บทที่ 12 มาทำอะไร
คุณพัสกลายเป็นแขกร่วมโต๊ะ เพราะเขาเรียกพนักงานให้มารินไวน์ให้คุณพัสด้วย เธอที่ดื่มได้น้อย เพราะไม่ค่อยจะสันทัดกับแอลกอฮอล์สักเท่าไหร่ แล้วโดยปกติก่อนจะไปทำงานเธอมักจะไม่เคยดื่มเลย นอกจากมีงานเลี้ยงจิบพอเป็นพิธีนิดหน่อย ครั้งนี้ก็เช่นกัน
ไวน์แก้วที่สองเข้าปากไปได้อีกแค่อึกเดียว เธอก็มึนศีรษะไม่น้อย นั่งยิ้มน้อยๆ เวลาคุณพัสเอ่ยเล่าเรื่องอะไรให้ฟัง ดูคุณพัสเป็นคนพูดเก่งออกจะอารมณ์ดีด้วย เธอยังเห็นเขาหัวเราะเบาๆ อยู่บ่อยครั้ง
"เดี๋ยวปรางขอตัวไปห้องน้ำก่อนนะคะ" เธอหันไปบอกคุณพัส แล้วก็หันไปมองหน้าเขาเป็นเชิงขอทาง เพราะคนตัวสูงที่ย้ายมานั่งข้างเธอยังไม่ได้กลับไปที่ของตัวเองเลย
"ไปเป็นเพื่อนไหม" เขาเอ่ยถาม ตอนเธอเดินผ่านเขายังช่วยจับมือเธอประคอง
"ไม่เป็นไรค่ะ ไปได้" พูดจบปรางทิพย์ก็เดินออกมาจากโต๊ะ ปล่อยให้ทั้งสองคนได้มีโอกาสคุยกัน เธอรู้สึกเหมือนเขาอยากพูดอะไร แต่ติดตรงที่เธอนั่งอยู่ตรงนั้น
หลังจากเข้าห้องน้ำเสร็จ ปรางทิพย์ยืนล้างมืออยู่ที่อ่าง มองกระจกใสบานใหญ่ตรงหน้า เพื่อสำรวจหน้าตาตัวเองพลันเห็นโบมัดผมที่เป็นผ้าเช็ดหน้าของเขาก็ทำเอาเธอหน้าเห่อร้อนขึ้นเสียดื้อๆ สงสัยจะเมา เธอให้คำตอบกับตัวเองเช่นนี้
"อาหารอร่อยไหมคะ ที่นี่" เสียงคุ้นหูดังมาจากด้านข้าง พอเธอหันไปจึงได้เห็นว่าเป็นคุณพัสที่เดินออกมาจากห้องน้ำด้านใน
"อ๋อ อร่อยค่ะ บรรยากาศก็ดีนะคะ"
"ร้านโปรดอาจารย์วิทย์เขาแหละ เมื่อก่อนเรามาทานกันบ่อยๆ"
"อ๋อ ค่ะ" ปรางทิพย์แค่นยิ้มกับคำตอบของเธอ ไม่ค่อยแน่ใจว่าคุณพัสจะสื่ออะไรกันแน่ น้ำเสียงฟังดูแปลกไปเล็กน้อย
"คุณปรางโดนคนไข้ที่ไหนฟ้องหรือคะ ถ้าต้องการทนายความพัสช่วยได้นะ สำหรับเพื่อนพี่วิทย์พัสไม่คิดค่าทนายค่ะ"
"ขอบคุณ คุณพัสค่ะ ได้เรียบร้อยแล้วค่ะ กำลังไกล่เกลี่ยกันอยู่น่ะค่ะ"
"ลำบากเนอะคะ สมัยนี้คนรู้กฎหมายกันหมดแล้ว อะไรนิดอะไรหน่อยก็ฟ้องกันเป็นว่าเล่น"
"ค่ะ" ปรางทิพย์ได้แต่ยิ้มให้ เพราะไม่รู้จะตอบอย่างไร เสียงคุณพัสยังชวนคุยไปตลอดทาง จนเดินกลับมาถึงโต๊ะ
"เจ็บขาอยู่หรือเปล่า" เขาเอ่ยถามเมื่อเธอนั่งลงที่โซฟาตัวนุ่มด้านในเรียบร้อย
"ไม่ค่ะ"
"เพื่อนพัสมาแล้วค่ะ ถ้ายังไงพัสขอตัวก่อนนะคะ ไว้เจอกันใหม่นะคะพี่วิทย์คุณปราง" เสียงของคุณพัส ทำให้ไตรวิทย์หันสายตาที่กำลังมองขาของเธอไปทางคุณพัสแทน
"ครับ ไว้เจอกัน"
พอคุณพัสออกไปจากโต๊ะ ปรางทิพย์แอบมองตามไปด้านหลังนิด เห็นเธอเข้าไปที่กลุ่มเพื่อนสาวสามสี่คน แล้วเหมือนสายตาไตรวิทย์มองมาที่เธอ จึงทำให้เธอหันหน้ากลับมา สายตาดุที่มองมา ทำให้เธอเลิกคิ้วเป็นเชิงถาม
"คะ ขอแอบมองหน่อย คุณพัสเธอน่ารักนะ รุ่นน้องคุณหลายปีไหมคะ เหมือนจะอายุเยอะกว่าฉันเลย แต่ดูเธอยังน่ารักสดใสอยู่เลย"
"ชอบนินทาคนอื่นหรือไง" ปรางทิพย์หน้าตึงขึ้นทันที เม้มปากตัวเองแน่น ก่อนจะหยิบแก้วไวน์ที่เหลือขึ้นกระดกจนหมด
"ไม่ได้นินทาค่ะ แค่ชื่นชมว่าเธอน่ารัก ก็แค่นั้น" เธอเถียงเสียงขึ้นจมูก
"พูดถึงคนที่ไม่อยู่เขาก็เรียกนินทาอยู่ดี"
"จะฟ้องอีกสักคดีไหมล่ะคะ" เขาหันมามองเธอตาเขียว เธอเชิดหน้าใส่แล้วก็หันหน้าไปทางวิวด้านนอกแทน
"คุณนี่มันปากพูดไปเรื่อยจริงๆ ผมไม่เคยเห็นหมอพูดเพ้อเจ้อเท่าคุณมาก่อน เรื่องอะไรก็เที่ยวไปเล่าให้เขาฟัง" ปรางทิพย์ไม่แน่ใจว่าเขาว่าเธออยู่ในระดับไหน น้ำเสียงแม้ไม่เข้มมาก เหมือนบ่น แต่เรื่องที่เขาพูดก็ชวนให้เธอปรี๊ดแตกได้ง่ายๆ เช่นกัน
"ถ้าจะหมายถึงเรื่องที่ฉันปฏิเสธความเข้าผิดของคุณพัส ที่คิดว่าฉันเป็นแฟนคุณ ฉันว่าฉันทำถูกแล้วนะคะ แล้วที่พูดไปเรื่อย ก็เพื่อให้คำพูดมันดูเบาบางลงจะได้ไม่กระทบจิตใจพวกคุณ" รอยคิ้วขมวดของเขา อีกทั้งสายตาจ้องเขม็ง ทำเอาเธอนึกเสียวสันหลัง
"กระทบจิตใจฉัน เธอเข้าใจว่าอะไร"
"ฉันจะไปรู้เรื่องของพวกคุณได้ยังไง"
"ไม่รู้ก็อย่าพูดไปเรื่อย" เธอกลอกตาใส่เขาอย่างไม่ปิดบัง
"พอคุณพัสถาม คุณก็อึกอัก ไม่กล้าปฏิเสธ ฉันก็ปฏิเสธให้แล้วไง ไม่พอใจตรงไหน"
"ตรงที่คุณพูดไปเรื่อย คิดไปเองนั่นแหละ"
"ฉันไม่ได้คิดไปเอง ขนาดตอนไปเข้าห้องน้ำ เธอยัง.." ปรางทิพย์ยักไหล่ ทำท่าเหมือนจะพูดแล้วก็ไม่พูดต่อ
"ทำไม ตอนไปเข้าห้องน้ำ"
"ไม่พูดถึงคนอื่น ที่ไม่อยู่ค่ะ"
อาหารค่ำแสนอร่อยที่ได้กินไปเพียงนิดเดียว ก็เป็นอันต้องฝืดคอ ทีตอนคุยกับสาวยังยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ หัวเราะคิกคัก พอสาวไปมาหงุดหงิดใส่เรา แค่คิดเธอก็รู้สึกหงุดหงิดขึ้นบ้างเหมือนกัน อาหารมื้อนี้จึงจบลงแค่อาหารคาว ผลไม้ที่เขาสั่งไปตั้งแต่ทีแรกยังไม่มาเสิร์ฟเสียด้วยซ้ำ
แต่ตอนที่เดินกลับ เขาก็ยังจับมือเธอให้ไปจับแขนเขาไว้ เพื่อทรงตัวอยู่ดี
"เมาหรือเปล่า เดินดีๆ เดี๋ยวก็ล้มไปอีก"
"มึนหัวค่ะ" เธอตอบตามตรง แล้วก็กระชับมือที่แขนเขาไว้ เพราะตอนเดินมันอกจะทรงตัวยากนิดหนึ่ง
"แค่สองแก้วเอง"
"ปกติฉันไม่ดื่มเหล้า ยิ่งเฉพาะวันทำงาน จะดื่มแค่งานสังสรรค์นิดหน่อยเท่านั้น"
"แล้วพรุ่งนี้ไปทำงานไหวหรือเปล่า"
"ไหวค่ะ"
"แล้วต้องใส่ส้นสูงไปทำงานเนี่ยนะ"
"ใช่ค่ะ"
เสียงเขายังถามเธออีกหลายคำ น้ำเสียงเริ่มดีขึ้นกว่าเมื่อตอนทานอาหารนั่นเยอะเลย พอเขาไม่ตึงใส่ เธอก็เลยไม่เก็บคำพูดพวกนั้นมาคิดให้รกสมอง
"คุณอย่าเพิ่งล็อกห้องนะ ฉันขอไปอาบน้ำด้วย" น้ำเสียงเริ่มงัวเงีย ดวงตาเริ่มจะปรือ เพราะความง่วง แต่คนตัวเล็กก็ยังไม่ลืมว่าจะต้องอาบน้ำก่อนนอน แล้วก็ต้องไปอาบที่ห้องเขาด้วย มือเล็กกำลังจะเปิดประตูห้องตัวเองตอนพูดก็ไม่ได้หันไปมองคนตัวสูงที่กำลังจะเปิดเข้าห้องตัวเองเช่นกัน แต่เสียงไอสองสามครั้งของเขา ทำเธอหันไปมองเห็นเขากำมือหลวมๆ ปิดไว้ตรงปาก ยังกระแอมไม่เลิก
"ก็ของใช้ฉันอยู่ในห้องคุณหมดนี่" ถึงห้องตัวเองจะมีห้องน้ำส่วนตัว แต่มันก็ยังไม่มีของใช้สักอย่าง
"ก็ไม่ได้ว่าอะไรนี่"
"เห็นทำหน้า"
ไตรวิทย์ไม่แน่ใจว่าเขาทำสีหน้าแบบไหนกันแน่ คงจะเพราะ คำว่าขอไปอาบน้ำด้วย ทำเขาเผลอคิดไปไกลถึงไหน ถึงกับกลืนน้ำลายผิดจังหวะจนมันสำลัก
คนตัวเล็กพูดจบก็เปิดประตูหายเข้าห้องตัวเองไป เขายังยืนอยู่หน้าห้อง เธอเปิดประตูมาอีกครั้ง ยังอยู่ในชุดสวยชุดเดิมที่มารดาเขาซื้อมาฝากนั่นแหละ มีเพียงผ้าขนหนูติดมือมาด้วย เธอคงจะหยิบมาจากห้องนั้น เขาเปิดประตูแล้วยืนแอบให้เธอเดินเข้าไป พอเข้ามาในห้อง เธอก็ตรงไปที่ห้องแต่งตัวก่อน คงจะไปหาเสื้อผ้าของเธอ เมื่อได้ชุดที่ต้องการ เธอกลับออกมาอีกครั้ง ด้วยใบหน้ายุ่งๆ
"คุณมัดผมฉันยังไงเนี่ย มันแกะไม่ออก" เธอบ่นใส่อีกมือยังจับผ้าเช็ดหน้าที่มัดไว้บนศีรษะ
"มานั่งนี่ เดี๋ยวถอดให้"
คุณหมอคนสวยเดินไปนั่งที่ข้างเตียงข้างอาจารย์หนุ่ม แล้วก็หันหลังให้เขา เพราะผมที่พันตอนมัด หรือเพราะลมมันแรงจนทำให้ยุ่งพันกับผ้าเช็ดหน้าเขาหลายทบจนแกะไม่ออก เขาจับยื้อๆ ครู่เดียว
"โอ๊ะ.. โอ๊ยเจ็บน่ะ" เสียงร้องของเธอทำเขาหายใจไม่ทั่วท้องอีกแล้ว เหลือเส้นผมที่ยังพันอยู่อีกไม่กี่เส้น เขาตัดสินใจดึงมันออก เพราะไม่อยากมองลำคอระหงขาวเนียนไปจนถึงแผ่นหลังนั่น
"ก็ผมคุณมันยุ่ง ร้องซะ" เขาแกะผ้าเช็ดหน้าได้แล้วก็โยนเอาไว้บนตู้ลิ้นชักเล็กข้างเตียง คุณหมอคนสวยหันมามองตาขวางโทษฐานที่เขากล่าวหาว่าผมเธอยุ่ง ก่อนจะเดินหายเข้าไปที่ห้องน้ำอยู่พักใหญ่ กลับออกมาพร้อมด้วยชุดนอนสีชมพูขาสั้นลายหมี เขามองชุดเธอแล้วก็ยกยิ้มมุมปาก เธอคงไม่ทันได้เห็นเพราะออกมาจากห้องน้ำเธอก็ตรงกลับห้องตัวเองทันที
ปรางทิพย์มาทำงานตอนเช้าด้วยรถคันหรูของอาจารย์วิทย์ โดยมีเขาเป็นคนขับ เพราะเมื่อวานที่เร่งรีบจนเธอลืมว่าพรุ่งนี้ต้องขับรถไปทำงาน ถึงแม้รถคันหรูจะจอดที่ด้านหลังโรงพยาบาล แต่ก็ยังมีสายตาของใครหลายคนที่เห็นว่าเธอมีผู้ชายใส่แว่นตาหน้าหล่อๆ มาส่ง ทั้งยังช่วยเปิดประตูรถให้อีกด้วย แต่ที่คนอื่นไม่รู้เพราะเขายังกลัวว่าเธอจะเจ็บขา แล้ววันนี้เธอก็ดันต้องใส่รองเท้าส้นสูงอีกด้วย ยิ่งทำให้อาจารย์หนุ่มออกจะกังวลเวอร์วังสักหน่อย
เสียงเล่าลือเรื่องของเธอไปทั่วโรงพยาบาล เพื่อนหมอหลายคนที่ผ่านมาก็เอ่ยแซว ไม่เว้นแม้กระทั่ง
"ได้ข่าวว่าวันนี้มีหนุ่มหล่อมาส่ง ขนมจีบของพี่เลยเป็นหมันเลย" หมอพุฒิพงษ์เดินเข้ามาที่ห้องพักแพทย์ตอนเที่ยงก็เอ่ยแซว เหมือนหมอคนอื่น แต่ยังไม่ลืมขายขนมจีบให้เธออีกด้วย
"แล้วขาเป็นไงบ้าง หายดีหรือยัง อ้าวทำไมใส่ส้นสูงมาอีกล่ะ" หมอพุฒิพงษ์ มองที่ข้อเท้าของเธอแล้วก็ขมวดคิ้วเอ่ยถาม
"ไม่เจ็บแล้วค่ะ ฉุกเฉิน เปลี่ยนไม่ทันค่ะ รองเท้าแตะก็หายไปทางไหนไม่รู้"
"งั้นเดี๋ยวเอาของพี่ไปใส่ก่อน จะได้เดินสบายเท้าหน่อย" เธอมองรองเท้าแตะหัวโตของหมอพุฒิ ที่เขาถือมาวางให้แล้วเธอก็กำลังจะสวมมันพอดี
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูหน้าห้องพักแพทย์ดัง ทำให้ทั้งสองหันไปมอง ปรางทิพย์ตกใจเล็กน้อยที่เห็นเขายืนอยู่ตรงนี้ สายตาเรียบเฉ
ยที่มองมา เธอเห็นเขาเอามือไขว้หลังไว้ แล้วเห็นถุงกระดาษด้านหลัง
