหมือนจะอายุเยอะกว่าเธอด้วยซ้ำ แต่คงเพราะความน่ารัก อีกทั้งลักยิ้มทั้งสองข้างนั่นทำให้เธอดูเด็กลงไม่น้อยเลย
"นั่งก่อนซิ" เขาเอ่ยชวนหญิงสาวที่ชื่อพัสนั่งลง และเธอก็นั่งอย่างว่าง่าย ปรางทิพย์แอบมองใบหน้ายิ้มแย้มนั่นดูแล้วสบายตาไม่น้อย
"นี่คุณพัส เป็นรุ่นน้องที่มหาลัยผมน่ะ เมื่อก่อนเปิดสำนักงานทนายความ ตอนนี้ไม่แน่ใจ" เขาเอ่ยแนะนำให้เธอรู้จัก เจ้าของลักยิ้มสองข้างยิ้มหวานให้เธอ
"ตอนนี้ก็จะกลับมาเปิดสำนักงานเหมือนเดิมแหละค่ะ ฝากพี่วิทย์หาลูกค้าให้บ้างนะคะ"
"ส่วนนี่คุณปราง เป็นหมอ.." เขายังเอ่ยไม่ทันจบ หรือเพราะไม่รู้จะเอ่ยแนะนำเธออย่างไรมั้ง เขาถึงดูเหมือนไม่ใช่อาจารย์หนุ่มมั่นหน้าคนเดิมสักเท่าไหร่
"โห เก่งจัง แฟนพี่วิทย์เป็นหมอซะด้วย" คุณพัสทำตาโตตอนที่รู้ว่าเธอเป็นหมอ และเธอยังเห็นเขาดูอึดอัดอยู่จึงได้แก้ต่างแทนให้
"คุณพัสเข้าใจผิดแล้วค่ะ ไม่ใช่แฟนหรอก เป็นลูกความน่ะค่ะ กำลังจะให้อาจารย์แนะนำทนายให้ พอดีโดนคนไข้ฟ้องอยู่ค่ะ" เธอตอบกลั้วหัวเราะ โบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน ยิ่งทำให้ลักยิ้มนั้นชัดยิ่งขึ้นเมื่อคุณพัสหัวเราะน้อยๆ เธอแอบเหลือบไปมองคนข้างๆ เห็
นเขายกแก้วไวน์ขึ้นดื่มไม่ได้ว่าอะไรที่เธอตอบไปแบบนั้น
