บทที่ 14 Morning kiss

เกือบสองอาทิตย์ที่ปรางทิพย์ย้ายมาอยู่ที่คอนโดของไตรวิทย์ เธอยังไม่เห็นแม่เขามาที่นี่อีกเลยสักครั้ง

"ที่จริงฉันกลับไปคอนโดก็ได้นะคะ ทิ้งของฉันไว้ที่นี่ เวลาท่านมาคุณก็บอกว่าฉันไปทำงาน หรือไปไหนก็ได้" เธอเอ่ยเสนอให้อาจารย์วิทย์ที่นั่งหน้ายุ่งอยู่หน้าจอโน้ตบุ๊กตรงโซฟารับแขก ส่วนเธออยู่อีกมุมของโซฟากำลังดูซีรีส์จากโทรศัพท์

"เดี๋ยวลองดูอีกสักอาทิตย์ถ้าท่านไม่มา ค่อยว่ากัน"

"อ๋อ ค่ะ" เสียงตอบรับไม่ได้สนใจคนบอก เพราะพระเอกกำลังจะจูบนางเอก

เมื่อเห็นเธอไม่ได้สนใจคำตอบสักเท่าไหร่ อาจารย์วิทย์ก็หยิบโทรศัพท์ของตัวเองขึ้นมาบ้าง แล้วก็ส่งข้อความหาใครบางคน

Traiwit : แม่ครับ อยากกินแกงมัสมั่นที่โรงแรมจังครับ

เพียงครู่เดียว ข้อความจากคุณนายประไพรก็ส่งกลับมา

คุณนาย : ได้ซิ เดี๋ยวช่วงหัวค่ำแม่แวะเอาเข้าไปให้ อยากกินอะไรอีกหรือเปล่า

Traiwit : แล้วแต่คุณแม่จะกรุณาเลยครับ

คุณนายประไพรมาถึงที่คอนโดของลูกชายคนรองตอนหัวค่ำอย่างที่ว่าไว้ มื้ออาหารค่ำที่เลยเวลามาสักครู่แล้ว แต่เพราะอาจารย์หนุ่มดูเหมือนยังยุ่งกับเอกสารตรงหน้า คุณหมอจึงไม่ได้เร่งรัดอะไร จนกระทั่งอาหารรสเลิศจากโรงแรมหรูที่ผู้เป็นแม่หอบหิ้วมาฝาก มาถึงแล้ว

"ของโปรดเจ้าวิทย์เขาล่ะ เห็นว่าอยากทาน" ผู้เป็นมารดาเอ่ยบอกคุณหมอที่ช่วยจัดอาหารใส่ถ้วยชามอยู่

"แม่รู้ใจผมที่สุดเลย รู้ได้ไงว่าผมอยากทานอยู่พอดี"

ลูกชายของท่านรีบเดินมาสวมกอดมารดาจากด้านหลัง ใช้คางเกยที่ไหล่ คุณนายประไพรหันไปเหล่ตามองลูกชาย รอยยิ้มหวานที่อาจารย์หนุ่มส่งให้ ทำให้คุณประไพร ฟาดแขนที่กอดเอวไปหนึ่งที

ปรางทิพย์มองภาพนั้นแล้วก็เผลอยิ้มตาม เพราะเธอไม่เคยเห็นมุมอ่อนโยนของอาจารย์วิทย์สักที มีแต่เขาดึงหน้าตึงใส่เธออยู่บ่อยๆ

"ถ้าอยากทาน ไว้แม่จะเอามาให้บ่อยๆ นะ"

"ขอบคุณครับ" คุณประไพรมองหน้าลูกชายตัวดี แล้วก็ได้แต่ส่ายหน้าเบาๆ

หลังจากทานอาหารไปได้สักครู่ คุณนายประไพรจึงได้เอ่ยขอตัวเข้าห้องน้ำ และเพราะเกรงใจลูกชายไม่อยากก้าวล่วงความเป็นส่วนตัว คุณแม่จึงเดินไปที่ห้องนอนเล็ก เพราะรู้ว่ามีห้องน้ำอยู่ในนั้น ปรางทิพย์หันไปเห็นท่านกำลังเปิดประตูห้อง แต่ก็ห้ามไม่ทันเสียแล้ว ได้แต่มองหน้าไตรวิทย์ด้วยแววตาตื่นตระหนก ชายหนุ่มเพียงส่ายหน้าให้เธอ คล้ายบอกว่าไม่เป็นไร

"เอ่อ แม่เห็นของในห้องนั้น นี่ลูกนอนแยกห้องกันหรือ" ในที่สุดผู้เป็นแม่ก็เอ่ยถาม เพราะความสงสัย

"เอ่อ.." ปรางทิพย์ยังหาคำตอบไม่ได้

"ปรางเขางอนผมน่ะครับ ขนของไปนอนห้องนั้นตั้งแต่เมื่อวานซืน พอย้ายกลับมาก็ยังไม่ทันได้ขนของกลับมาด้วย" คุณประไพรมองหน้าลูกชายอย่างค้นหา พยักหน้าเป็นเชิงรับรู้

"แม่กำลังว่าจะขอค้างที่นี่สักคืน คุณพ่อไปต่างจังหวัด เจ้าคุณก็ไปสิงคโปร์ แม่เลยไม่อยากอยู่บ้านคนเดียว" ไตรวิทย์มองหน้ามารดา รอยขมวดคิ้วน้อยๆ บ่อยครั้งที่พ่อไปออกรอบต่างจังหวัด พี่ชายเขาช่วงนี้บินสิงคโปร์เป็นว่าเล่น แล้วคุณแม่ท่านก็อยู่คนเดียวอยู่บ่อยๆ ถ้าเกิดว่าเขาไม่ได้กลับบ้าน

คุณประไพรคิดว่าลูกชายหลอกให้มาหา เพราะงอนกับเมียแถมเมียยังหนีไปนอนอีกห้อง ทั้งคู่คงยังไม่ได้กลับมานอนห้องเดียวกันแน่ เจ้าวิทย์มันถึงหลอกให้แม่มาหาแบบนี้ คุณประไพรจึงแกล้งตามน้ำไปกับลูกชาย

"อ๋อ ได้ครับแม่"

"แม่รบกวนพวกลูกหรือเปล่า"

"ไม่หรอกครับ ปกติแม่ก็มานอนอยู่บ่อยๆ"

คุณประไพรยกยิ้มมุมปากให้ลูกชาย สายตาทั้งคู่เหมือนรู้กัน เพียงแต่คนละทิศทางเท่านั้น สุดท้ายผลที่ได้ก็เหมือนจะเข้าทางอาจารย์หนุ่มไม่น้อย คุณหมอคนสวยได้แต่ทำสายตาเลิ่กลั่กใส่อาจารย์หนุ่ม แต่คนนั้นกลับทำสีหน้าเรียบเฉยราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น

หลังอาหารค่ำ เมื่อคุณประไพรแยกตัวเข้าไปที่ห้องนอนเล็ก ถึงท่านจะไม่ได้มาค้างที่นี่บ่อยอย่างอาจารย์หนุ่มกล่าว แต่ท่านก็เคยมาค้างบ้างนานของนานครั้ง จึงยังคงหลงเหลือเสื้อผ้าให้พอได้ใส่บ้าง

เมื่อห้องนอนที่นอนอยู่ทุกวันถูกแม่ของเขายึดไปเสียแล้ว ปรางทิพย์จำต้องระเห็จตัวเองมาที่ห้องนอนใหญ่ อาการเก้ๆ กังๆ ของเธอทำอาจารย์หนุ่มยกยิ้มมุมปาก

"ไปอาบน้ำได้แล้ว ลำบากคุณต้องนอนห้องนี้แล้วแหละ"

ปรางทิพย์มองไปที่เตียงใหญ่สีขาวสะอาดตา มันใหญ่มากขนาดที่นอนสองคนก็ไม่เบียดกันหรอก แต่ก็ทำเธอแอบใจเต้นโครมคราม เธอเดินหายเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า จะหยิบชุดนอนเพื่อเตรียมเข้าห้องน้ำ แต่เมื่อเลื่อนประตูตู้ออก เธอก็แทบอยากจะบ้าตาย เพราะจำได้ว่าชุดนอนที่เธอขนมาไม่กี่ชุดในตอนแรกถูกเอากลับไปที่ห้องนอนเล็กหมดแล้ว แล้วเธอก็เอาชุดนอนวาบหวิวที่แม่เขาซื้อมาให้ มาไว้ที่ห้องนี้แทน เธอมองดูชุดนอนไม่ได้นอนแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ตัดสินใจคว้าชุดที่คิดว่าเรียบร้อยที่สุดออกมา ไม่ลืมที่เธอจะแอบหยิบเสื้อชุดนอนของเขาออกมาด้วยหนึ่งตัว

ไตรวิทย์ขมวดคิ้วมองดูคนที่เดินออกมาจากห้องน้ำ ชุดนอนครึ่งทอนของเขาที่อยู่บนตัวเธอ ชายเสื้อยาวคลุมต้นขาเรียวไว้เพียงครึ่ง ชายผ้าซาตินสีดำดูแล้วน่าจะบางเบาอยู่ไม่น้อยที่โผล่พ้นชายเสื้อออกมาเพียงนิดนั่น เธอคงแอบหยิบของเขามาใส่คลุมชุดนอนแสนเซ็กซี่นั่นแน่เลย

"เอ่อ..ขอยืมเสื้อคุณใส่คลุมหน่อยนะคะ พอดีชุดนอนฉันเอาไปห้องโน้นหมดแล้ว"

"ตามสบาย"

ปรางทิพย์ซุกตัวอยู่ใต้ผ้าห่มบนเตียงนอนใหญ่ ตะแคงข้างหันหลังให้เตียงฝั่งเขาที่ยังไม่มีคนนอน เพราะเจ้าของฝั่งนั้นยังไม่ออกจากห้องน้ำ เดิมทีคิดว่าจะแกล้งหลับ แต่พอได้ยินเสียงเขาออกมา เธอก็เผลอหันไปมองตามเสียง

"คุณไม่ใส่เสื้อหรือ" เธอรีบถามเพราะเห็นเขาเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยกางเกงนอนขายาวตัวเดียว แล้วก็ไม่เห็นเขาถือเสื้อออกมาด้วย

"ปกตินอนไม่ใส่เสื้อผ้าด้วยซ้ำ" คนตอบหน้าตาเฉย แต่คนฟังหน้าแดงเรื่อขึ้นทันที แล้วเขาก็นั่งลงที่ข้างเตียงอีกฝั่ง ปรางทิพย์รีบหันหน้ากลับไม่สนใจคนอีกฝั่ง

กว่าเธอจะเผลอหลับก็นอนพลิกตัวอยู่หลายตลบ ทั้งระแวงคนข้างๆ แต่ก็เห็นเพียงเขานอนหงายในท่าสบายๆ แผงอกล่ำสันที่โผล่พ้นขอบผ้าห่ม ทำเอาเธอต้องรีบเมินหน้าหนี กลิ่นของน้ำยาซักผ้าที่เสื้อที่เธอเคยได้กลิ่นจากตัวเขาบ่อยๆ ทำเอาเธอนอนไม่หลับอยู่เกือบครึ่งคืน

เธอตื่นเช้ามาด้วยอาการงัวเงีย คล้ายคนนอนไม่พอ รู้สึกหนักที่ตัวแปลกๆ กว่าสติสัมปชัญญะจะตื่นมาครบถ้วนว่าตอนนี้เธอนอนอยู่ที่ไหน แค่เพียงเธอขยับตัวยุกยิก คนตัวใหญ่ที่นอนกอดเธอไว้ แขนข้างหนึ่งพาดอยู่ที่หน้าท้องขาข้างหนึ่งของเขายังก่ายมาที่ขาเธออีกด้วย

"ตื่นแล้วหรือ" เสียงเขางัวเงียถามทั้งที่ยังไม่ลืมตา มือใหญ่ก็ยังพาดเอวไว้ ในท่าที่เธอตะแคงตัวซุกเข้าไปในอ้อมอกเขา พอรู้สึกตัวเธอเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเขาหลับตาทั้งที่เอ่ยถามเธอแบบนั้น

ปรางทิพย์ยังไม่ทันได้เอ่ยตอบ หรือจะผลักเขาให้ออกห่าง ใบหน้าหล่อของอาจารย์หนุ่มที่ซุกไซ้ลงมาที่แก้มเนียนของเธอ แล้วเพียงพริบตาเดียวจากที่คลอเคลียอยู่ข้างแก้ม กลายเป็นเธอถูกเขาจูบแบบไม่ทันตั้งตัว

จูบอันแสนเย้ายวน จูบที่เร่งเร้าให้คนใต้ร่างตอบสนอง แรงขัดขืนในคราแรกที่ถูกเขารุกราน ครู่เดียวเธอก็เผลออ่อนระทวยตามรสจูบเขาไปตอนไหนไม่รู้ มือเล็กบีบต้นแขนมัดกล้ามแน่นอย่างไม่รู้ตัว แต่ฝ่ามือใหญ่กลับลูบไล้เข้าไปด้านในเสื้อ ฝ่ามืออุ่นที่ลูบผ่านผิวเนียนลื่นไม่ว่าจะลากผ่านไปตรงไหนมันก็วูบวาบไปตรงนั้นราวกับมีเชื้อไฟอุ่นลากผ่าน

"อื้อ" เสียงประท้วงของคนตัวเล็ก ทำคนทั้งคู่ได้สติ

เธอรีบผละออกจากเขา แล้วก็รีบวิ่งหนีเข้าห้องน้ำทันที ทันทีที่ประตูห้องน้ำปิดลง เธอยืนพิงประตูเอาไว้ราวกับกลัวคนข้างนอกจะตามเข้ามา ฝ่ามือเล็กยกขึ้นทาบไปหัวใจตัวเองเอาไว้จนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนภายใน และเธอก็รู้ว่ามันเต้นแรงและเร็วมาก ก่อนจะเลื่อนมือนั้นค่อยๆ สัมผัสที่ริมฝีปากเบาๆ

ไตรวิทย์นอนซบตัวคว่ำไปกับเตียงแขนข้างหนึ่งกางออกไปตรงฝั่งที่เธอนอนอยู่ รอยอุ่นยังคงหลงเหลือ เขาเพียงเคาะฝ่ามือกับที่นอนเป็น

จังหวะอย่างคนใช้ความคิด กับรอยยกยิ้มมุมปาก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป